รีเซต

เล่นด้วยศรัทธา : บทบาทของศาสนาคริสต์ที่ช่วยให้ทีมฟุตบอลบราซิลเป็นมหาอำนาจโลกลูกหนัง | Main Stand

เล่นด้วยศรัทธา : บทบาทของศาสนาคริสต์ที่ช่วยให้ทีมฟุตบอลบราซิลเป็นมหาอำนาจโลกลูกหนัง | Main Stand
เมนสแตนด์
28 มีนาคม 2565 ( 14:30 )
95

ทีมชาติบราซิลคือหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ดีกรีแชมป์โลก 5 สมัยเป็นเครื่องรับประกันได้เป็นอย่างดี 


 

ฝีเท้าพรสวรรค์จากรุ่นสู่รุ่นคืออาวุธสำคัญที่ทำให้ทัพเซเลเซาประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดเพราะบราซิลยังมีอีกเคล็ดลับในการรวมใจและสร้างเป้าหมายของนักฟุตบอลให้เป็นหนึ่งเดียวโดยไม่มีความขัดแย้ง ด้วยการใช้ศาสนาเข้ามาเป็นเครื่องมือ

นี่คือเรื่องราวของทีมชาติบราซิล กับการใช้ศาสนาคริสต์มาเป็นจุดรวมใจของเหล่านักเตะแข้งทอง เพื่อให้มีเป้าหมายเดียวกันยามติดทีมชาติ นั่นคือการพาทัพเซเลเซาประสบความสำเร็จอย่างเดียวเท่านั้น

 

ศาสนาคริสต์ในบราซิล 

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลก จากตะวันตกถึงตะวันออกมีผู้คนมากมายที่ศรัทธาในคำสอนของหลักศาสนานี้ ซึ่งหนึ่งในประเทศที่ยึดมั่นกับหลักการของพระคริสต์มากที่สุดคือ บราซิล 

บราซิล ได้รับอิทธิพลของศาสนาคริสต์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ผ่านการเผยแพร่ศาสนาโดยมิชชันนารีจากประเทศโปรตุเกส หลังจากนั้นไม่นานแผ่นดินบราซิลก็กลายเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส และเพื่อให้คนท้องถิ่นไม่มีปัญหากับเจ้าอาณานิคม ศาสนาจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมผู้คน 

ชาวโปรตุเกสเผยแผ่ศาสนาคริสต์ไปทั่วบราซิล เพื่อให้ชาวบราซิลเลียนมีความเชื่อเดียวกันกับพวกเขา เปลี่ยนคนพื้นเมืองที่เคยเชื่อในผีป่าในท้องถิ่นให้มาศรัทธาในศาสนาคริสต์ เพื่อให้ง่ายต่อการปกครอง

โบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกถูกสร้างขึ้นในเกือบทุกชุมชนของประเทศบราซิล และได้สร้างความผูกพันใกล้ชิด ระหว่างคนกับศาสนา ยิ่งเวลาผ่านไปศาสนาคริสต์กับชาวบราซิลก็ยิ่งกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตแบบแยกกันไม่ขาด มีเทศกาลมากมายในประเทศบราซิลที่ถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงถึงศรัทธาอันแรงกล้าที่พวกเขามีต่อศาสนาคริสต์ 

ศาสนาคริสต์โดยเฉพาะนิกายโรมันคาทอลิกยังทรงอิทธิพลมากในบราซิล ด้วยการเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างทางการเมืองและสังคมของประเทศ การหาเสียงเลือกตั้งจะต้องมีนโยบายด้านศาสนา และบางครั้งศาสนาก็ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการดำเนินงานทางการเมืองไม่ว่าจะด้านบวกหรือด้านลบ 

ปัจจุบันประเทศบราซิลคือชาติที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมากที่สุดในโลก ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีผู้ที่ศรัทธาในศาสนาคริสต์นำหลักคำสอนและความเชื่อต่าง ๆ เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันไม่เว้นแม้แต่ในวงการกีฬา 

