ใครทำ ? : เบื้องหลังการขับ ลิโอเนล เมสซี่ ออกจาก บาร์เซโลน่า | Main Stand

ใครทำ ? : เบื้องหลังการขับ ลิโอเนล เมสซี่ ออกจาก บาร์เซโลน่า | Main Stand
เมนสแตนด์
12 ส.ค. 64
408

โลกฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ คำนี้เราได้ยินมานาน แต่ก็ยากจะเชื่อจริง ๆ สำหรับการย้ายทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะอันดับ 1 ของโลกที่ย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า 

 


เมสซี่ กับ บาร์ซ่า น่าจะเป็นเนื้อเดียวกันจนแทบแยกกันไม่ออกมานานเกิน 10 ปี ในวันที่เขาแถลงการ "ลาจาก" คำพูดและภาษากายของ เมสซี่ บอกอย่างชัดเจนว่า หากเรื่องทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับเขา ... เขาจะไม่มีทางย้ายจาก บาร์เซโลน่า แน่นอน 

ดังนั้นหากไม่ใช่เมสซี่ที่ผลักดันให้เกิดการย้ายทีมครั้งประวัติศาสร์ครั้งนี้ เหมือนเมื่อปี 2020 ที่เจ้าตัวส่ง "บูโรแฟกซ์" ขอย้ายทีมเอง แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ใครกันล่ะที่ทำให้สัญลักษณ์ของสโมสรคนนี้ต้องย้ายออกไปในปี 2021 ทั้งที่เจ้าตัวอยากอยู่ ? 

ติดตามได้ที่ Main Stand 

 

การบริหารที่ล้มเหลวของบาร์เซโลน่า 

ผู้ต้องสงสัยรายแรกคือสโมสรบาร์เซโลน่าเอง ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงได้ แต่หมายถึงการบริหารงานองค์กรที่ผิดพลาด จากทีมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก กลับกลายเป็นทีมที่เจอวิกฤตหนักหนาที่สุดในช่วง 2 ปีหลังสุด โดยเฉพาะเมื่อไวรัส โควิด-19 เข้ามาเป็นอีกตัวแปรสำคัญ

ในมือผู้บริหารคนเก่าอย่าง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บาร์เซโลน่าสร้างดีลที่ผิดพลาดและจ่ายเงินกับสิ่งที่ไม่จำเป็นมากมาย ทั้งกับการซื้อนักเตะ การจ่ายค่าเหนื่อย ไปจนถึงการจ้างทีมที่คอยปั่นกระแสโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีการเปิดเผยจาก The Athletic ว่า บาร์เซโลน่ามีหนี้รวมถึง 1.2 พันล้านยูโร และทำให้เมสซี่ฉุนขาด ถึงกับส่งบูโรแฟกซ์เพื่อขอฉีกสัญญาเมื่อเดือนสิงหาคม 2020 แต่ทางบาร์ซ่าและ ลา ลีกา ขวางไว้ โดยอ้างเงื่อนไขของสัญญาที่ต้องทำก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2020 แม้มีโควิดก็ไม่สน จนเมสซี่ต้องยอมเล่นให้ทีมต่อ

ขณะที่ประธานสโมสรคนใหม่อย่าง โจน ลาปอร์ต้า ก็ยืนยันตรงกันว่า หลังจากเขาตรวจสอบตัวเลขหนี้ในบัญชีของสโมสรสำหรับฤดูกาล 2020-21 เพียงปีเดียว สโมสรมีหนี้เพิ่มอีกกว่า 500 ล้านยูโร ขณะที่รายรับที่เข้ามาไม่สัมพันธ์กันเลย เพราะมีเพียง 384 ล้านยูโรเท่านั้น ตกลงจากปีก่อนเกือบครึ่ง (ปีก่อนได้ 671.4 ล้านยูโร) 

