ประวัติ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สุดยอดดาวยิงระดับตำนานของแมนยู

ประวัติ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สุดยอดดาวยิงระดับตำนานของแมนยู
KiTTiSaK
9 ก.ย. 64
3K

ข้อมูลส่วนตัว คริสเตียโน โรนัลโด้

  • ชื่อเต็ม : คริสเตียโน โรนัลโด้ ดอส ซานโต๊ส อเวโร่
  • เกิด : 5 กุมภาพันธ์ 1985 ที่เมืองมาเดรา ประเทศโปรตุเกส
  • อายุ : 36 ปี
  • สัญชาติ : โปรตุเกส
  • ส่วนสูง : 187 เซนติเมตร
  • ตำแหน่ง : กองหน้า/ปีก

สปอร์ติ้ง ลิสบอน

โรนัลโด้ เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลด้วยการเข้าทีมเยาวชนของ Andorinha ตอนอายุ 6 ขวบ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ Nacional ในอีก 2 ปีต่อมา และฉายแววโดดเด่นจนได้เข้าสู่อคาเดมีของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน สโมสรยักษ์ใหญ่ของโปรตุเกส ในวัย 12 ปี

ในทีมอคาเดมี่ โรนัลโด้ พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างโดดเด่น กระทั่งถูกดันขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของสปอร์ติ้ง ลิสบอน และลงประเดิมสนามในลีกโปรตุเกสนัดแรก ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้นในฤดูกาล 2002-2003 และเจ้าหนูโรนัลโด้ก็ไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย โดยทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับโอกาสลงสนามถึง 31 นัดในทุกรายการ ยิงได้ 5 ประตู ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับแข้งดาวรุ่งวัย 17 ย่าง 18 ปีเท่านั้น พร้อมกับตกเป็นเป้าหมายที่สโมสรดังทั่วยุโรปเริ่มให้ความสนใจ

หลังจากนั้น จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่น เมื่อเดือนสิงหาคม 2003 ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเยือน สปอร์ติ้ง ลิสบอน และเกมจบลงด้วยชัยชนะของ ลิสบอน 3-1 พร้อมกับฟอร์มสุดโหดของ โรนัลโด้ ซึ่งเล่นงานเกมรับของทีมผีแดงจนปั่นป่วนตลอดทั้งเกม ถึงขั้นที่บรรดานักเตะต้องไปบอกกุนซือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้รีบไปกระชากตัวเจ้าดาวรุ่งฝอยทองคนนี้มาร่วมทีมโดยด่วน

“หลังจากเกมที่เราเจอกับสปอร์ติ้ง พวกลูกทีมผมต่างพูดถึงเขา (โรนัลโด้) แบบไม่หยุดเลยในห้องแต่งตัว และตอนขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับหลังจบเกม พวกเขาก็มากระตุ้นให้ผมรีบไปเซ็นคว้าตัวมาเร็วๆ เลย เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยนะ” เฟอร์กี้ กล่าว

และผ่านไปอีกแค่สัปดาห์เดียว เจ้าหนูโรนัลโด้ วัย 18 ปี ก็มายืนโดดเด่นเป็นสง่าที่อยู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิตินักเตะ “วัยทีน” ที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ณ เวลานั้น  

แมนฯ ยูไนเต็ด

การย้ายมายังถิ่นปีศาจแดง โรนัลโด้ ร้องขอเสื้อหมายเลข 28 ซึ่งเป็นเบอร์เดียวกับที่เขาใส่กับสปอร์ติ้ง ลิสบอน แต่เฟอร์กี้กลับมอบเสื้อหมายเลข 7 ให้กับเขา ซึ่งเป็นเบอร์ของแข้งระดับตำนานอย่าง จอร์จ เบสต์, ไบรอัน ร็อบสัน, เอริค คันโตน่า และ เดวิด เบ็คแฮม