ที่ประเทศบราซิลจะมีกลุ่มที่เรียกว่า "Athletes of Christ" หรือกลุ่มนักกีฬาที่มีความเชื่ออันแรงกล้าในศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีนักกีฬาชาวบราซิลเป็นสมาชิก เป้าหมายของหน่วยงานนี้คือการเล่นกีฬาผ่านการขับเคลื่อนด้วยศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า พร้อมกับแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพระเจ้าในสนามแข่งขัน 

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มจะเป็นนักฟุตบอล เพราะนี่คือกีฬายอดนิยมของประเทศ และศาสนาคริสต์ก็แฝงบทบาทสำคัญอยู่ด้านหลังฉากของเกมลูกหนังในประเทศบราซิลมาโดยตลอด

อย่างไรก็ดีอิทธิพลของศาสนาที่อยู่เบื้องหลังเกมกีฬา กลับส่งผลดีต่อวงการฟุตบอลของประเทศ เพราะนี่คือหนึ่งในปัจจัยที่คอยหนุนหลังเหล่าแข้งทองสู่การสร้างความสำเร็จบนสังเวียนลูกหนังให้กับบราซิล

 

อิทธิพลของศาสนาต่อทีมชาติบราซิล 

อิทธิพลของศาสนาคริสต์กับทีมชาติบราซิล เริ่มต้นครั้งแรกในช่วงฟุตบอลโลก 1970 หลังจากนักฟุตบอลหลายคนของทีมมีส่วนลับ ๆ กับการเรียกร้องแนวทางการนับถือศาสนาในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Neo-Charismatic Movement ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ความเชื่อต่อพระเจ้าและสิ่งเหนือธรรมชาติโดยตรง พร้อมกับลดบทบาทของโบสถ์รวมถึงพิธีกรรมทางศาสนาลง

ในช่วงยุค 70s ถือเป็นยุคที่การแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาเฟื่องฟูเป็นอย่างมากในห้องแต่งตัวของนักฟุตบอลบราซิล แม้ว่า FIFA จะเคยส่งคำเตือนไม่ให้พวกเขาแสดงออกถึงความเชื่อทางศาสนาผ่านเกมฟุตบอล แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดการนั่งจับเข่าคุยพูดถึงเรื่องความศรัทธาของเหล่านักฟุตบอลทีมชาติบราซิลได้เลย

ยุค 70s อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ศาสนาคริสต์มีผลต่อฟอร์มการเล่นในสนามของทัพเซเลเซาเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นว่าการพูดคุยถึงเรื่องราวความเชื่อต่าง ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในวงการฟุตบอลของบราซิล และไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรหากมีแข้งทองคนไหนดึงศรัทธาทางศาสนาเข้ามาใช้ในเกมลูกหนัง

ปี 1992 คือปีแรกที่บทบาทของกลุ่ม Athletes of Christ มีตัวตนขึ้นมาอย่างชัดเจน หลังจากผู้เล่นทีมชาติบราซิลหลายคนเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น เปาโล สิลาส กองกลางของทีม และ จอร์จินโญ่ แบ็กขวาชื่อดัง ผู้เคยเดินถือคัมภีร์ไบเบิลลงสนาม สมัยที่ค้าแข้งอยู่กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ในประเทศเยอรมัน 

จอร์จินโญ่ กลายเป็นผู้นำของกลุ่ม Athletes of Christ ในทีมชาติบราซิล และเขาสามารถหาสมาชิกใหม่มาเพิ่มได้ไม่ว่าจะเป็น ซินโญ่, มาซินโญ่, มุลเลอร์, เปาโล เซร์จิโอ และ ทัฟฟาเรล รวมไปถึงทีมงานสตาฟให้มาเป็นสมาชิกของกลุ่มคนที่เล่นกีฬาเพื่อสรรเสริญคุณงามความดีของพระเจ้า 

ทั้ง 6 คนคือส่วนหนึ่งของทีมชาติบราซิลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 1994 ซึ่งจบลงด้วยการคว้าแชมป์โลกของทัพเซเลเซา และความสำเร็จครั้งนี้นักเตะทั้ง 6 คนต่างก็เชื่อว่าพวกเขาได้แชมป์โลกเพราะศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า

