"บิ๊กแนต” ทุบโต๊ะ! ซีเกมส์ 2019 "ฮอกกี้ - ฟลอร์บอล" ต้องชิงทอง หากวืดถือว่าล้มเหลว

Nov 19, 2019

คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ออกเยี่ยมการฝึกซ้อมของนักกีฬา ฮอกกี้ และฟลอร์บอล ชุดซีเกมส์ ที่จังหวัดสระบุรี โดยฟลอร์บอลเตรียมส่งชิมลางรายการ เอเชีย โอเชียเนีย ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ขณะที่ ซีเกมส์ ปลายปีนี้ “บิ๊กแนต” ลั่นทั้ง ฮอกกี้ และฟลอร์บอล หากไม่สามารถเข้าถึงนัดชิงเหรียญทองถือว่าล้มเหลว

นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย น.พ.วารินทร์ ตัณฑศุภศิริ รองเลขาธิการ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้ออกตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมของนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติไทย ที่เก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ อ.มวกเหล็ก และนักกีฬาฟลอร์บอลทีมชาติไทย ที่เก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่ รีสอร์ท “เขา น้ำ ฟ้า” จังหวัดสระบุรี ตามนโยบายของประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ที่ส่งผู้บริหารเดินทางให้กำลังใจนักกีฬาทุกชนิดกีฬาที่เก็บตัวฝึกซ้อมในการเตรียมความพร้อม เพื่อเข้าร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2562 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

ในส่วนของกีฬาฟลอร์บอลชาย มีโปรแกรมเตรียมเดินทางไปเข้าร่วมแข่ง ขันรายการ ฟลอร์บอล เอเชีย โอเชียเนีย ( AOFC cup 2019 PHILIPPINES ) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 7-12 กรกฏาคม 2562 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ รายการนี้มีทีมส่งเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 9 ชาติ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สาย สายเอ. มี 5 ทีมประกอบด้วย ไทย (อันดับ 14 ของโลก) และแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว , เกาหลีใต้ (อันดับ 21 ของโลก), มาเลเซีย (อันดับ 25 ของโลก), อิหร่าน (อันดับ 38 ของโลก) และ ปากีสถาน  ส่วนสายบี. สิงคโปร์ (อันดับ 16 ของโลก), ญี่ปุ่น (อันดับ 17 ของโลก), ฟิลิปปินส์ (อันดับ 35 ของโลก) และ อินเดีย (อันดับ 37 ของโลก)

โดยทีมชาติไทย จะประเดิมสนามนัดแรก เป็นคู่แรก พบกับ เกาหลีใต้  และยังได้เป็นคู่เปิดการแข่งขันเป็นของสุดท้ายของวันด้วย โดยพบกับ ทีมชาติ ปากีสถาน ในวันที่ 7 กรกฏาคม ทำให้ทีมไทยแข่งวันเดียว 2 นัด จากนั้นในวันที่ 8 ก.ค. พบกับ มาเลเซีย, / วันที่ 9 ก.ค. พบกับ อิหร่าน  ส่วนวันที่ 10-11-12 ก.ค. เป็นการแข่งขันเพื่อจัดอันดับ และนัดชิงชนะเลิศ

ด้านเคนเน็ธ โก๊ะ บุนโฮค กุนซือทีมชาติไทยชาวสิงคโปร์ เปิดเผยว่า รายการเอเชียโอเชียเนีย ที่ฟิลิปปินส์ ทีมชาติไทยจะส่งนักกีฬาดาวรุ่งผสมกับทีมชาติตัวหลักลงแข่งขัน เนื่องจากรายการนี้เป็นทัวร์นาเม้นต์ ที่ทุกชาติส่งมาเพื่อสร้างความเคลื่อนไหวของนักกีฬาตัวเองก่อนการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ขณะที่ ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, มาเลเซีย ส่งเพื่อทดสอบความสามารถของนักกีฬา และต้องการดูความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทย ก่อนเจอกันอีกครั้งในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ปลายปีนี้ ส่วนตัวมั่นใจว่า ด้วยศักยภาพ และอันดับโลกของไทยดีกว่าทุกชาติ โอกาสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นไปได้สูง

ส่วนการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ซึ่ง สมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย ต้องรับผิดชอบนักกีฬาฟลอร์บอลควบคู่ไปด้วย ถือว่าเป็นสมาคมที่ส่งนักกีฬามากเป็นอันดับสองของทัพนักกีฬาไทย เป็นรองเพียงแค่นักกีฬากรีฑาเท่านั้น ทำให้ต้องใช้งบประมาณในการทำทีมค่อนข้างสูง โดยส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ด้วยดีเสมอมา

