ปืนทุ่มมากสุด-หงส์ได้ตัวเดียว! สรุปข้อมูล-สถิติ ตลาดซื้อขายนักเตะ ทีมพรีเมียร์ลีก

ปืนทุ่มมากสุด-หงส์ได้ตัวเดียว! สรุปข้อมูล-สถิติ ตลาดซื้อขายนักเตะ ทีมพรีเมียร์ลีก
EkkEReport
1 ก.ย. 64
3.5K

ตลาดซื้อขายนักเตะ รอบซัมเมอร์ ประจำฤดูกาล 2021/22 ได้ปิดตัวลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในตลาดรอบนี้ นับเป็นอีกครั้งที่ทีมในพรีเมียร์ลีก ต่างขยับปรับปรุงทีม ด้วยการซื้อ-ขายนักเตะกันอย่างมากมาย จนนำมาซึ่งสถิติต่างๆ และเรื่องราวที่น่าสนใจหลายประการด้วยกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามกันเลย

คืนวันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2564 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ หรือ เช้าตรู่วันพุธที่ 1 กันยายน 2564 เวลา 05.00 น. คือเวลาที่ตลาดซื้อขายนักเตะของทวีปยุโรปได้ปิดฉากลง ซึ่งตลาดรอบนี้เป็นอีกครั้ง ที่ทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลงทุนซื้อนักเตะรวมกันเป็นจำนวนเงินเกิน 1,000 ล้านปอนด์ แม้ว่าแทบทุกทีม จะได้รับผลกระทบทางการเงิน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปีที่แล้วจนมาถึงปีนี้ก็ตาม

โดย สกายสปอร์ตส์ สื่อชื่อดังของอังกฤษ ได้ทำการสรุปข้อมูลที่น่าสนใจ ของตลาดซื้อขายนักเตะออกมาเป็นประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

สโมสรในพรีเมียร์ลีก ใช้เงินซื้อนักเตะรวมกันถึง 1.02 พันล้านปอนด์ และได้รับเงินจากการขายนักเตะกลับมาเพียง 445 ล้านปอนด์ นั่นเท่ากับว่า พวกเขาใช้เงินสุทธิ 575 ล้านปอนด์ ซึ่งหากเทียบกับปีที่แล้ว สโมสรพรีเมียร์ลีกจ่ายเงินซื้อผู้เล่นน้อยลงราว 285 ล้านปอนด์ และยังน้อยที่สุดในรอบ 5 ปีหลังสุดด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนเงินรวมในการใช้ซื้อนักเตะทั้งหมดของทีมพรีเมียร์ลีกจะลดลง ทว่าปีนี้ก็เกิดการทำลายสถิติ ซื้อนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก นั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทุ่มเงินมหาศาลกว่า 100 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อตัว แจ็ค กรีลิช ไปจาก แอสตัน วิลล่า โดยมี เชลซี ตามมาเป็นอันดับ 2 หลังควักเงินสูงถึง 97.5 ล้านปอนด์ ในการดึงตัว โรเมลู ลูกากู กลับถิ่นเก่า

ทว่าหากรวมทุกดีลแล้ว ทีมที่ทุ่มเงินซื้อนักเตะไปมากที่สุดในตลาดรอบนี้ กลับกลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ออกสตาร์ทซีซั่นได้อย่างย่ำแย่ ด้วยการแพ้ 3 นัดรวด โดยทัพปืนใหญ่ ใช้เงินไปถึง 156.8 ล้านปอนด์ จากการคว้า 6 แข้งเข้ามาเสริมทีม ประกบด้วย เบน ไวท์ (50 ลป.), มาร์ติน โอเดการ์ด (34 ลป.), อารอน แรมส์เดล (30 ลป.), ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ (19.8 ลป.), อัลเบิร์ต ซามบี โลกองก้า (15 ลป.) และ นูโน่ ตาวาเรส (8 ลป.)

รองมาเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ใช้เงินไปทั้งสิ้น 133.7 ล้านปอนด์ ตามมาด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 100 ล้านปอนด์ และ เชลซี 97.5 ล้านปอนด์ ขณะที่ทีมที่ใช้เงินซื้อผู้เล่นน้อยที่สุด คือ เอฟเวอร์ตัน ที่ใช้ไปเพียง 1.6 ล้านปอนด์ เท่านั้น ซึ่งเป็นค่าตัวของ เดมาไร เกรย์ ที่พวกเขาดึงตัวมาจาก เลเวอร์คูเซ่น

ส่วนฝั่งของรายรับนั้น ทีมที่ได้เงินมากที่สุดจากการขายนักเตะในตลาดรอบนี้ คงหนีไม่พ้น แอสตัน วิลล่า ที่ได้เงินจาก แจ็ค กรีลิช มาถึง 100 ล้านปอนด์ ส่วนทางด้านของ เชลซี ก็ตามมาติดๆ ที่ 94.4 ล้านปอนด์ หลังจากปล่อยผู้เล่นส่วนเกินออกจากทีมไปหลายรายในตลาดนี้

ทั้งนี้ เมื่อนำรายรับกับรายจ่ายมาหักลบกลบหนี้กันแล้ว ทีมที่ขาดดุลมากที่สุด ก็ยังเป็น อาร์เซนอล ที่ใช้เงินสุทธิ 131.8 ล้านปอนด์ ตามมาด้วย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 103.7 ล้านปอนด์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ใช้ไป 71.7 ล้านปอนด์

ขณะที่ เชลซี แม้จะดึง ลูกากู กลับมาด้วยค่าตัวมหาศาล แต่เมื่อหักลบกับรายรับแล้ว เท่ากับว่า พวกเขาใช้เงินในตลาดนี้ไปเพียงแค่ 3.1 ล้านปอนด์เท่านั้น

ส่วนทาง เซาธ์แฮมป์ตัน, ไบรท์ตัน, แอสตัน วิลล่า, นอริช ซิตี้ และ วัตฟอร์ด คือ 5 ทีมที่ได้กำไรจากตลาดรอบนี้

และสุดท้าย ในเรื่องของจำนวนการซื้อ-ขายผู้เล่นนั้น นอริช ซิตี้ เป็นทีมที่เสริมทัพมากที่สุดถึง 14 คน โดยแบ่งเป็นดีลถาวร 10 คน และยืมตัว 4 คน แต่พวกเขากลับได้กำไรจากตลาดนี้ 6.1 ล้านปอนด์ ส่วนทีมที่เสริมน้อยที่สุด มี 2 ทีม ได้แก่ ลิเวอร์พูล ที่ได้มาแค่ อิบราฮิมา โคนาเต้ กองหลังจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ในราคา 36 ล้านปอนด์ และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ได้แค่ โจ วิลล็อค เพียงคนเดียวเท่านั้น

โดย เชลซี เป็นทีมที่ปล่อยผู้เล่นออกจากทีมมากที่สุด 39 คน โดยแบ่งเป็นดีลยืมตัว 17 คน และปล่อยตัวแบบถาวรอีกถึง 22 คน ด้วยกัน ทำให้พวกเขาได้เงินไปถึง 94.4 ล้านปอนด์

 

"เอกกี้รีพอร์ต"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้