“หงส์แดง” รักษาจ่าฝูงไว้ได้ต่อไป หลังเปิดบ้านแซงชนะ “สาลิกาดง” แบบสุดมันส์ รักษาพื้นที่จ่าฝูงไว้ได้ต่อไป ก่อนไปทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกของสัปดาห์ ที่สนาม แอนฟิลด์ เจ้าบ้าน และ จ่าฝูง ลิเวอร์พูล ต้อนรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

(Photo by Jan Kruger/Getty Images)

เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ พักผู้เล่นบางคน อย่างเช่น โรแบร์โต ฟีร์มิโน ไว้เล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วส่งดิว็อก โอริกิ ลงเล่น แต่ตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

(Photo by Michael Steele/Getty Images)

ขณะที่ทีมเยือน มาเล่นโดยเน้นเกมรับ แผน 5-4-1 โดยพัก แมทธิว ลองสตาฟฟ์ แล้วส่ง เจโทร วิลเลียมส์ ลงไปเสริมในแนวรับ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างจากนัดก่อน ๆ โดยหน้าเป้ายังเป็น โจลินตัน เหมือนเดิม

(Photo by Michael Steele/Getty Images)

เริ่มเกมครึ่งแรกนาทีที่ 7 เมื่อลิเวอร์พูลบุกเพลิน เจอทีมเยือนเปิดบอลมาด้านหน้า บอลมาถึง เจโทร วิลเลียมส์ เลี้ยงจี้เข้าหา เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ก่อนยิงด้วยขวา บอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไป ให้ นิวคาสเซิล ออกนำไปก่อนแบบช็อคแฟนเจ้าบ้าน 1-0

(Photo credit should read PAUL ELLIS/AFP/Getty Images)

หลังจากนั้น “หงส์แดง” บุกหนักหวังทวงประตูคืน และมาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 28 เมื่อ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ไหลบอลสั้นให้ ซาดิโอ มาเน่ ในเขตโทษด้านซ้าย และกองหน้าหมายเลข 10 ปั่นด้วยขวาเข้าไปอย่างสวยงาม ให้เกมกลับมาเสมอกันที่ 1-1

(Photo by Jan Kruger/Getty Images)

ท้ายครึ่งแรก นาที 40 เจ้าบ้านพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ จากความผิดพลาดของ มาร์ติน ดูบราฟก้า ผู้รักษาประตูทีมเยือน ที่ออกมาตัดบอลไม่ดี บอลไปกระฉอกขามาเน่ ที่ไล่บอลมา ก่อนที่เขาจะตามไปซ้ำเข้าไปง่าย ๆ ให้เจ้าบ้านออกนำเป็นครั้งแรกในเกมนี้ 2-1

(Photo by Jan Kruger/Getty Images)

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ นิวคาสเซิล 2-1

(Photo by Michael Steele/Getty Images)

นาทีที่ 55 ทีมเยือนมีโอกาสดีในการตีเสมอ เมื่อ ลิเวอร์พูล ไม่มีใครตามประกบ เอมิล คราฟธ์ ทำให้เขาได้ยืนวอลเลย์จ่อ ๆ แต่บอลเหินข้ามคานไปแบบไม่มีลุ้น

(Photo by Jan Kruger/Getty Images)

นาที 63 “หงส์แดง” ก็พลาดโอกาสทองในการตีเสมอเช่นกัน เมื่อ โรแบร์โต ฟีร์มิโน ยกบอลให้ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน หลุดเดี่ยวไปยิงมุมแคบแถวเสาซ้ายมือ แต่ยังแฉลบเซฟ ดูบราฟก้า ออกหลังไป

(Photo by Michael Steele/Getty Images)

นาที 72 ลิเวอร์พูล หนี เป็น 3-1 จนได้ เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฝากบอลไปให้ ฟีร์มิโน ก่อนที่เขาจะตอกส้นคืนให้ ซาลาห์ หลุดไปทางฝั่งซ้าย ก่อนแปบอลง่าย ๆ เข้าไป

(Photo by Paul ELLIS / AFP) / (Photo credit should read PAUL ELLIS/AFP/Getty Images)

เวลาที่เหลือ “หงส์​แดง” ครองเกมไว้ได้เกือบทั้งหมด และเป็นฝ่ายบุกใส่ แต่ทว่าไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาเซิล 3-1 เก็บ 3 คะแนนเต็มเพิ่มเป็น 15 คะแนน และยังรักษาจ่าฝูงไว้ได้ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก 14-15 กันยายน 62 พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด ผ่าน TrueID

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่
– คำถามเกี่ยวกับการสมัครแพ็กเกจ คลิกที่นี่