TRUE TALK : 5 อันดับการซื้อขายตัวยอดเยี่ยม/ยอดแย่ ประจำพรีเมียร์ลีก 2018/19 ... by "Maxzio"

May 14, 2019

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018/19 ปิดฉากลงไป กับการรักษาแชมป์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาไว้ได้ แต่ต้องชื่นชม ลิเวอรพูล ที่โชว์ฟอร์มทั้งซีซั่นได้อย่างยอดเยี่ยม หลังเก็บไปได้ถึง 97 แต้ม แพ้เพียงเกมเดียวเท่านั้น และกลายเป็นทีมรองแชมป์ที่มีแต้มที่สุดในประวัติศาสตร์

ในฤดูกาล 2018/19 ทั้ง 20 สโมสรซื้อนักเตะรวมกันแล้ว 127 คน (ไม่รวมยืมตัว) รวมมูลค่าการซื้อกว่า 1,455 ล้านปอนด์ และปล่อยนักเตะออกไปจากทีมไป 136 คน รวมมูลค่าการขายอยู่ที่ 450 ล้านปอนด์ โดยทีมที่ซื้อเยอะที่สุดคือ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ที่รอดตกชั้นแบบเฉียดฉิว ซื้อไป 16 คน ส่วนทีมที่จ่ายเยอะที่สุดคือ ลิเวอร์พูล ที่ลงทุนไป 163.98 ล้านปอนด์ จากผู้เล่น 4 คนที่เสริมทัพเข้ามา

ด้านทีมที่ขายนักเตะออกไปมาที่สุดคือ ไบรท์ตัน เช่นกัน ที่ปล่อยนักเตะไป 13 ราย ถือว่าเป็นทีมที่เปลี่ยนทีมครั้งใหญ่จากปีที่แล้ว แต่ผลงานกลับตกลงไป ส่วนทีมที่ได้เงินจากการขายนักเตะมากที่สุดในซีซั่นนี้คือ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ปล่อยนักเตะไป 7 คน ได้เงินมาถึง 84.87 ล้านปอนด์ โดยหนึ่งในเจ็ดคือ ริยาด มาห์เรซ ที่แมนฯ ซิตี้ทุุ่มเงิน 61.02 ล้านปอนด์ดึงตัวไป

และในพรีเมียร์ลีก 2018/19 มีเพียง 2 ทีมอย่าง วัตฟอร์ด และท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้กำไรจากการซื้อขายนักเตะโดย “แตนอาละวาด” ได้กำไร 45.40 ล้านปอนด์ หลักๆ มาจากการขาย ริชาร์ลิสัน และ”ไก่เดือยทอง” ที่ไม่ซื้อนักเตะแม้แต่คนเดียว และขาย มุสซ่า เดมเบเล่ ไป 4.82 ล้านปอนด์ ส่วนทีมที่ขาดทุนสุดๆ ตกเป็นของ เชลซี ที่ขาดทุดไป 149.40 ล้านปอนด์

วันนี้ TrueID พาไปดู 5 อันดับ การซื้อขายนักเตะยอดเยี่ยม และยอดแย่ ประจำฤดูกาลนี้กัน (ราคาทั้งหมดอ้างอิงจาก www.transfermarkt.com)

 

การซื้อขายนักเตะยอดเยี่ยม

5. เดวิด บรู๊คส์ 10.17 ล้านปอนด์ (บอร์นมัธ จาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด)

Andrew Matthews/PA via AP

ปีกชาวเวลส์ ที่เกิดที่อังกฤษ วัย 21 ปี ย้ายจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ในศึกพรีเมียร์ลีก เข้ามาเล่นกับ บอร์นมัธ ด้วยค่าตัวเพียง 10 ล้านปอนด์ ถือว่าไม่แพ้สำหรับราคาในสมัยนี้ และด้วยอายุย่างเข้า 21 ปีเท่านั้น

แต่ไอหนู บรู๊ค กลับสร้างความเซอร์ไพรส์ยึดตัวจริงตั้งแต่นัดแรก ก่อนจะใช้เวลา 7 เกมเบิกสกอร์แรกในสีเสื้อ “เดอะ เชอร์รี่ส์”และสร้างความประทับใจตลอดทั้งฤดูกาลกับคู่หูอีกริมฝั่งเส้นหนึ่งอย่าง ไรอัน เฟรเซอร์

