รีเซต
5 วิธีลดพุงโดยไม่ต้องวิ่ง สำหรับหนุ่มไม่ชอบคาร์ดิโอ

5 วิธีลดพุงโดยไม่ต้องวิ่ง สำหรับหนุ่มไม่ชอบคาร์ดิโอ

5 วิธีลดพุงโดยไม่ต้องวิ่ง สำหรับหนุ่มไม่ชอบคาร์ดิโอ
TNP1459
31 สิงหาคม 2568 ( 10:45 )
799

      หนุ่ม ๆ หลายคนอยากลดพุงให้หุ่นดูดี ใส่เสื้อเชิ้ตแล้วไม่ตึงพุง ใส่เสื้อยืดแล้วไม่ต้องแขม่วพุงทุกครั้งที่สาวสวยเดินผ่าน แต่พอพูดถึงการ “ลดพุง” ภาพแรกที่ผุดขึ้นในหัวมักเป็นการ “วิ่ง” ซึ่งไม่ใช่ทางของทุกคน บางคนเบื่อ บางคนไม่ชอบความเหนื่อย หรือบางคนไม่มีเวลาจะไปวิ่งรอบสวนหลังเลิกงาน

     ข่าวดีก็คือ การลดพุง ไม่จำเป็นต้องวิ่ง คุณสามารถเปลี่ยนร่างกายได้ โดยไม่ต้องจับรองเท้าวิ่งเลยด้วยซ้ำ บทความนี้จึงรวม 5 วิธีลดพุงสำหรับผู้ชายที่อยากหุ่นดีโดยไม่ต้องใช้วิธีเดิม ๆ มาให้คุณลองทำตามอย่างมีสไตล์

 

 

1. กินอย่างมีชั้นเชิง ไม่อดแต่เลือก


       การกินคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ว่ากินอะไร แต่อยู่ที่ว่าเลือกกินอย่างไรต่างหาก ลองมาทำตามวิธีต่อไปนี้กันเลย

  • ลดแป้งขัดขาว เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ขนมปังขาวเป็นโฮลวีต และลดการกินเส้นก๋วยเตี๋ยวที่แป้งล้วน
  • เลี่ยงน้ำตาลในเครื่องดื่ม หยุดชานม น้ำอัดลม กาแฟใส่นมข้น และหันไปดื่มน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือกาแฟดำแทน
  • เพิ่มโปรตีนคุณภาพ เช่น ไข่ต้ม อกไก่ ปลานึ่ง เต้าหู้ หรือเวย์โปรตีนเพื่อช่วยอิ่มนานและรักษากล้ามเนื้อ

      คุณไม่จำเป็นต้อง “อด” จนทรมาน เพียงเลือกสิ่งที่ “ใช่” และกินให้พอเหมาะ แค่นี้ก็เป็นการตั้งต้นที่ดีสำหรับการลดพุงโดยไม่ต้องวิ่งสักก้าวแล้ว

 

2. เวทเทรนนิ่งแบบง่าย ช่วยเบิร์นได้นานกว่า


       การสร้างกล้ามเนื้อจากเวทเทรนนิ่งคือ “อาวุธลับ” ของคนไม่ชอบวิ่ง เพราะกล้ามเนื้อจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ แม้ตอนคุณนั่งทำงานหรือดู Netflix อยู่เฉย ๆ ลองเริ่มจากท่ายอดฮิตต่อไปนี้ได้เลย

  • Plank ช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแน่น ลดพุงล่างได้ชัดเจนกว่าการซิทอัพ
  • Squat และ Lunge ไม่เพียงแค่กระชับต้นขา แต่ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่เผาผลาญไขมันทั่วร่าง
  • Bodyweight Training อื่นๆ เช่น วิดพื้น ดันพื้น ยกขวดน้ำแทนดัมเบลก็ยังได้

       แค่มีเวลา 20–30 นาทีต่อวัน เล่นสัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง คุณก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแตะลู่วิ่งเลยด้วยซ้ำ

 

 