ทั้งนี้ ฮอกกี้ มีชิง 2 เหรียญทอง และ ฟลอร์บอล มีชิง 2 เหรียญทองเช่นเดียวกัน นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ยืนยันว่า ขณะนี้นักกีฬาฮอกกี้ และฟลอร์บอล ทั้งทีมชาย และทีมหญิง ได้เก็บตัวฝึกซ้อมกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มีนักกีฬาลูกครึ่งไทย – สวีเดน และ ไทย-ฟินแลนด์ ที่มีความสามารถอีกจำนวนหลายคนเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทย จึงทำให้มั่นใจว่า การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ปลายปีนี้ ต้องเข้าชิงทุกรุ่นให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ลุงตู่ใจดี! รัฐบาลควักเงิน 224 ล้านบาท มอบให้ทัพนักกีฬาไทยที่ได้เหรียญในซีเกมส์ ครั้งที่ 30

Jan 24, 2020

รัฐบาลมอบเงินรางวัล 224 ล้านบาท ให้นักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีให้กับ นักกีฬาทีมชาติไทยที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด  ยอดมณี  ผู้ว่าการ กกท. และนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัล ร่วมงาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา

ตามที่นักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันการแข่งขันกีฬากีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2562 โดยประเทศไทยได้เป็นอันดับที่ 3 จากประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน 11 ประเทศ ได้รับ 92 เหรียญทอง 103 เหรียญเงิน 123 เหรียญทองแดงนั้น

ทั้งนี้รัฐบาล โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กีฬาที่ให้การสนับสนุน พัฒนากีฬาของชาติ  ได้มอบเงินรางวัลสำหรับนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน โดยมอบให้กับนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬากีฬาซีเกมส์ เหรียญทอง ได้รับ 300,000 บาท, เหรียญเงิน 150,000 บาท และเหรียญทองแดง 75,000 บาท

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

รวมทั้ง ผู้ฝึกสอน ได้รับเงินรางวัล 20% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ สำหรับประเภทที่มีนักกีฬาไม่เกิน 6 คน และ 10% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ สำหรับประเภทที่มีนักกีฬา ตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป ส่วนสมาคมกีฬา ได้รับ 30% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ โดยเงินรางวัลที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มอบให้กับนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา ที่ได้เหรียญรางวัล ในครั้งนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 224,362,500 บาท (นักกีฬา 154,575,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 23,797,500 บาท และสมาคมกีฬา 45,990,000 บาท) ประกอบด้วย

สมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 450,000 บาท (นักกีฬา 300,000 บาท,ผู้ฝึกสอน 60,000 บาท และสมาคมกีฬา 90,000 บาท), สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 12 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 12 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 18,225,000 บาท (นักกีฬา 12,150,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 2,430,000 บาท และสมาคมกีฬา 3,645,000 บาท)

สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 2,812,500 บาท (นักกีฬา 1,875,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 375,000 บาท และสมาคมกีฬา 562,500 บาท), สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 5,715,000 บาท (นักกีฬา 3,900,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 645,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,170,000 บาท)

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

 

สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย ได้รับ 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 2,587,500 บาท (นักกีฬา 1,725,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 345,000 บาท และสมาคมกีฬา 517,500 บาท), สมาคมกีฬาคูราชแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,800,000 บาท (นักกีฬา 1,200,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 240,000 บาท และสมาคมกีฬา 360,000 บาท)

สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 6 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 6,525,000 บาท (นักกีฬา 4,350,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 870,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,305,000 บาท), สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,912,500 บาท (นักกีฬา 1,275,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 255,000 บาท และสมาคมกีฬา 382,500 บาท), สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ได้รับ 3 เหรียญทอง ได้รับเงินรางวัลรวม 9,540,000 บาท (นักกีฬา 6,600,000 บาท,ผู้ฝึกสอน 960,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,980,000 บาท)

 

สมาคมกีฬาไตรกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 2,137,500 บาท (นักกีฬา 1,425,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 285,000 บาท และสมาคมกีฬา 427,500 บาท), สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ได้รับ 7 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 5,962,500 บาท (นักกีฬา 3,975,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 795,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,192,500 บาท)

สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,462,500 บาท (นักกีฬา 975,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 195,000 บาท และสมาคมกีฬา 292,500 บาท), สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,687,500 บาท (นักกีฬา 1,125,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 225,000 บาท และสมาคมกีฬา 337,500 บาท), สมาคมกีฬาเนตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,260,000 บาท (นักกีฬา 900,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 90,000 บาท และสมาคมกีฬา 270,000 บาท)

สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับ 3 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 5,940,000 บาท (นักกีฬา 4,200,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 480,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,260,000 บาท), สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 675,000 บาท (นักกีฬา 450,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 90,000 บาท และสมาคมกีฬา 135,000 บาท), สมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 5,040,000 บาท (นักกีฬา 3,600,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 360,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,080,000 บาท)

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 6,495,000 บาท (นักกีฬา 4,575,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 547,500 บาท และสมาคมกีฬา 1,372,500 บาท), สมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,125,000 บาท (นักกีฬา 750,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 150,000 บาท และสมาคมกีฬา 225,000 บาท), สมาคมกีฬาปัญจกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับ 5 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 1,575,000 บาท (นักกีฬา 1,050,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 210,000 บาท และสมาคมกีฬา 315,000 บาท)

สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,462,500 บาท (นักกีฬา 975,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 195,000 บาท และสมาคมกีฬา 292,500 บาท), สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 2,700,000 บาท (นักกีฬา 1,800,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 360,000 บาท และสมาคมกีฬา 540,000 บาท), สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 5,625,000 บาท (นักกีฬา 3,750,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 750,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,125,000 บาท)

สมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 2,025,000 บาท (นักกีฬา 1,350,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 270,000 บาท และสมาคมกีฬา 405,000 บาท), สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 1 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 4,200,000 บาท (นักกีฬา 3,000,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 300,000 บาท และสมาคมกีฬา 900,000 บาท)

สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 2,475,000 บาท (นักกีฬา 1,650,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 330,000 บาท และสมาคมกีฬา 495,000 บาท), สมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 1,575,000 บาท (นักกีฬา 1,050,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 210,000 บาท และสมาคมกีฬา 315,000 บาท), สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ได้รับ 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 2,925,000 บาท (นักกีฬา 1,950,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 390,000 บาท และสมาคมกีฬา 585,000 บาท),

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย ได้รับ 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 3,825,000 บาท (นักกีฬา 2,550,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 510,000 บาท และสมาคมกีฬา 765,000 บาท), สมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 787,500 บาท (นักกีฬา 525,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 105,000 บาท และสมาคมกีฬา 157,500 บาท), สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 3,375,000 บาท (นักกีฬา 2,250,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 450,000 บาท และสมาคมกีฬา 675,000 บาท)

สมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 7 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 8 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 8,887,500 บาท (นักกีฬา 5,925,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 1,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,777,500 บาท), สมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 2,025,000 บาท (นักกีฬา 1,350,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 270,000 บาท และสมาคมกีฬา 405,000 บาท)

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 6,300,000 บาท (นักกีฬา 4,500,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 450,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,350,000 บาท), สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทยได้รับ 2 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 28,042,500 บาท (นักกีฬา 19,875,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 2,205,000 บาท และสมาคมกีฬา 5,962,500 บาท)

สมาคมกีฬาลอนโบวล์สแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 900,000 บาท (นักกีฬา 600,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 120,000 บาท และสมาคมกีฬา 180,000 บาท), สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย ได้รับ 3 เหรียญเงิน และ 7 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 2,925,000 บาท (นักกีฬา 1,950,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 390,000 บาท และสมาคมกีฬา 585,000 บาท)

สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 10,050,000 บาท (นักกีฬา 7,050,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 885,000 บาท และสมาคมกีฬา 2,115,000 บาท), สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 8 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 10,522,500 บาท (นักกีฬา 7,275,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 1,065,000 บาท และสมาคมกีฬา 2,182,500 บาท), สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,012,500 บาท (นักกีฬา 675,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 135,000 บาท และสมาคมกีฬา 202,500 บาท)

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

สมาคมกีฬาวูซูแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 450,000 บาท (นักกีฬา 300,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 60,000 บาท และสมาคมกีฬา 90,000 บาท), สมาคมกีฬาสควอชแห่งประเทศไทยฯ ได้รับ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 562,500 บาท (นักกีฬา 375,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 75,000 บาท และสมาคมกีฬา 112,500 บาท), สมาคมกีฬาหมากรุกสากลแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง ได้รับเงินรางวัลรวม 450,000 บาท (นักกีฬา 300,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 60,000 บาท และสมาคมกีฬา 90,000 บาท)

สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ได้รับ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 4,725,000 บาท (นักกีฬา 3,150,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 630,000 บาท และสมาคมกีฬา 945,000 บาท), สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ได้รับ 3 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 3,937,500 บาท (นักกีฬา 2,625,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 525,000 บาท และสมาคมกีฬา 787,500 บาท)

สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง ได้รับเงินรางวัลรวม 8,400,000 บาท (นักกีฬา 6,000,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 600,000 บาท และสมาคมกีฬา 1,800,000 บาท), สมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 17,640,000 บาท (นักกีฬา 12,600,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 1,260,000 บาท และสมาคมกีฬา3,780,000 บาท)

สมาคมกีฬาแฮนด์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับ 1 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 2,100,000 บาท (นักกีฬา 1,500,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 150,000 บาท และสมาคมกีฬา 450,000 บาท) และชนิดกีฬายิงปืน ได้รับ 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,530,000 บาท (นักกีฬา 1,275,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 255,000 บาท

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและพี่น้องชาวไทย ขอแสดงความชื่นชมต่อผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมาถือเป็นความสำเร็จและเป็นเกียรติประวัติที่นักกีฬาทีมชาติไทยได้สร้างชื่อเสียง และนำความภาคภูมิใจมาสู่พี่น้องชาวไทยอีกครั้งหนึ่ง จากความสำเร็จของนักกีฬา เป็นผลมาจากความเสียสละกำลังกาย กำลังใจของนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องทุกคน แสดงให้เห็นศักยภาพและความสามารถของนักกีฬาได้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศได้เป็นอย่างดี ขอชื่นชมในการปฏิบัติงานของผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประเทศไทยได้อย่างดียิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จ และรางวัลเกียรติยศที่ได้รับในครั้งนี้จะเป็นขวัญ และกำลังใจให้นักกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง ได้พัฒนาความสามารถของตนเองให้ประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันครั้งต่อๆ ไป

“รัฐบาล จะให้การสนับสนุนทางด้านกีฬาของประเทศอย่างเต็มที่ โดยจะพยายามผลักดันให้เกิดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อใช้ในการพัฒนานักกีฬา อย่างเป็นระบบ อันจะทำให้การกีฬาของชาติสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างทัดเทียม และจะให้เผยแพร่ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาไปสู่เยาวชน, ประชาชนที่สนใจเล่นกีฬา แข่งขันกีฬาให้มากที่สุด ขอขอบคุณ บุคคล และหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุนการกีฬาของชาติให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ สามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิมาสู่ประเทศชาติ จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า ผลงานที่ท่านได้สร้างไว้นั้น ถือเป็นเกียรติประวัติของประเทศชาติ และวงศ์ตระกูล และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนของชาติในการที่จะพัฒนากีฬาไปสู่ความเป็นเลิศและความเป็นอาชีพ ในระดับต่างๆ ต่อไป รวมทั้งเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ขอให้รักษาความดี และเกียรติยศที่ได้รับนี้ไว้ ให้มั่นคงสืบไป สำหรับนักกีฬาที่ไม่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน ขอให้ทุกคนตั้งใจฝึกซ้อมและทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ เพื่อพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพ และประสบความสำเร็จในการแข่งขันในโอกาสต่อไป”

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

ซีเกมส์ 2019, ทีมชาติไทย, ทรูเชียร์ไทย, พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

"บิ๊กนิดหน่อย"เตรียมแผนหาเจ้าภาพสำรอง หากตากาล็อกเบี้ยวจัดอาเซียนพาราเกมส์

Jan 8, 2020

ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยเตรียมแผนหารือชาติสมาชิก หากฟิลิปปินส์เบี้ยวไม่จัดศึกอาเซียนพาราเกมส์ 2020 ในเดือนมีนาคมนี้