สรุปทั้งฤดูกาล เดวิด บรู๊คส์ ลงช่วยทีม 33 นัดในทุกฤดูกาล ยิงไป 5 ประตู กับอีก 5 แอสซิตส์ ถือว่าเป็นการเดบิวต์ฤดูกาลแรกได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน

 

4. ไรอัน บาเบล 1.8 ล้านปอนด์ (ฟูแล่ม จาก เบซิคตัส)

AP Photo/Matt Dunham

ปีกวัย 32 กลับมาค้าแข้งในคำรบที่สองในเกาะอังกฤษอีกครั้งกับ ฟูแล่ม หลังเคยเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงปี 2007-2011 ไปเกือบร้อยนัด หนนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เป็นคนดึงกลับมาในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว เพื่อช่วยกู้วิกฤตพา ฟูแล่ม หนีตกชั้น ด้วยราคาเพียง 1.8 ล้านปอนด์ จากเบซิตัส

แม้ว่า รานิเอรี่ จะอยู่ต่อไปได้ไม่ถึงเดือน หลัง บาเบล เข้ามาสู่ทีม แต่ปีกทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กลับโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม จัดการทำสองแอสซิสต์ ในเกมที่สองกับ ไบรท์ตัน รวมถึงเบิกสกอร์ใส่ ลิเวอร์พูลต้นสังกัดเก่าอีกด้วย

แม้สรุปสุดท้าย ไรอัล บาเบล จะไม่สามารถช่วย “เจ้าสัวรอด”ตกชั้นตามความตั้งใจได้ แต่เขาก็ได้ฝากผลงาน 5 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ ตลอด 16 เกมที่ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก ครึ่งเลกหลัง และอนาคตของเจ้าตัวยังเปิดกว้าง แม้ว่า สก็อต ปาร์คเกอร์ เฮดโค้ชอยากให้อยู่กับทีมต่อ ก็ยากที่รั้งตัวปีกหัวแดงรายนี้เอาไว้ได้ในลีกรองของแดนผู้ดี

 

3. เจา มูตินโญ่ 5.04 ล้านปอนด์ (วูล์ฟแฮมป์ตัน จาก โมนาโก)

Martin Rickett/PA via AP

หนึ่งในกองกลางสายคลาสสิค ที่แฟนฟุตบอลได้ยินชื่อมานาน ในฤดูกาลนี้ มูตินโญ่ โยกมาค้าแข้งในลีกที่ดีที่สุดของโลกกับทีมน้องใหม่อย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่เสริมทัพดึงผู้เล่นสัญชาติโปรตุกีส เข้ามามากมาย กองกลางวัย 32 ปี ย้ายมาจาก โมนาโก ยอดทีมแดนน้ำหอมด้วยค่าตัวเพียง 5 ล้านปอนด์เท่านั้น

แม้ว่าด้วยวัย 32 ปี แต่ เจา มูตินโญ่ โชว์ฟอร์มดีเกินคาด และแทบจะไม่ต้องปรับตัวกับฟุตบอลอันดุดันของอังกฤษเลย เขาก้าวขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์ให้กับ “หมาป่า” ตั้งแต่เกมแรก แม้ว่า มูตินโญ่ จะยิงได้เพียง 1 ประตูในฤดูกาล 2018/19 แต่ 1 ประตูนั้นเป็นประตูที่ช่วยน้องใหม่แบ่งแต้มจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ และยังส่งบอลให้เพื่อนทำประตูไปได้อีก 8 ครั้ง

แต่ที่น่าสนใจคือ 38 เกมในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลแรกของกองกลางรายนี้ ลงสนามครบทุกนัด ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเลย ทำให้ มูตินโญ่ เป็นส่วนประกอบสำคัญที่พา วูล์ฟแฮมป์ตัน ทะยานขึ้นมาจบอันดับ 7 ของตารางได้สำเร็จ

 

2. ฟาบินโญ่ 40.5 ล้านปอนด์ (ลิเวอร์พูล จาก โมนาโก)

AP Photo/Manu Fernandez

กองกลางวัย 25 ปีย้ายข้ามฟากมาด้วยค่าตัวราคา 40 ล้านปอนด์ จาก โมนาโก และเหมือนว่าจะเป็น 40 ล้านปอนด์ที่สูญเปล่าหลัง ฟาบินโญ่ ไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่นาทีเดียวในระยะ 8 เกมแรก และมีถึง 3 เกมที่กระเด็นออกจากทีมไม่ติดแม้ชื่อบนม้านั่งสำรอง โดย เจอร์เก็น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีมให้ความเห็นว่า กองกลางชาวบราซิล ยังปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษไม่ได้