3. ขยับให้มากในชีวิตประจำวัน


       แม้จะไม่ออกกำลังกายจริงจัง แต่คุณยังสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ผ่านการขยับเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งวันได้เช่นกัน โดยวิธีนี้เรียกว่า NEAT (Non-Exercise Activity Thermogenesis) ตัวอย่างเช่น

  • ลุกเดินไปหยิบน้ำหรือเข้าห้องน้ำทุก 45–60 นาที
  • ใช้บันไดแทนลิฟต์
  • เดินคุยโทรศัพท์แทนการนั่ง
  • ยืนทำงานบ้างเป็นระยะ (ใช้โต๊ะแบบปรับยืนได้)

      ขอบอกว่าการขยับแม้เพียงเล็กน้อยแต่บ่อยครั้ง รวมแล้วในแต่ละวันอาจสามารถเผาผลาญได้มากกว่าการออกกำลังกายสั้น ๆ หนึ่งรอบเสียอีก

 

4. พักผ่อนให้พอ พุงลดไม่รู้ตัว


       หนุ่ม ๆ วัยทำงานที่นอนน้อยมีแนวโน้มลงพุงง่ายมาก เพราะร่างกายจะหลั่ง คอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) สูง ทำให้สะสมไขมันบริเวณหน้าท้องโดยเฉพาะ ดังนั้นถ้าไม่อยากลงพุงต้องทำตามนี้

  • พยายามเข้านอนให้เร็วขึ้นแม้แค่ 30 นาที
  • นอนวันละ 6–8 ชั่วโมง
  • งดใช้มือถือหรือแสงสีฟ้าก่อนนอน 1 ชั่วโมง
  • ปรับสภาพห้องนอนให้มืด เงียบ เย็น

      อย่าคิดว่านอนน้อยคือความขยัน เพราะการพักผ่อนคือการรีเซ็ตระบบเผาผลาญในร่างกายแบบธรรมชาติ และเป็นอีกหนึ่ง “ตัวช่วยลดพุง” ที่ไม่ต้องออกแรงเลย

 

 

5. ทำ IF อย่างมีสติ ไม่ใช่แค่ตามกระแส


       IF หรือ Intermittent Fasting คือการจำกัดช่วงเวลากิน เช่น 16:8 (อด 16 ชม. กินใน 8 ชม.) ซึ่งเหมาะมากสำหรับหนุ่มไม่ชอบวิ่ง เพราะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันสะสมช่วงที่ไม่มีอาหารเข้ามา

  • เริ่มจากค่อย ๆ ขยับเวลา เช่น งดมื้อเช้า แล้วค่อยเลื่อนเวลาอาหารเย็นเร็วขึ้น
  • ระหว่างอดอาหาร ให้ดื่มน้ำเปล่า ชาไม่หวาน หรือกาแฟดำเท่านั้น
  • ช่วงกิน ต้องเลือกอาหารดี อย่ากินบุฟเฟ่ต์เพื่อชดเชย

       สิ่งสำคัญคือต้องฟังร่างกายตัวเอง ไม่ต้องฝืนจนเครียด IF จะได้ผลก็ต่อเมื่อคุณทำได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ฮึดครั้งเดียว

 

      การลดพุงไม่ใช่แค่เรื่องของการ “หักโหม” แต่เป็นเรื่องของ “สมดุล” และ “วินัยเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน” หนุ่มออฟฟิศที่ไม่ชอบวิ่งก็สามารถมีหุ่นดีได้ ไม่ต้องจ่ายค่ายิม ไม่ต้องตื่นตีห้าไปสวนสาธารณะ ขอแค่ทำตามวิธีข้างต้น พุงของคุณก็จะค่อยๆ ลดลงไปไม่มากก็น้อย และสุดท้ายขอให้จำไว้ว่า...คุณไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร แค่ “เปลี่ยนไปในแบบที่คุณทำได้ทุกวัน” แค่นี้ก็ชนะแล้ว!

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
สัมผัสโลกไร้ขีดจำกัดกับทรูไอดี