สำหรับสโมสรที่เป็นสมาชิกของ ลา ลีกา มันมีกฎข้อหนึ่งที่ว่าพวกเขาจะต้องมีรายจ่ายในส่วนของค่าเหนื่อยให้น้อยกว่ารายรับของสโมสร เพื่อป้องกันปัญหาการเงินร้ายแรงที่จะตามมาภายหลัง กฎนี้ส่งผลกับการต่อสัญญากับเมสซี่โดยตรง เพราะสัญญาของเมสซี่ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา

สำหรับสัญญาฉบับใหม่ เมสซี่ได้เขาประชุมกับลาปอร์ต้าแบบตัวต่อตัว และข้อมูลจากข่าววงในที่อ้างโดย The Athletic บอกว่า สัญญาฉบับนี้ เมสซี่ยินยอมที่จะลดค่าเหนื่อยลง 50% เนื่องจากหากเขาไม่ยอมลด กฎรายจ่ายของแต่ละสโมสรที่ ลา ลีกา วางไว้ จะทำให้บาร์ซ่าไม่ผ่านเกณฑ์ และทำให้สโมสรต้องโดนลงโทษ เนื่องจากในปีที่แล้ว (ฤดูกาล 2020-21) บาร์เซโลน่าขาดทุนอย่างหนัก ทาง ลา ลีกา ได้อะลุ้มอล่วยให้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเรื่องโควิด-19 และให้โอกาสพวกเขาได้แก้ไขเรื่องรายรับ-รายจ่าย ต่ออีก 1 ปี เพื่อให้ทางลีกได้ตรวจสอบอีกครั้ง 

ข้อตกลงระหว่างเมสซี่กับบาร์เซโลน่าคือ เขาจะลดค่าเหนื่อยต่อปีลง จาก 45 ล้านปอนด์ เหลือเพียง 20 ล้านปอนด์ โดยจะเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปี และตามข้อมูลที่เปิดเผยคือ เมสซี่จะเล่นให้กับบาร์ซ่า 2 ปี หลังจากนั้นจะยอมให้เมสซี่ย้ายไปเล่นใน เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับรับบททูตของสโมสรอีก 3 ปี โดยบาร์ซ่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งทั้งสองฝ่ายจับมือ "ดีล" กันเรียบร้อยแล้ว 

แต่ปัญหามันไม่ง่ายแบบนั้น เพดานค่าเหนื่อยของทีมก็ยังแก้ไขไม่ได้ เพราะสัญญาของนักเตะบาร์เซโลน่าแต่ละคนแพงมาก ๆ อองตวน กรีซมันน์ 8 แสนยูโรต่อสัปดาห์ ขณะที่นักเตะคนอื่น ๆ หากไม่นับกลุ่มเยาวชนที่ดันขึ้นมาจากอคาเดมีของตัวเองอย่าง อันซู ฟาติ, เปดรี้ หรือ ริกิ ปุตช์ ไม่มีนักเตะคนไหนเลยที่ค่าเหนื่อยต่ำกว่า 150,000 ยูโรต่อสัปดาห์ และมีถึง 8 คน ที่รับค่าเหนื่อยระหว่าง 200,000 ถึง 400,000 ยูโรต่อสัปดาห์ (ทั้งหมดนี้ไม่รวมนักเตะอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร กับ เมมฟิส เดปาย ที่ย้ายเข้ามาใหม่)

บาร์เซโลน่า พยายามจะเคลียร์ตรงนี้แล้วเพื่อให้อะไร ๆ มันง่ายขึ้น พวกเขามีข่าวจะขาย อองตวน กรีซมันน์ เพื่อลดภาระค่าเหนื่อย ทว่าก็ไม่มีทีมไหนสู้ราคาไหว นอกจากนี้พวกเขายังพยายามเทขาย อุสมาน เดมเบเล่, ซามูเอล อุมติตี้, มิลาเร็ม ปานิช ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม แม้นักเตะจะอยากย้าย แต่ค่าเหนื่อยของพวกเขาก็ทำให้ทีมที่จะซื้อต้องถอยฉากไปเกือบหมด บาร์เซโลน่าต้องแบกค่าใช้จ่ายทุกอย่างไว้ต่อไป ซึ่งนั่นส่งผลให้พวกเขาต้องคุยกับ เมสซี่ เพื่อขอให้ลดค่าเหนื่อยตัวเองลง 50% นอกจากนี้ พวกเขายังต้องไปคุยกับ ฆาเวียร์ เตบาส ประธานของ ลา ลีกา เพื่อช่วยหาทางให้ทีมสามารถรั้งเมสซี่ต่อไปได้ 