แม้ว่าจะใช้เวลาปรับตัวซักระยะหนึ่ง แต่หลังจากเกมที่ 15 เป็นต้นไป ฟาบินโญ่ ได้รับโอกาสลงสนามยืนเป็นเสาหลักคอยปัดกวาดในตำแหน่งกองกลางตัวรับในแทบจะทุกๆ เกม เขาพลาดลงสนามในเกมกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ เพียงเกมเดียวเท่านั้น และพาทีมยกระดับเกมรับจนเสียเพียง 22 ประตูในฤดูกาลนี้

นอกจากนั้นในบางเกม ฟาบินโญ่ ยังขยับลงไปยืนตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ค จำเป็นถึง 3 เกมในฤดูกาลนี้ โดย 2 ใน 3 เกม ลิเวอร์พูล รักษาคลีนชีตได้อีกด้วย

 

1. อลิสสัน เบคเกอร์ 56.25 ล้านปอนด์ (ลิเวอร์พูล จาก โรม่า)

AP Photo/Manu Fernandez

ซีซั่นที่มีการทำลายผู้รักษาประตูที่แพงที่สุดในโลกโดย อลิสสัน เบคเกอร์ ทำลายไปก่อนที่ราคา 56.25 ล้านปอนด์ ก่อนจะโดน เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า เกทับที่ 72 ล้านปอนด์ แต่ราคาที่ลิเวอร์พูล จ่ายไปนับว่าคุ้มค่ามหาศาลเลยทีเดียว

แฟนหงส์ คงจำความผิดพลาดของ ลอริส คาริอุส ในฤดูกาลที่ผ่านมาได้มา และมาเทียบกับฟอร์มของผู้รักษาประตูชาวบราซิล ก็คงประมาณได้ราวกับฟ้ากับเหว เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล บินสูงในฤดูกาลนี้ จาก 50 เกมเต็มๆ ที่ผู้รักษาประตูชาวบราซิล ลงเป็นปราการด่านสุดท้าย เขาเสียประตูไปเพียง 22 ลูกในพรีเมียร์ลีก และเก็บคลีนชีตไปได้ถึง 21 นัด คว้ารางวัลถุงมือทองคํา ไปครอง ซึ่งในฤดูกาลที่แล้ว คาริอุส กับคลีนชีต ได้เพียง 10 เกมเท่านั้น

อลิสัน ทำให้เห็นชัดว่า 56 ล้านปอนด์ที่ “หงส์แดง” เสียไปให้กับเขา เขาสามารถก้าวขึ้นมายก ระดับทีมได้มากเพียงใด ทำให้ตำแหน่ง การซื้อซื้อขายนักเตะยอดเยี่ยม ในฤดูกาลนี้จึงตกเป็นของเขาอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ

 

การซื้อขายนักเตะยอดแย่

5. อลิเรซ่า ยาฮานบาคห์ช 17.1 ล้านปอนด์ (ไบรท์ตัน จาก อาแซด อัลค์มาร์)

AP Photo/Frank Augstein

นักเตะเลือดเอเชียอย่าง ยาฮานบาคห์ช โชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ อาแซด อัลค์มาร์ ทีมจาก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ โดยเขาซัดไปคนเดียว 21 ประตูกับอีก 12 แอสซิตส์ โดยใน 21 ประตูที่ทำได้ เป็นการทำแฮตทริกถึง 2 ครั้ง พา อัลค์มาร์ จบอันดับที่ 3 ของลีก พร้อมคว้ารางวัลรางเท้าทองคำ การันตีผลงาน ก่อนจะย้ายซบ ไบรท์ตัน ด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 17 ล้านปอนด์

แต่ความร้อนแรงขอเขากลับหาไปแบบไม่เหลืออะไรเลย เจ้าของเบอร์ 16 ได้รับโอกาสลงสนามไม่ถึง 20 นาทีต่อนัด ใน 7 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะเจ็บยาวบวกกับการกลับไปรับใช้ทีมชาติอิหร่าน ทำให้หายไปจากฟุตบอลแดนผู้ดี อีกร่วม 13 เกม โดยในครึ่งเลกหลังของ พรีเมียร์ลีก ปีกวัย 25 ไม่เคยลงสนามเล่นครบ 90 นาทีแม้แต่เกมเดียว และปิดฤดูกาลแรกในแดนผู้ดีด้วยผลงาน 0 ประตู 0 แอสซิสต์