หากเป็นดาวรุ่งคนอื่น อาจจะกดดันจนโชว์ฟอร์มไม่ออก แต่ไม่ใช่กับเด็กหนุ่มที่ชื่อ โรนัลโด้ ซึ่งใช้เบอร์ 7 เป็นแรงผลักดันให้ตัวเองต้องก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดผู้เล่นเหมือนตำนานเหล่านั้นให้ได้ ยิ่งบวกกับการมียอดกุนซืออย่าง เฟอร์กี้ ช่วยขัดเกลาและบ่มเพาะ ยิ่งทำให้ โรนัลโด้ พัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็ว และเขย่าสังเวียนลูกหนังพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าทึ่ง

ในช่วงแรกบนลีกเมืองผู้ดี โรนัลโด้ ถูกวิจารณ์เกี่ยวกับสไตล์การเล่นที่มัก “ฉายเดี่ยว” ตะบี้ตะบันเลี้ยงมากจนเกินไป รวมถึงการสับขาหลอกคู่แข่งที่ถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อ โดยปีแรกกับแมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่น 2003-04 เจ้าโด้เปรี้ยงปร้างมากนัก ซัดไป 6 ลูกจากการลงเล่น 40 นัดในทุกรายการ 

แต่หลังจากนั้น โรนัลโด้ค่อยๆ ปรับสไตล์การเล่นเพื่อทีมมากขึ้น ตลอดจนสภาพร่างกายและฝีเท้าที่แข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ ทำให้โรนัลโด้ก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดนักเตะพรีเมียร์ลีกแบบไร้ข้อกังขา ด้วยผลงานพาแมนฯ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยซ้อน ในฤดูกาล 2006-07, 2007-08 และ 2008-09 รวมถึงแชมป์อื่นๆ และเกียรติยศส่วนตัวอีกนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะในปี 2008 ซึ่งโรนัลโด้กวาดทั้งรางวัล บัลลงดอร์ และผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟีฟ่ามาครองได้แบบสุดยอด

เรอัล มาดริด

หลังจากตัดสินใจยุติเส้นทาง 6 ปีกับแมนฯ ยูไนเต็ด โรนัลโด้ย้ายมายัง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน ในฤดูกาล 2009-10 ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของโลกในขณะนั้น และในการเปิดตัว โรนัลโด้ กับ มาดริด ปรากฏว่ามีแฟนบอลเข้ามาเป็นสักขีพยานที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว ถึง 80,000 คนเลยทีเดียว

สำหรับการย้ายมายัง เรอัล มาดริด ซึ่งเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ระดับโลกคับทีม ยิ่งทำให้ โรนัลโด้ ยกระดับฝีเท้าและผลงานได้สุดยอดมากขึ้นไปอีก พร้อมกับกวาดทุกแชมป์ ทุกรางวัล ทุบสถิติต่างๆ ลงได้เป็นว่าเล่น เรียกได้ว่าเป็นจุดพีกของดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสรายนี้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ โรนัลโด้ ค้าแข้งกับมาดริด 9 ฤดูกาล และมีสถิติถล่มประตูให้กับทีมอย่างเป็นกอบเป็นกำ ด้วยผลงานลงสนามไปทั้งสิ้น 438 นัดในทุกรายการ ทะลวงตาข่ายคู่แข่งไปถึง 450 ลูก เฉลี่ยแล้ว โรนัลโด้ ต้องมียิงได้ 1 ประตูในการลงสนามทุกนัด 


ส่วนเรื่องถ้วยแชมป์ โรนัลโด้คว้าโทรฟี่สำคัญกับเรอัล มาดริดทั้งแชมป์ลาลีกา 2 สมัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 3 สมัย และรางวัลบัลลงดอร์อีก 4 สมัย แต่หลังจากจบซีซั่น 2017-18 ก็ถึงเวลาที่ โรนัลโด้ ต้องเปลี่ยนสีเสื้ออีกครั้ง หลังจากไม่สามารถเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับมาดริดได้ลงตัว โดยเป็น “ม้าลาย” ยูเวนตุส มหาอำนาจแห่งศึกเซเรียอา อิตาลี ที่ยอมทุ่มเงิน 112 ล้านยูโร กระชากตัว โรนัลโด้ ในวัย 33 ปี ไปร่วมทีม พร้อมกับทำสถิตินักเตะอายุเกิน 30 ปีที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก

ยูเวนตุส

ในการย้ายมาสวมยูนิฟอร์ม “ม้าลาย” ลุยศึกเซเรียอา อิตาลี โรนัลโด้ก็ยังคงทำหน้าเป็นเครื่องจักรสังหารประตูได้อย่างอันตรายเช่นเดิม และช่วยพาทีมคว้าแชมป์เซเรียอา 2 สมัยติดต่อกันในซีซั่น 2018-19 และ 2019-20 บวกกับแชมป์โคปปา อิตาเลีย 2020-21 อีกหนึ่งถ้วย 

นอกจากนี้ ในซีซั่น 2020-2021 โรนัลโด้ ครองดาวซัลโวเซเรียอา ด้วยผลงานซัดไป 29 ประตู ทำให้เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่ครองตำแหน่งดาวซัลโว 3 ลีกใหญ่ของยุโรป ทั้งเซเรียอา อิตาลี, ลาลีกา สเปน และ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ต่อมาในช่วงซัมเมอร์ 2021 โรนัลโด้ ต้องการที่จะย้ายออกจากยูเวนตุส พร้อมกับมีข่าวหนาหูว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินหน้าลุยเต็มที่ และกำลังจะได้ตัว โรนัลโด้ กลับมาลุยศึกพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่สุดท้ายการเจรจาก็ไม่สามารถได้ข้อสรุป และเป็น “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กระโดดเข้ามาเสียบแทน พร้อมกับปิดดีลลงได้อย่างรวดเร็ว ชนิดที่แฟนบอลเรดอาร์มี่หลายคนยังแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง 

แมนฯ ยูไนเต็ด

27 สิงหาคม 2021 คือวันที่แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศบรรลุข้อตกลงทุกอย่างเรียบร้อย และต่อมา 31 สิงหาคม 2021 คือวันที่ทีมปีศาจแดงประกาศเปิดตัว โรนัลโด้ คัมแบ็กสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดอย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร บวกกับแอดออนอีก 8 ล้านยูโร ภายใต้สัญญา 2 ปี พร้อมมีออปชั่นขยายสัญญาออกไปได้อีกหนึ่งปี

นอกจากนี้ โรนัลโด้ ในวัย 36 กะรัต จะได้กลับมาสืบตำนาน CR7 สวมเสื้อหมายเลข 7 ให้แฟนผีแดงปลาบปลื้มกันอีกครั้ง หลังจากเจ้าของเสื้อเบอร์ 7 คนล่าสุดอย่าง เอดินสัน คาวานี่ เปลี่ยนไปใส่หมายเลข 21 แทน แดเนียล เจมส์ ที่่ย้ายไปยัง ลีดส์ ยูไนเต็ด

และนี่คือความรู้สึกของ โรนัลโด้ ซึ่งบรรยายผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว สำหรับการคัมแบ็กสู่ทีมปีศาจแดงอีกครั้ง

"ผมไม่สามารถเริ่มต้นอธิบายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ได้เลย หลังจากผมได้เห็นเรื่องการย้ายกลับโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถูกประกาศออกไปทั่วโลก มันเหมือนฝันที่เป็นจริง ทุกครั้งที่ผมกลับไปเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้กระทั่งในฐานะคู่แข่ง ผมก็ยังรู้สึกถึงความรัก และความเคารพจากแฟนบอลบนอัฒจันทร์เสมอ” 

"แชมป์ลีกครั้งแรก, แชมป์ฟุตบอลถ้วยครั้งแรก, ถูกเรียกติดทีมชาติโปรตุเกสครั้งแรก, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรก, คว้ารองเท้าทองคำครั้งแรก และคว้าบัลลงดอร์ครั้งแรกของผม ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์สุดพิเศษระหว่างผมกับ เร้ด เดวิลส์ ประวัติศาสตร์เหล่านั้นเคยถูกเขียนขึ้นในอดีต และประวัติศาสตร์จะถูกเขียนขึ้นอีกครั้ง! ผมสัญญา!”