ข้อตกลงระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ ลา ลีกา คือ บาร์เซโลน่าจะต้องเป็นฝ่ายยกมือสนับสนุนให้กับ ลา ลีกา ในการขายหุ้นของ ลา ลีกา ให้กับ CVC Capital Partners จำนวน 10% คิดเป็นเงิน 2.7 พันล้านยูโร โดยเงินจำนวนนี้ ลา ลีกา บอกว่าจะเอามาแบ่งให้กับสโมสรสมาชิก เพื่อลดภาระด้านการเงินจากสถานการณ์โรคโควิด-19 

ขณะที่บาร์เซโลน่าเอง ก็จะได้นำเงินจำนวนนี้ไปเพิ่มเพดานค่าเหนื่อยของตัวเอง ทำให้พวกเขาสามารถขยายสัญญาเมสซี่ออกไปได้ แม้จะขายนักเตะที่ไม่ได้ใช้งานคนอื่น ๆ ไม่ออกก็ตาม 

"ดีล!" เพื่อรั้งเมสซี่อยู่กับทีม ไม่มีเหตุผลอะไรที่บาร์เซโลน่าจะไม่ยอม ทุกอย่างควรจะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว ทว่าในความสงบนี้กลับมีใครบางคนที่ "เอ๊ะ" กับข้อเสนอนี้ขึ้นมา และการเอ๊ะนั่นเอง ที่ทำให้บาร์เซโลน่าหยุดปากกาที่กำลังจะเซ็นสัญญา และขอทบทวนอีกครั้ง... 

 

จบโดยที่เมสซี่ไม่รู้ตัว 

ขณะที่บาร์เซโลน่าเตรียมการเพื่อแถลงการณ์ยกเลิกการต่อสัญญากับ ลิโอเนล เมสซี่ ตัวของนักเตะนั้นไม่มีความคิดที่จะย้ายทีมเลย และเจ้าตัวก็มั่นใจมาก ๆ ว่าสิ่งที่เขาเจรจากับทีมไปได้ข้อตกลงที่สำเร็จแล้ว เรียกง่าย ๆ ว่า เมสซี่ไหวตัวไม่ทัน รู้อีกทีสโมสรก็ประกาศว่าเรื่องทั้งหมดมันจบลงแล้ว 

หลังจากได้รับรู้ความจริงสุดช็อก เมสซี่ก็ขึ้นแถลงข่าวด้วยตนเอง เนื้อหาใจความของเขาที่กล่าวในวันนั้นเต็มไปด้วยคำขอบคุณ และความรักที่มีต่อสโมสรบาร์เซโลน่า พร้อมทั้งย้ำว่า เขาไม่เคยอยากจะจากทีมเลย ทว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความซึ้ง คือการสื่อว่าใครสักคนกำลังทำสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการล้มโต๊ะเจรจา 

"การที่ผมไม่ได้ออกมาพูดผ่านสื่อบ่อย ๆ เป็นการเชื้อเชิญให้คนอื่น ๆ เอาความคิดของพวกเขามายัดใส่ปากของคุณ แต่นั่นไม่ใช่ความจริงทั้งหมดหรอกนะ ผมจะพูดเฉพาะในมุมของผมเท่านั้น สำหรับผมแล้วผมซื่อสัตย์ โปร่งใส และไม่เคยโกหกใคร นั่นคือสิ่งที่ผมเป็นมาเสมอ และผมอยากให้แฟน ๆ ได้รู้"