 

4. ฌ็อง มิเชล เซรี 27 ล้านปอนด์ (ฟูแล่ม จาก นีซ)

Jean Michael Seri

กองกลางชาวไอวอรี่โคสต์ ที่เคยตกเป็นข่าว อาร์เซน่อล, เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จับจ้องตั้งแต่สมัยค้าแข้งอยู่กับ นีซ และพร้อมทุ่มเงินถึง 40 ล้านเพิ่มดึงตัวเข้ามาร่วมทีม แต่สรุปสุดท้าย ฟูแล่ม น้องใหม่กลับปาดหน้าคว้าตัวไปด้วยเงิน เกือบ 30 ล้านปอนด์ และเป็นการซื้อตัวที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ “เจ้าสัว” เพื่อหวังให้ เซรี เข้ามาเป็นห้องเครื่อง และคอยปัดกวาดพาทีมรอดตกชั้น

แม้ว่าในช่วงแรกกองกลางวัย 27 ปี ดูจะมีของให้ปล่อยอยู่พอสมควร หลังซัดประตูได้ตั้งแต่เกมที่ 3 แต่หลังจากนั้นฟอร์มของ เซรี ก็เริ่มหายไปเช่นเดียวกับ ฟูแล่ม เขาทำทีมเสียฟาวล์ไปถึง 32 ครั้ง มีส่วนเล่นผิดพลาดจนนำไปสู่การเสียประตู 2 ครั้ง และแย่งบอลได้เพียง 32 ครั้ง รั้งอันดับที่ 93 ของพรีเมียร์ลีก เลยทีเดียว

 

3. จอร์จินโญ่ 51.3 ล้านปอนด์ (เชลซี จาก นาโปลี)

AP Photo/Alastair Grant

กองกลางลูกรักที่โยกตาม เมาริซิโอ ซาร์รี่ จากรั้ว นาโปลี สู่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 51 ล้านปอนด์ พร้อมการการันตีตัวจริงจาก ซารี่ กองกลางชาวอิตาลี ที่เกิดที่บราซิล เปิดตัวอย่างสวยงามด้วยประตู ตั้งแต่เกมแรก พา เชลซี เก็บชัยเหนือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 3-0 และทั้งฤดูกาล จอร์จินโญ่ พลาดการลงสนามให้เชลซี เพียงเกมเดียวทั้ง พร้อมโชว์สถิติส่งบอลมากที่สุดในลีก ด้วยจำนวน 3,118 ครั้ง

แต่ด้วยการแปะบอลไปมา จนแฟนพากันให้ฉายา “อาแปะ” ไม่ได้บ่งบอกความเหนือชั้นที่เชลซี ต้องลงทุนทุ่มเงิน 51 ล้านปอนด์ เพื่อดึงเข้ามาสู่ทีม จอร์จินโญ่ ไม่ได้ยกระดับแผงกลาง เชลซี ให้ดีขึ้น เกมรุกทั้งหมดยังคงเป็น เอเด็น อาร์ซา ที่แบกหลังแอ่นอยู่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ ซาร์รี่ แทบจะไม่เคยแก้เกมโดยการเปลี่ยน อดีตกองกลาง นาโปลี ออกจากสนามเลย ตลอด 37 นัดที่ลงสนาม จอร์จินโญ่ ถูกเปลี่ยนตัวแค่เพียง 9 ครั้ง

แม้ว่าในช่วงท้ายซีซั่น กองกลางวัย 27 ปี จะโชว์ฟอร์มการเล่นที่พัฒนาขึ้นมา แต่ยังเทียบกับการละลายเงินไปถึง 51 ล้านปอนด์ไม่ได้ซัดนิด

 

2. ริยาด มาห์เรซ 61.02 ล้านปอนด์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จาก เลสเตอร์ ซิตี้)

AP Photo/Tim Ireland

กองกลางดีกรีแชมป์ลีกกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ย้ายซบ ทีมอันดับหนึ่งในลีก ด้วยค่าตัวแพงที่สุดในอันดับสอง ในปีนี้ รองจาก เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า เท่านั้น โดยการคาดหวังจะเข้ามายกระดับฝั่งริมเส้น หลัง แบร์นาโด้ ซิลวา โชว์ฟอร์มไม่ค่อยหน้าประทับใจในฤดูกาลที่ผ่านมา

