“นกขมิ้น” บินดุ หลังเปิด แคร์โรลล์ โร้ด เชือด แชมป์เก่า “เรือใบสีฟ้า” อย่างเหลือเชื่อ 3-2 ขยับพ้นหนีโซนตกชั้นเป็นที่เรียบร้อย

เกมพรีเมียร์ลีก คู่ดึกวันเสาร์ ที่สนาม แคร์โรลล์ โร้ด เจ้าบ้าน นอริช ซิตี้ ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งขึ้นชั้นมาในปีนี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

(Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images)

เกมนี้ “นกขมิ้น” มีปัญหาในแนวรับ โดยมีผู้เล่นเจ็บเต็มทีม และเช็นเตอร์ ฮาล์ฟ ทั้ง 2 คนคือ เบน ก็อดเฟรย์ กับ อิบราฮิม อมาดู เป็นแนวรับจำเป็นทั้งสิ้น

(Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images)

ขณะที่ทีมเยือน มีเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยูเครน รออยู่กลางสัปดาห์ ทำให้ต้องพัก เควิน เดอ บรอยน์ ประกอบกับ อายเมอริค ลาปอร์ต บาดเจ็บ ทำให้ต้องส่ง นิโคลัส โอตาเมนดี ลงเล่นแทนด้วย

(Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images)

ครึ่งแรก เจ้าบ้านก็สร้างเรื่องช็อคโลกในนาทีที่ 18 หลังได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะเตะมุมของ เอมิเลโน บูเอนเดีย เปิดเข้ามา ให้ เคนนี แม็คลีน โฉบมาโหม่งที่เสาแรก เอแดร์สัน โมราเอส พยายามเข้าไปปัดแล้ว แต่ปัดไม่ออก กลายเป็นประตูตำให้ นอริช นำ ซิตี้ 1-0

(Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images)

นาทีที่ 27 ซิตี้ มีโอกาสตีเสมอ เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง เปิดบอลให้ เซร์คิโอ ‘กุน’อเกวโร โหม่งจ่อ ๆ แถวเสาไกล แต่กดบอลไม่ลง บอลลอยข้ามคานไป

(Photo credit should read LINDSEY PARNABY/AFP/Getty Images)

เมื่อยิงไม่ได้ นาทีถัดมา แมนฯ ซิตี้ มาโดนประตูที่ 2 จากจังหวะโต้กลับ ตีมู ปุกกิ ได้บอลหลุดมาทางฝั่งซ้าย ก่อนเลี้ยงจี้ ไคล์ วอล์เกอร์ ที่เป็นตัวสุดท้ายแล้วไหลให้ ท็อดด์ คานท์เวลล์ ยิงจ่อ ๆ พาทีม “นกขมิ้น” นำห่าง 2-0

(Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images)

นาทีที่ 31 ซิตี้ เฉียดที่จะได้ประตูอีกครั้ง เมื่อ ดาบิด ซิลบา เปิดบอลให้ แบร์นาร์โด ซิลวา ที่เสาไกล ก่อนโหม่งเข้าในให้  สเตอร์ลิง โหม่งจ่อ ๆ แต่บอลไปชนเสาอย่างเหลือเชื่อ

(Photo by Tom Flathers/Manchester City FC via Getty Images)

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูตีไข่แตกเอาช่วงเวลาสำคัญในช่วงก่อนทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เมื่อ แบร์นาร์โด ซิลวา เปิดบอลให้ เซร์คิโอ อเกวโร โหม่งตีไข่แตกให้ทีมไล่มา 1-2 และทำให้เขาเป็นนักเตะคนที่ 3ที่ยิงประตูได้ใน 5 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกทุกนัด ต่อจาก โฆเซ อันโตนิโอ เรเยส และ เวย์น รูนีย์ ด้วย ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

(Photo by Steven Paston/EMPICS/PA Images via Getty Images)

เริ่มครึ่งหลังได้แค่ 3 นาที นอริช ได้โอกาสสวนกลับอีกครั้ง เมื่อ ปุกกิ ได้หลุดเดี่ยว แต่ยิงด้วยซ้ายข้างที่ไม่ถนัด บอลออกหลังไป แต่ในจังหวะต่อมา ที่กำลังเริ่มเขี่ยบอล นิโคลัส โอตาเมนดี ไปประมาท ทำให้ บูเอนเดีย ไปฉกบอลมาได้จากเท้า ก่อนไหลให้ ปุกกิ ยิงเข้าไปขยับสกอร์ให้ห่าง 2สกอร์อีกครั้งที่ 3-1

(Photo credit should read LINDSEY PARNABY/AFP/Getty Images)

นาที 88 ซิตี้ ไล่มาได้เป็น 3-2 เมื่อ กาเบรียล เฮซุส ไหลบอลให้ โรดรี เฮอร์นานเดซ ได้ซัดจากแถวสอง บอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไป ทำให้เวลาที่เหลือ แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นเก็บแต้มอีกครั้ง

(Photo by Marc Atkins/Getty Images)

เวลาที่เหลือ แมนฯ ซิตี้ บุกหนัก แต่ทำได้แค่ส่งบอลไปเฉียดหน้าปากประตูเท่านั้น ทำให้จบเกม นอริช ซิตี้ สร้างปาฏิหาริย์ เอาชนะ แชมป์เก่า 3-2 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน เป็น 6 แต้ม ขึ้นมาอยู่อันดับ 12 ส่วน ซิตี้ มี 10 คะแนนเท่าเดิม ยังรั้งรองจ่าฝูงต่อไป แต่ตามหลัง ลิเวอร์พูลห่าง 5 คะแนนแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เก็บแรงครึ่งหลัง! ท็อตแน่ม เปิดบ้านถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 ขึ้นรั้งที่ 3 ศึกพรีเมียร์ลีก

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่
– คำถามเกี่ยวกับการสมัครแพ็กเกจ คลิกที่นี่