นักข่าวที่ร่วมงานแถลงการณ์ในวันนั้น พยายามจะชักจูงให้เมสซี่ ชี้ถึงตัวการที่ทำให้ความฝันของเขาต้องพังทลาย มีการถามถึงการตัดสินใจของ โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสร และ ฆาเวียร์ เตบาส ประธาน ลา ลีกา ว่าเป็นใครกันแน่ที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ? ซึ่งเมสซี่ก็ไม่ได้ตอบตรง ๆ เสียทีเดียว

"ผมรู้แค่ว่า ลา ลีกา ไม่สามารถปล่อยให้การเซ็นสัญญาของผมเกิดขึ้นได้ มันเป็นเพราะหนี้ของสโมสร ทีมของเราไม่สามารถเป็นหนี้ได้มากกว่านี้อีกแล้ว ทุกอย่างจึงไม่เกิดขึ้น สำหรับเตบาส ผมไม่มีอะไรจะพูด ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว และผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขา" เมสซี่ ว่าไว้เช่นนั้น แล้วใครล่ะเป็นคนล้มข้อเสนอที่ทุกฝ่ายตกลงกันไว้แล้ว 

คำแถลงของเมสซี่ในวันนั้น พาให้สื่อไปค้นหาความจริงกันอุตลุด บ้างก็บอกว่า บาร์เซโลน่าคือคนที่หักหลัง เมสซี่ เพราะค่าเหนื่อยของเขามากเกินไปจริง ๆ ต่อให้ลดลงมาแล้ว 50% ก็ยังทำให้สโมสรมีค่าเหนื่อยของนักเตะรวมคิดเป็น 110% ของรายรับทั้งหมด และบาร์เซโลน่าต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายลงอย่างน้อยอีก 200 ล้านยูโรในปีนี้ ถึงจะได้รับอนุญาตจาก ลา ลีกา ให้ต่อสัญญากับ เมสซี่ ได้ 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องใหญ่จากชายที่ชื่อว่า เจาเม่ โยปิส ที่เป็นอาจารย์ในคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย บาร์เซโลน่า และเคยทำงานเป็นนักวางกลยุทธ์ในองค์กรให้กับทีมบาร์เซโลน่า ที่ขอลาออกจากตำแหน่งทันทีเมื่อรู้ข่าวว่าเมสซี่จะไม่ต่อสัญญา ก็ออกมาแฉในแนว ๆ ที่ว่า ไม่ต้องโทษใครเลย โจน ลาปอร์ต้า คือคนที่อยู่เบื้องหลังการผลักเมสซี่ออกจากทีม ทั้ง ๆ ที่เขานี่แหละที่เป็นคนใช้นโยบาย "รั้งเมสซี่" ให้ตัวเองเอาชนะการเลือกตั้งประธานสโมสรเมื่อปลายปี 2020 ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถร่วมงานกับสโมสรได้อีกต่อไป 

และหลังจากโดนถามว่า ลาปอร์ต้าทำยังไงเพื่อล้มดีลนี้ คำตอบของโยปิสคือ ลาปอร์ต้ายกเลิกข้อเสนอจาก ลา ลีกา ในการสนับสนุนให้ ลา ลีกา ขายหุ้นให้กับ CVC ตามที่เคยตกลงกันไว้ ... เมื่อไม่ตกลงก็หมายความว่า บาร์เซโลน่าจะไม่สามารถเพิ่มเพดานค่าเหนื่อยได้ และไม่สามารถต่อสัญญาเมสซี่ได้

คำกล่าวทั้งหมดนี้อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ เพราะมันมาจากคน ๆ เดียวที่เคยทำงานให้กับองค์กร แต่ถ้าเมื่อลองลากเส้นความเกี่ยวพันของส่วนต่าง ๆ ทั้งหมด ทำให้สื่อเจ้าดังหลายเจ้าวิเคราะห์ว่า การล้มดีลของ CVC เกิดขึ้นจริง และลาปอร์ต้าก็เลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสโมสร

ขณะที่หลายคนถามว่า ทำไมเมสซี่จึงไม่สามารถ "เล่นฟรี" แบบไม่รับค่าเหนื่อยล่ะ ? ปัญหาทุกอย่างจะได้จบ ... คำตอบคือ นั่นเป็นแนวคิดอุดมคติที่เป็นไปไม่ได้ เมสซี่คือนักเตะที่ดีที่สุดในโลก และการเล่นฟรีจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง ดังนั้นเมสซี่จึงต้องออกจากทีมโดยที่เขานั้นแทบไม่ทันตั้งตัว 

 

ผิดกันหมดจึงต้องล้มกระดาน 

จะโทษลาปอร์ต้าคนเดียวก็ไม่ได้ เขาทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ในช่วงที่ได้รับตำแหน่ง เขาบอกเองว่า "สโมสรนี้เละเทะกว่าที่ผมเข้าใจเยอะเลย" และสิ่งที่แสดงให้เราเห็นก็พอจะสะท้อนได้ชัดว่า ลาปอร์ต้าพูดจริง 


การไม่ต่อสัญญาเมสซี่ อาจจะเป็นความผิดร้ายแรงของเขา ที่สัญญากับแฟน ๆ ไว้แต่ทำไม่ได้ ทว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนเกินกว่าที่ลาปอร์ต้าจะเข้าใจ เขาเคยคิดแค่ว่า สามารถตกลงกับเตบาสได้แล้ว เพดานค่าเหนื่อยก็จะสูงขึ้น แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น 

เนื้อหาสัญญาของการขายหุ้น ลา ลีกา ให้กับ CVC คือ สโมสรใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด จะต้องได้ส่วนแบ่งด้านการตลาดและการถ่ายทอดสดน้อยลงกว่าที่เคย เพราะทาง ลา ลีกา จะเอาส่วนต่างนี้ไปเฉลี่ยให้กับทีมอื่น ๆ ให้ได้ใกล้เคียงกับสองทีมนี้มากขึ้น เหมือนกับที่ พรีเมียร์ลีก ทำกับทุกสโมสรในลีกสูงสุดของอังกฤษ โดยทาง ลา ลีกา ได้ตั้งคณะกรรมการตัดสินใจเรื่องนี้จาก 12 สโมสรในลีก (นอกจาก บาร์ซ่า และ มาดริด) 

สรุปชัด ๆ ง่าย ๆ คือ ภายใต้ความดีใจระยะสั้นที่บาร์เซโลน่าจะมีเมสซี่ในทีมต่อไป พวกเขาจะได้ส่วนแบ่งต่อปีลดลงจากเดิม 10% ในระยะเวลาสัญญาที่ ลา ลีกา ตกลงกับ CVC คือ 50 ปี ซึ่งหากเอาส่วนแบ่ง 10% ไปคูณ 50 (ระยะสัญญา 50 ปี) แม้จะไม่มีตัวเลขชัด ๆ เพราะมันเป็นเรื่องของอนาคต แต่ก็สามารถเข้าใจได้ว่า แม้จะได้เมสซี่อยู่กับทีมต่อไปอีก 2-5 ปีเป็นอย่างน้อย แต่บาร์เซโลน่าจะมีรายได้ลดลงไปนานถึง 50 ปี 

นี่เป็นเหมือนการเอาขนมหวานมาหลอกเด็กชัด ๆ ลาปอร์ต้าเกือบจะคว้าลูกวาดนั้นเข้าปากแล้ว ตามนโยบายที่เขาหาเสียงไว้ แต่สุดท้ายเขาก็พบว่าทีมจะเสียเปรียบมาก และมีผลลบมากกว่าบวกหากยอมรับสัญญารับเงินสนุนจาก ลา ลีกา และ CVC ครั้งนี้ ดังนั้น การตัดเมสซี่ออก ถือเป็นการเจ็บสั้นแต่ดีกว่าปวดนาน ... ไม่อยากทำก็ต้องทำ แต่ใครกันล่ะที่นำเสนอความจริงข้อนี้กับลาปอร์ต้า ให้ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ทำในสิ่งที่ผู้นำส่วนใหญ่ไม่ทำกัน นั่นคือการ "คืนคำพูด" 