ทว่าการเข้ามาเล่นในทีมที่มีกองกลาง และตัวริมเส้น ระดับโลกอัดแน่นเต็มไปหมดนั้น ทำให้ มาห์เรซ ไม่สามารถยึดตัวแหน่งตัวจริงได้ โดยเฉพาะ แบร์นาโด้ ซิลวา ที่ดันระเบิดฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซ ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ “เรือใบสีฟ้า” ขาดไม่ได้ ทดแทนการหายไปของ เควิน เดอ บรอยน์ ที่เจ็บบ่อยเหลือเกินในปีนี้

แม้ว่ากองกลางชาวแอลจีเรีย จะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ไปถึง 27 เกม ทำไป 7 ประตูและถวายพานให้เพื่อนยิงอีก 4 ครั้ง ทว่าเขาลงเล่นเฉลี่ย 50 นาทีต่อเกมเท่านั้น ถูกส่งมาในฐานะตัวสำรอง 13 เกมมากที่สุดเป็นอันดับที่ 24 ในลีก และลงเล่น 90 นาทีเต็มเพียง 7 เกมเท่านั้น และหากย้อนกลับไปเทียบกับ สถิติในซีซั่นที่เขาช่วย เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์ยิ่งหนัก เพราะปีนั้น ปีกวัย 28 ปี ซัดไปถึง 17 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์เลยที่เดียว

แม้ว่า มาห์เรซ จะลงมายิงประตูสำคัญ อยู่บ้าง แต่ในฐานะที่ราคาสูงถึง 61 ล้านปอนด์ แพงกว่า แบร์นาโด้ ซิลวา แพงเป็นอันดับสองของสโมสรรองจาก เดอ บรอยน์ แต่ถูกจัดอยู่ในฐานะผู้เล่นสำรอง ซึ่งถือว่าเป็นตัวสำรองที่แพงเกินไปโข

 

1. เฟร็ด 53.1 ล้านปอนด์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จาก ชัคตาร์ โดเน็ทส์ค)

FredJose Breton- Pics Action / Shutterstock.com

ความตื่นเต้นหนึ่งเดียวของสาวก “ปีศาจแดง” ในตลาดซื้อขายปีนี้ แม้ว่าพวกเขาจะตกเป็นข่าวกับนักเตะชั้นนำมากมายแต่ เฟร็ด คือนักเตะเพียงคนเดียวที่พอจะฝากความหวังได้จาก 3 ตัวที่ซื้อเข้ามา แถมยังมีความสะใจเพราะไปปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อริร่วมเมือง ดึงตัวเข้ามาจาก ชัคตาร์ โดเน็ทส์ค ด้วยราคามหาโหด 53 ล้านปอนด์

กองกลางชาวบราซิล คว้าแชมป์กับ ชัคตาร์ โดเน็ทส์ค มาแล้ว 10 โทรฟี่ ตลอด 5 ปีที่ลงรับใช้ทีม พ่วงด้วยผลงาน 14 ประตู และดีกรีทีมชาติบราซิล ชุดใหญ่ พาแฟนแมนฯ ยูไนเต็ด แอบฝันหวาน แต่ก็เป็นได้แค่ความฝัน เฟร็ด ปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษไม่ได้เลย ได้รับโอกาสลงสนามเพียง 17 เกมในพรีเมียร์ลีก รวมเวลาแค่ 1,044 นาที เฉลี่ยเกมละชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากนี้ยังสร้างความผิดพลาดให้ทีมเสียประตู 1 ครั้งจากการโดนตัดบอลกลางสนามในลีก และเช่นเดียวกับ จอร์จินโญ่ แม้ว่าช่วงหลัง เฟร็ด จะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น แต่หากเทียบกับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ดาวรุ่งของทีม ยังแทบจะสู้ไม่ได้ บวกกับค่าตัว 53 ล้านที่เสียไปแล้วนั้น เฟร็ด ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

 

รวมทุกบทสรุปศึกพรีเมียร์ลีก 2018/19 อัดแน่นทุกเรื่องราวที่คอบอลห้ามพลาด

 

“Maxzio”

ศุภณัฐ

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

เคลียร์คิวรอ! ตารางถ่ายทอดฟุตบอลสด พรีเมียร์ลีก2019/20 เดือนมีนาคม ทุกคู่ ทุกสนาม