ทัฟฟาเรล ผู้รักษาประตูมือ 1 ของบราซิลในทัวร์นาเมนต์นั้น เขียนในหนังสือชีวประวัติส่วนตัวว่า บราซิลได้แชมป์โลกเพราะพระเจ้าดลบันดาลให้ โรแบร์โต้ บาจโจ้ กองหน้าของทีมชาติอิตาลีคู่แข่งในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยิงจุดโทษข้ามคาน ส่งบราซิลให้ได้แชมป์โลก ซึ่งเป็นของขวัญที่พระเจ้ามอบให้ 

"ตอนที่บาจโจ้เดินถือบอลมา ผมไม่สงสัยแม้แต่นิดเดียวเลยว่าเราจะเป็นผู้ชนะ ผู้ที่เชื่อมั่นในพระเจ้าไม่มีทางพ่ายแพ้ต่อผู้ที่เชื่อมั่นในพระพุทธเจ้า" ทัฟฟาเรล กล่าว (ข้อความนี้มีความละเอียดอ่อน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่จะชื่นชอบในแนวคิดนี้ หนึ่งในนั้นคือ มาริโอ ซากัลโล่ ผู้จัดการทีมชาติบราซิลชุดปี 1998 ที่มองว่า การที่นักฟุตบอลมีศรัทธาต่อศาสนาและนำเรื่องของความเชื่อมาเป็นแรงจูงใจในการเล่นฟุตบอล จะทำให้ผู้เล่นเหล่านั้นมองข้ามการทำงานหนักและการทุ่มเทอย่างเต็มร้อยในสนามเพื่อคว้าชัยชนะด้วยตนเอง เพราะไปมองว่าผลแพ้ชนะทุกอย่างพระเจ้าเป็นคนกำหนดไว้ จนลืมเรื่องของการลงมีปฏิบัติด้วยสองเท้าของมนุษย์ไป 

จะศรัทธาหรือไม่ศรัทธา ทุกอย่างเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปคือการจับกลุ่มของนักฟุตบอลทีมชาติบราซิลผู้ศรัทธาในพระเจ้า ซึ่งมักใช้เวลาอยู่ร่วมกันในแคมป์ทีมชาติ เพื่อหาทางที่จะเล่นฟุตบอลเชิดชูเกียรติให้กับสิ่งที่พวกเขานับถือ

สำหรับทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 ก็เช่นเดียวกัน ผู้เล่นอย่าง ลูซิโอ, ริคาร์โด้ กาก้า และ เอ็ดมิลสัน มักใช้เวลาร่วมกันในแคมป์ทีมชาติสวดขอพรแด่พระผู้เป็นเจ้า 

ซึ่งปราการหลังชื่อดังอย่าง ลูซิโอ ได้เปิดเผยว่านี่ไม่ใช่การกระทำที่งมงายหรือไร้เหตุผล แต่การสวดมนต์สามารถช่วยให้เขาปล่อยวางความกดดันต่าง ๆ และมีสมาธิกับเกมฟุตบอลมากขึ้น

 

อิทธิพลที่ไม่เคยหายไป

ปัจจุบันเราไม่ได้เห็นบทบาทการสรรเสริญพระเจ้าของนักฟุตบอลผ่านการกระทำหรือคำพูดชัดเจนเหมือนในอดีต เนื่องจากความเข้มงวดของ FIFA ที่ไม่ยอมให้นำความเชื่อทางศาสนาเข้ามามีบทบาทในเกมกีฬา 

แต่ไม่ได้หมายความบทบาทของศาสนาคริสต์กับทีมชาติบราซิลจะจางหายไป เพราะในกลุ่มนักฟุตบอลรุ่นใหม่ยังมีหลายคนที่ขับเคลื่อนการลงสนามให้ทัพเซเลเซาด้วยศรัทธาที่มีต่อพระคริสต์