ชื่อของชายอีกคนโผล่เข้ามาในละครเรื่องนี้ ... ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด ทีมคู่รักคู่แค้นของ บาร์เซโลน่า คือคนที่สื่อ "อ้างว่า" เป็นคนขอให้ลาปอร์ต้าทบทวนข้อเสนอที่จะทำให้สโมสรมีรายได้ลดลงนาน 50 ปี 

เปเรซ คือชายคนเดียวที่เข้ามาคุยกับลาปอร์ต้า เพื่อโน้มน้าวให้เขาไม่ยอมรับข้อตกลงของ ลา ลีกา และ CVC ใจความของเปเรซคือ นี่เป็นสัญญาขูดเลือดทีมใหญ่อย่าง มาดริด และ บาร์ซ่า เพื่อเอาไปแจกจ่ายให้กับทีมเล็ก ๆ ในลีก ซึ่งเป็นสิ่งที่สองทีมนี้พยายามไม่ให้เกิดขึ้นมาตลอด ชัดเจนที่สุดคือการร่วมกันก่อตั้ง ซูเปอร์ลีกลีก ที่รวมเฉพาะทีมชั้นนำทั่วยุโรปมาแข่งขันกัน เพื่อสร้างมูลค่าและทำเงินได้มากกว่าที่โลกฟุตบอลเคยมี 

แม้ไอเดีย ซูเปอร์ลีก จะล่มปากอ่าว (ถึง มาดริด, บาร์ซ่า และ ยูเวนตุส 3 ทีมที่ร่วมก่อการจะยังไม่ล้มเลิกก็ตาม) แต่การพยายามลดช่องว่างระหว่างทีมใหญ่ของ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด และทีมอื่น ๆ ในลีกที่มีรายได้ต่างกันสุดขั้ว ที่ ลา ลีกา ต้องการมาโดยตลอด ยังคงดำเนินต่อไป เรียกง่าย ๆ ศึกระหว่าง มาดริด, บาร์ซ่า vs ลา ลีกา ยังไม่จบ และเปเรซก็พยายามเตือนให้ลาปอร์ต้ารู้ว่า ศัตรูกำลังจะ "ตีป้อมแตก" หากลาปอร์ต้าและบาร์ซ่า รับข้อเสนอ พวกเขาจะต้องเสียใจในระยะยาวแน่นอน 

ย้ำอีกครั้งว่าเรื่อง เปเรซ, บาร์ซ่า และ ลา ลีกา ยังคงต้องหาความจริงกันต่อไป ตอนนี้ยังเป็นการลือกันเท่านั้น ทว่าหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็พอจะบอกได้ว่า เปเรซ น่าจะเกี่ยวจริง ๆ เพราะเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2021 เรอัล มาดริด เพิ่งยื่นฟ้อง ฆาเวียร์ เตบาส จากการขายหุ้น ลา ลีกา ให้กับ CVC เนื่องจากมองว่าการซื้อขายหุ้นครั้งนี้ไม่เป็นธรรมกับพวกเขา เพราะจะทำให้ต้องสูญเสียรายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดจำนวน 10.95% ไปตลอดระยะเวลา 50 ปี 

การฟ้องครั้งนี้ตรงกับข้อมูลที่เป็นเหตุผลให้ลาปอร์ต้ายอมทิ้งเมสซี่ และ CVC เพื่อรักษาผลประโยชน์ระยะยาวของสโมสรเป๊ะ ... แบบนี้เขาเรียกว่ามีเค้า แม้จะเป็นศัตรูกัน แต่เป้าหมายของทั้งสองสโมสรนั้นเหมือนกัน นั่นคือทั้งคู่ต้องการอยู่บนจุดสูงสุดเสมอ และเชื่อว่าพวกเขาคือสโมสรที่มีพาวเวอร์ ที่สมควรจะได้รับส่วนแบ่งมากกว่าทีมอื่น ๆ ในลีก 