Mar 13, 2020

โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก 2019/2020 ทุกคู่ เดือนมีนาคม พร้อมช่อง ดูบอลสด ผ่าน  TrueID  เพียงแค่คุณ สมัครสมาชิก และเข้าสู่ระบบ  TrueID (วิธีสมัคร คลิก!) คุณก็สามารถติดตามชมพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ทุกคู่ ทุกแมตช์ ครบทั้งฤดูกาล ผ่านทางเว็บไซต์ sport.trueid.net ได้อย่างสบายใจ ด้วยภาพ และเสียงที่คมชัดระดับ HD แถมยังถูกลิขสิทธิ์อีกด้วย

โปรแกรมถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก2019/20

โปรแกรมแข่งขัน พรีเมียร์ลีก และช่องถ่ายทอดสด เดือนมีนาคม ฤดูกาล 2019/20

 

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2563

19.30 น. วัตฟอร์ด – เลสเตอร์ ซิตี้
ถ่ายทอดสดช่อง  ID Station , True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

22.00 น. แมนฯ ซิตี้ – เบิร์นลี่ย์
ถ่ายทอดสดช่อง  True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

22.00 น. บอร์นมัธ – คริสตัล พาเลซ
ถ่ายทอดสดช่อง True Premier Football HD 4

22.00 น. นิวคาสเซิ่ล – เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสดช่อง True Premier Football HD 5

22.00 น. นอริช – เซาธ์แฮมป์ตัน
ถ่ายทอดสดช่อง True Sport HD2

00.30 น. แอสตัน วิลล่า – เชลซี
ถ่ายทอดสดช่อง True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2563

21.00 น. เวสต์แฮม – วูล์ฟแฮมป์ตัน
ถ่ายทอดสดช่อง ID Station , True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

23.30 น. สเปอร์ส พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสดช่อง  True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563

03.00 น. เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสดช่อง  ID Station , True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2


วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2563

03.00 น. สเปอร์ส – เวสต์แฮม
ถ่ายทอดสดช่อง True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2563

22.00 น. เบิร์นลี่ย์ – วัตฟอร์ด
ถ่ายทอดสดช่อง  ID Station , True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

00.30 น. ลิเวอร์พูล – คริสตัล พาเลซ
ถ่ายทอดสดช่อง  True Premier Football HD 1 , True Premier Football HD 2

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563

21.00 น. วูล์ฟแฮมป์ตัน – บอร์นมัธ
ถ่ายทอดสดช่อง  True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2


ดูบอลสดพรีเมียร์ลีก  ได้ฟรีทางช่อง ไอดี สเตชั่น ง่ายๆเพียงแค่สมัครสมาชิกทรูไอดีและล็อคอิน สมัครสมาชิกทรูไอดีได้ที่นี่ ก็สามารถดูบอลสดได้เลยทันที !!

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

FAQ คำถามที่พบบ่อยๆ ในการสมัครแพ็คเกจดูบอล English Premier League บน True ID

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เวสต์แฮม พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด

Feb 19, 2020

ซิตี้ vs เวสต์แฮม

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2019/20
วัน / เวลาแข่งขัน : คืนวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 02:30 น.
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด True Premier Football HD 1

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันในคืนวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 02:30 น. ถ่ายทอดสดทาง True Premier Football HD 1 

ความพร้อมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้(Photo by Matt McNulty – Manchester City/Manchester City FC via Getty Images)

กำหนดเดิมของเกมนี้จะต้องลงสนามตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ แต่ด้วสภาพอากาศขณะนั้น ซึ่งโดนพายุฝนเล่นงาน ทำให้โปรแกรมต้องเลื่อนมาลงสนามในคืนนี้แทน

ความพร้อมของทีมเรือใบสีฟ้าจะไม่มี โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้  ซึ่งติดโทษแบน หลังจากโดนไล่ออกในเกมนัดที่แล้ว ซึ่งพ่ายต่อสเปอร์ส 0-2 ทำให้ แบงฌาแม็ง เมนดี้ จะได้ลงประจำการแทนในตำแหน่งแบ็กซ้าย

ส่วนแดนหน้าจะหมดสิทธิใช้งาน ราฮีม สเตอร์ลิง ซึ่งมีอาการบาดเจ็บแฮมสตริง แต่กุนซือเปป กวาร์ดิโอล่า มีแนวรุกให้เลือกใช้งานแทนทั้ง ริยาด มาห์เรซ, แบร์นาโด ซิลวา หรือกาเบรียล เฮซุส