เมื่อปี 2015 เกิดเป็นข่าวใหญ่ หลังจากนักฟุตบอลของทีมชาติบราซิลได้ทำการเชิญบาทหลวงเข้าไปเทศนาคำสอนในแคมป์ทีมชาติโดยไม่ได้รับการอนุญาตจาก ดุงก้า โค้ชทีมชาติในเวลานั้นจนกลายเป็นประเด็นใหญ่ ซึ่งทำให้ทีมงานรักษาความปลอดภัยของทีมชุดนั้นถูกไล่ออก

แม้จะเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบให้ศาสนามามีบทบาทกับการแข่งขันฟุตบอล แต่สุดท้ายความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่นของการเล่นฟุตบอลไปพร้อมกับแสดงออกถึงความเชื่อที่ยึดมั่นในศาสนายังคงเป็นอิทธิพลสำคัญในห้องแต่งตัวของทีมชาติบราซิลมาจนถึงปัจจุบัน

จากยุคของ จอร์จินโญ่ และ ทัฟฟาเรล สู่ ลูซิโอ และ กาก้า ในยุคปัจจุบันทีมชาติบราซิลมี อลีสซง เบ็คเกอร์ และ ฟาบินโญ่ เป็นแกนหลักสำคัญที่ยังคงยึดมั่นในการเล่นฟุตบอลเพื่อแสดงความศรัทธาแก่พระเจ้า และหวังให้พระองค์ตอบแทนเป็นของขวัญด้วยการคว้าถ้วยแชมป์ 

ผู้เล่นรุ่นใหม่หลายคนยังให้การสนับสนุนบทบาทของศาสนาที่มีอยู่ในห้องแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็น เนย์มาร์ หรือ ริชาร์ลิซอน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่เคร่งศาสนา แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องดีที่นักฟุตบอลในทีมชาติบราซิลจะมีแรงจูงใจในการลงสนามเพื่อทำผลงานให้ดีขึ้นในฐานะผู้เล่นของพระเจ้า 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอิทธิพลของกลุ่ม Athletes of Christ ซึ่งอยู่ในทีมชาติบราซิลตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจและความมุ่งมั่นในสนามให้กับนักฟุตบอลหลายคน สำหรับผู้เล่นที่มีศรัทธาต่อพระเจ้าการลงไปทำผลงานในสนามให้เต็มที่คืองานของพวกเขา และไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่มันก็ส่งผลดีให้ผู้เล่นเหล่านี้ทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม 

ถึงจะห่างหายจากผลงานระดับแชมป์โลกไปบ้าง แต่การคว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2019 รวมถึงตำแหน่งรองแชมป์ในปี 2021 ก็เป็นการแสดงออกให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่า อิทธิพลของศาสนาคริสต์ยังคงช่วยขับเคลื่อนทีมชาติบราซิลและส่งผลดีต่อผลงานของทีม ทำให้ไม่มีใครคิดว่าการมีศรัทธาอันแรงกล้าที่อิทธิพลลงมาในสนามฟุตบอลของทีมชาติบราซิลเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

เพราะสุดท้ายทุกศาสนาล้วนมีคำสอนที่อยากให้ทุกคนเป็นคนดี และหากการมีศรัทธาต่อพระเจ้าจะช่วยให้นักฟุตบอลทีมชาติบราซิลตั้งใจทำผลงานให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อพระเจ้า, เพื่อตัวเอง, เพื่อประเทศ หรืออะไรก็ตาม แค่นั้นศาสนาก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองไปแล้วเรียบร้อย

 

แหล่งอ้างอิง

บทความวิชาการ Brazilian athletes as new missionaries of the neo-Pentecostal diaspora
https://www.bbc.com/sport/football/60483820
https://outsidewrite.co.uk/football-and-faith-in-brazil/
https://www.christianitytoday.com/ct/2018/july-web-only/brazil-soccer-world-cup-christian-neymar.html

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

ดูสด ดูฟรี ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ... พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม
ต้อง App TrueID เท่านั้น โหลดเลย!!

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! หรือ กด *301*32# โทรออก

หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด *301*36# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้