อาเซียนพาราเกมส์

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่หอประชุม บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด คณะนักกีฬาคนพิการ สตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย อาทิ วีลแชร์เรซซิ่ง, วีลแชร์ฟันดาบ, เทเบิลเทนนิส และ วีลแชร์รักบี้  นำโดย ประวัติ วะโฮรัมย์, พงศกร แปยอ, รุ่งโรจน์ ไทยนิยม,สายสุนีย์ จ๊ะนะ พร้อมผู้บริหารสมาคมกีฬาคนพิการฯ ได้เดินทางเข้ามาสวัสดีและอวยพรปีใหม่ “บิ๊กนิดหน่อย” จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย  ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยประมุขพาราไทยก็ได้อวยพรให้กับคณะนักกีฬาคนพิการ และสตาฟฟ์โค้ช ทีมชาติไทย ว่า ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออวยพรให้ทุกท่านทั้งผู้พิการทั่วไป และนักกีฬาพาราทั้งที่เคยรับใช้ชาติที่ผ่านมา และนักกีฬาในปัจจุบัน ขอให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องการงานและครอบครัว ส่วนนักกีฬาประสบความเร็จในทุกการแข่งขัน และมีสุขภาพแข็งแรงตลอดปี 2563

อาเซียนพาราเกมส์

บิ๊กนิดหน่อย เผยอีกว่า กรณีที่ ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพอาเซียนพาราเกมส์ 2019 ได้มีการประกาศเลื่อนการแข่งขันจากเดิมที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคม ไปเป็นช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากติดขัดเรื่องงบประมาณนั้น ทำให้หลังจากทราบเรื่องดังกล่าว ทางคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ก็เป็นห่วงได้มีดำเนินการแจ้งให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทราบ เพื่อของบประมาณในการเก็บตัวฝึกซ้อมเพิ่มเติมในช่วง 2 เดือนก่อนถึงการแข่งขันฯ ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้จัดสรรงบประมาณพิเศษให้แล้ว ทำให้ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องที่เกรงว่าจะกระทบการแข่งขันเพื่อชิงโควต้าพาราลิมปิกเกมส์นั้น  ได้เช็คโปรแกรมแล้ว ไม่มีนักกีฬาต้องออกไปแข่งขันเพื่อชิงตั๋วพาราลิมปิกเกมส์ช่วงเดือนมีนาคมแต่อย่างใด

“ตอนนี้มีความกังวลเรื่องฟิลิปปินส์ อาจจะยกเลิกจัดการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ 2020 ซึ่งหากฟิลิปปินส์ไม่จัดการแข่งขันจริงๆ จะเป็นผลเสียกับนักกีฬาคนพิการทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ทุกชาติก็เป็นห่วงและพร้อมที่ร่วมผลักดันให้มีการแข่งขันเกิดขึ้นให้ได้ เพราะต้องการให้นักกีฬามีทัวร์นาเมนท์การแข่งขันฯ ซึ่งหากฟิลิปปินส์ไม่พร้อมก็จะมีการหารือกับชาติสมาชิกที่มีความพร้อมที่จะรับเป็นเจ้าภาพแทน” ประมุขพาราไทย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> วุ่นวายเลย! ทัพพาราไทยปรับแผนใหม่ หลังเจ้าภาพเลื่อนศึกอาเซียนพาราเกมส์ไปแข่งมี.ค.

>> ปิดฉากซีเกมส์! ประมวลภาพพิธีปิดการแข่งขัน พร้อมส่งไม้ต่อเวียดนามเป็นเจ้าภาพครั้งหน้า

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

วุ่นวายเลย! ทัพพาราไทยปรับแผนใหม่ หลังเจ้าภาพเลื่อนศึกอาเซียนพาราเกมส์ไปแข่งมี.ค.

Dec 20, 2019

‘บิ๊กนิดหน่อย’ ประมุขพาราไทย ปรับแผนทัพไทยใหม่ หลังฟิลิปปินส์แจ้งเลื่อนอาเซี่ยนพาราเกมส์ ไปแข่งมีนาคม 2563

อาเซียนพาราเกมส์

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. “บิ๊กนิดหน่อย” จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายไมเคิล บาร์เรโด ประธานจัดการแข่งขัน ฟิลิปปินส์พาราลิมปิก (พีพีซี) ในฐานะฝ่ายจัดการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ขอเลื่อนการแข่งขันกีฬาคนพิการ “อาเซียน พาราเกมส์” ครั้งที่ 10 ออกไปจากเดิม 18-24 มกราคม 2020 เป็นวันที่​ 20-28 มีนาคม 2020