ทีมชาติโปรตุเกส

โรนัลโด้ เริ่มรับใช้ชาติตั้งแต่ชุดอายุไม่เกิน 15 ปี และขยับรุ่นขึ้นมาตามลำดับ จนกระทั่งได้ขึ้นมาเล่นทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 18 ปีเท่านั้นเมื่อปี 2003

ปีต่อมา โรนัลโด้ ติดเป็นหนึ่งในขุนพลทีมฝอยทอง ลุยศึกฟุตบอลยูโร 2004 และช่วยพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะไปพ่ายต่อ กรีซ 0-1 ขณะเดียวกัน โรนัลโด้ มีชื่อติดโผผู้เล่นทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ด้วย

จากนั้น โรนัลโด้ เป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติโปรตุเกสมาตลอด โดยมีผลงานชิ้นโบแดงคือ การพาทีมผงาดคว้าแชมป์ยูโร 2016 ซึ่งทัพฝอยทองต่อเวลาเฉือนชนะ "เจ้าภาพ" ฝรั่งเศส 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ และเป็นแชมป์รายการระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโปรตุเกส

ขณะเดียวกัน โรนัลโด้ ถูกจารึกสถิติเป็นผู้เล่นที่ยิงประตูในนามทีมชาติได้มากที่สุดในโลก หลังจากซัดให้กับโปรตุเกสไปแล้วถึง 111 ประตู (สถิติ ณ วันที่ 1 ก.ย. 2021) แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมคือ อาลี ดาอี ซึ่งยิงให้ อิหร่าน ไปทั้งสิ้น 109 ประตู 

-----------------------------

เกียรติประวัติ

แมนฯ ยูไนเต็ด 

  • แชมป์พรีเมียร์ลีก : 2006–07, 2007–08, 2008–09
  • แชมป์เอฟเอคัพ : 2003-04
  • แชมป์ลีกคัพ : 2005–06, 2008–09
  • แชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์ : 2007
  • แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : 2007-08
  • แชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ : 2008

เรอัล มาดริด

  • แชมป์ลาลีกา : 2011–12, 2016–17
  • แชมป์โกปา เดล เรย์ : 2010–11, 2013–14
  • แชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ : 2012, 2017
  • แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : 2013–14, 2015–16, 2016–17, 2017–18
  • แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ : 2014, 2017
  • แชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ : 2014, 2016, 2017

ยูเวนตุส

  • แชมป์เซเรียอา : 2018–19, 2019–20
  • แชมป์โคปปา อิตาเลีย : 2020–21
  • แชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์คัพ : 2018, 2020

ทีมชาติโปรตุเกส

  • แชมป์ยูโร : 2016
  • แชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : 2018-19

เกียรติประวัติส่วนตัว

  • รางวัลบัลลงดอร์ : 2008, 2013, 2014, 2016, 2017
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า : 2008
  • นักฟุตบอลชายยอดเยี่ยม เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า : 2016, 2017
  • นักเตะยอดเยี่ยมสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (PFA) : 2006–07, 2007–08
  • ติดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก : 2006–07, 2007–08
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมลาลีกา : 2013-14
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมเซเรียอา : 2019, 2020
  • ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก : 2007-08
  • ดาวซัลโวลาลีกา : 2010–11, 2013–14, 2014–15
  • ดาวซัลโวเซเรียอา : 2020-21

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก




ยอดนิยมในตอนนี้