หลังจากที่ มาดริด สั่งฟ้อง เตบาส ได้ไม่กี่ชั่วโมง จากที่เคยลือกันว่า เปเรซคือคนโน้มน้าวให้ลาปอร์ต้าล้มดีลกับ ลา ลีกา ก็ดูจะเป็นความจริงขึ้นมาอีก เพราะ ฆาเวียร์ เตบาส ก็ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ โดยมีการแชร์คลิปวีดีโอการเข้าเจรจากันของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ กับ โจน ลาปอร์ต้า 2 หัวเรือใหญ่จาก มาดริด และ บาร์ซ่า พร้อมด้วยแคปชันว่า

"รู้หรือยังใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ไม่มีเมสซี่ ไม่มีเงินอีก 270 ล้าน ไม่มีเพดานค่าเหนื่อย ทายซิ สโมสรไหนจะได้ประโยชน์โดยสมบูรณ์แบบ ?" 

ไม่ว่าใครจะทำอะไร ต่อจากนี้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ตอนนี้เมสซี่กลายเป็นนักเตะใหม่ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไปเรียบร้อย ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไป บาร์ซ่า ต้องเริ่มชีวิตใหม่ที่ไร้เมสซี่ ไปพร้อม ๆ กับการจับมือกับ มาดริด เพื่อต้านนโยบายของ ลา ลีกา กันต่อไป 

หากจะบอกว่าใครสักคนผิดในเรื่องนี้ คงต้องบอกว่าผิดกันทั้งหมด ลา ลีกา ผิดที่ไม่บริหารให้ดีตั้งแต่แรกในเรื่องส่วนแบ่งการตลาด พวกเขาปล่อยให้ มาดริด และ บาร์เซโลน่า ได้ส่วนแบ่งจากการถ่ายทอดสดมากกว่าทีมอื่น ๆ ในลีกมานานมาก จนทั้งสองทีมไม่อยากจะลดส่วนที่ตัวเองเคยได้ลง 

ขณะที่ บาร์เซโลน่า ก็เสียเวลาไปมากกับการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ เต็มไปด้วยความฉ้อโกง การซื้อนักเตะที่ไม่สามารถใช้งานได้ และการจ่ายค่าเหนื่อที่แตะเพดานมาโดยตลอด จนกระทั่งทุกอย่างพังลงจากการทุบด้วยค้อนปอนด์ยักษ์ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถต้านทานได้อย่าง "โควิด -19" 

ประสบการณ์ครั้งนี้จะสอนให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ ... สำหรับแฟนบอลก็เช่นกัน แม้จะไม่ได้เล่นเกมตัวเลขร่วมกับ 2 สโมสรและ ลา ลีกา แต่เราก็ได้รู้ว่า การใช้จ่ายของสโมสรไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเหมือนกับในเกม Football Manager และเหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นการยืนยันว่า "ในโลกฟุตบอล อะไรก็เกิดขึ้นได้" 

เพราะแม้แต่ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ยังโดน บาร์เซโลน่า ปฏิเสธได้เลย

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.goal.com/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A5-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB-cvc/roo0lpiz6mm12g62j4b9b0zc?fbclid=IwAR1G2TcStwrQypKuZ2Oymczodzopb0QFN3uaB7iEoWLXD1m0cjwcNQ95T5c

https://theathletic.com/2758624/2021/08/11/life-after-messi-for-barcelona-more-cuts-more-drama-more-anger/

https://theathletic.com/2755797/2021/08/08/messi-left-barcelona-because-of-the-club-not-because-of-la-liga/

https://www.france24.com/en/live-news/20210809-explained-why-barcelona-had-to-let-messi-go

https://www.football-espana.net/2021/08/10/tebas-barcelona-lionel-messi-perez

https://news.in-24.com/sports/laLiga/153619.html

https://fcbarcelonalatestnews.com/fc-barcelona-players-wages/

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้