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น นายจุตินันท์ได้พูดคุยกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. และได้รับทราบข้อมูลที่ตรงกันว่าเจ้าภาพได้ขอเลื่อนการแข่งขันออกไปเป็นช่วงเดือนมีนาคมแทน ซึ่งส่งผลกระทบกับนักกีฬาไทยแน่นอน เพราะแผนการซ้อมที่เตรียมมานั้นสำหรับแข่งขันในเดือนมกราคม  จึงต้องปรับแผนการซ้อมใหม่ให้สอดคล้องกับโปรแกรมที่เลื่อนออกไปด้วย คิดว่าไม่มีปัญหาอะไรมากกับไทย

“นอกจากนี้ โปรแกรมที่เลื่อนออกไปยังไปกระทบกับโปรแกรมการแข่งขันควอลิฟายพาราลิมปิกบางชนิดกีฬาด้วย ทำให้นักกีฬาดังหลายคนอาจจะไม่ได้เข้าร่วมอาเซียนพาราเกมส์​ ต้องไปคัดพาราลิมปิกซึ่งเป็นเกมที่สำคัญกว่า​ ดังนั้นในการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ อาจได้เห็นนักกีฬาหน้าใหม่เข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้นอีก ก็เป็นเรื่องที่ดีที่นักกีฬาดาวรุ่งจะได้รับโอกาสและได้รับประสบการณ์ในการแข่งขันครั้งนี้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ปิดฉากซีเกมส์! ประมวลภาพพิธีปิดการแข่งขัน พร้อมส่งไม้ต่อเวียดนามเป็นเจ้าภาพครั้งหน้า

>> ผลงานไม่ดี! เผยสถิติไทยหลุด 2 อันดับแรกตารางเหรียญเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

 

ปิดฉากซีเกมส์! ประมวลภาพพิธีปิดการแข่งขัน พร้อมส่งไม้ต่อเวียดนามเป็นเจ้าภาพครั้งหน้า

Dec 12, 2019

ชมภาพพิธีปิดการแข่งขันซีเกมส์ 2019 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับมอบหน้าที่ต่อให้ประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปที่กรุงฮานอย ในปี 2021

พิธีปิด ซีเกมส์

มหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้รูดม่านปิดฉากลงแล้ว โดยได้มีการจัดพิธีปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการที่นิวคลากร์ ซิตี้ แอธเลติก สเตเดี้ยม เมืองคลากร์ เมื่อวันพุธที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับพิธีปิด เจ้าภาพได้จัดการแสดง ตามด้วยขบวนพาเหรดของทัพนักกีฬา และเจ้าหน้าที่จาก 11 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน หลังจากนั้น มร.อัลลัน ปีเตอร์ คาเยโตน่า ประธานจัดการแข่งขันซีเกมส์ 2019 และ อับราฮัม โตเลนติโน่ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งฟิลิปปินส์ ได้กล่าวปิดการแข่งขัน และมอบธงประจำการแข่งขันต่อให้กับตัวแทนจากเวียดนาม ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปที่กรุงฮานอย ในปี 2021 ตามด้วยการเปิดเพลงชาติเวียดนาม และการแสดงจากเจ้าภาพปี 2021

พิธีปิด ซีเกมส์(Photo by TED ALJIBE/AFP via Getty Images)

สุดท้ายเป็นการจุดพลุไฟ พร้อมกับแสงสีเสียงตระการตา ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจาก ”แบล็ค อายด์ พีส์” ศิลปินฮิพฮอพระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา

พิธีปิด ซีเกมส์(Photo by TED ALJIBE/AFP via Getty Images)
พิธีปิด ซีเกมส์(Photo by TED ALJIBE/AFP via Getty Images)
พิธีปิด ซีเกมส์(Photo by TED ALJIBE/AFP via Getty Images)
พิธีปิด ซีเกมส์(Photo by TED ALJIBE/AFP via Getty Images)
พิธีปิด ซีเกมส์(Photo by TED ALJIBE/AFP via Getty Images)
พิธีปิด ซีเกมส์(Photo by Gary Tyson/Getty Images for SEA Games)
พิธีปิด ซีเกมส์(Photo by TED ALJIBE/AFP via Getty Images)

ซีเกมส์ 2019

ติดตามข่าวซีเกมส์อื่นๆ คลิกที่นี่

 

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

Sport-clip_ไฮไลท์การแข่งขันมวยสากลหญิง รุ่น 54 กก.

Dec 12, 2019

การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นหญิง กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ รุ่น 54 กก. “เมษา” นิลาวัลย์ เตชะสืบ ชนะ หย่าอูเยน จากเวียดนาม คว้าเหรียญทองไปได้