 

ความพร้อมของ เวสต์แฮม 

(Photo by Julian Finney/Getty Images)

เวสต์แฮมของกุนซือ เดวิด มอยส์ เรียกได้ว่า “วิกฤติ” หลังจากเก็บได้เพียง 2 คะแนนจาก 5 นัดหลังสุด ทำให้พวกเขาหล่นมาอยู่ในโซนตกชั้นเรียบร้อยแล้ว โดยรั้งอันดับ 18 ของตาราง มีอยู่ 24 แต้มจาก 25 นัด

 

เกมนี้ แจ็ค วิลเชียร์, อังเดร ยาโมเลนโก้ เป็นสองแข้งเดี้ยงที่หมดสิทธิลงสนามช่วยทีม และต้องเช็กอาการ ฟิลิเป้ อันแดร์สัน อีกหนึ่งคน ส่วนนักเตะขุมกำลังที่เหลือพร้อมลงสนามทั้งหมด นำโดย เซบาสเตียน อัลแลร์ กองหน้าตัวความหวัง พร้อมด้วยแผงมิดฟิลด์อย่าง ดีแคลน ไรซ์, มาร์ค โนเบิ้ล และ โทมัส ซูเซ็ค

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์กเกอร์, แฟร์นานดินโญ่, อายเมอริค ลาปอร์กต์, แบงฌาแม็ง เมนดี้ – ดาบิด ซิลบา, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เฮซุส, เซร์คิโอ อเกวโร

เวสต์แฮม : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – ไรอัน เฟเดอริค, อิสซ่า ดิย็อป, แองเจโล อ็อกบอนน่า, ไรอัส เครสเวลล์ – ดีแคลน ไรซ์ -โรเบิร์ต สน็อดกราส, โทมัส ซูเซ็ค, มาร์ค โนเบิ้ล, มิคาอิล อันโตนิโอ – เซบาสเตียน อัลแลร์

บทวิเคราะห์

สถานการณ์ก่อนลงสนาม แมนฯ ซิตี้ตามหลัง “จ่าฝูง” ลิเวอร์พูลถึง 25 คะแนน แถมยังมีข่าวโดนยูฟ่าแบนจากศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นานถึง 2 ปี มาบั่นทอนกำลังใจแข้งเรือใบสีฟ้าอีก

อย่างไรก็ตาม ด้วยศักยภาพของทีม ฟอร์มการเล่น และการได้เป็นเจ้าถิ่น ทำให้แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่าค่อนข้างมาก ยิ่งตอนนี้ผลงานของเวสต์แฮมมีแต่สาละวันเตี้ยลง ซึ่งดูแล้วแทบจะไม่มีทีเด็ดอะไรที่จะมาโค่นเจ้าถิ่นได้เลย สุดท้ายคงเป็นแมนฯ ซิตี้ที่เปิดบ้านปูพรมถล่มแหลกและเก็บ 3 คะแนนไปได้ในนัดนี้

สกอร์ที่คาด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 เวสต์แฮม 

 


ดูบอลสดพรีเมียร์ลีก ได้ฟรีทางช่อง ไอดี สเตชั่น ง่ายๆเพียงแค่ล็อคอิน หรือ ดูวิธีสมัครสมาชิกทรูไอดีได้ที่นี่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>>“ผมอยากย้ายไปยูไนเต็ด ผมไม่สนว่าจะต้องลดค่าเหนื่อยลงเท่าไร” โอเดียน อิกาโล่

>>ของใหม่เสียเปรียบ! สโมสร พรีเมียร์ลีก โหวตให้กลับไปใช้เวลาเปิด-ปิดตลาดนักเตะตามเดิม

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด

Feb 8, 2020

เอฟเวอร์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2019/2020
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.30 น.
สนาม : กูดิสัน ปาร์ค
ถ่ายทอดสด : True Premier Football HD 1

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมัน และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกัน วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง  True Premier Football HD 1

ความพร้อมของเอฟเวอร์ตัน

ธีโอ วัลคอตต์ เอฟเวอร์ตัน(Photo by Tony McArdle/Everton FC via Getty Images)

นัดที่แล้ว เอฟเวอร์ตันเก็บชัยชนะได้แบบเหลือเชื่อ โดยบุกไปชนะวัตฟอร์ด 3-2 ทั้งที่โดนยิงนำไปก่อน 2 ลูก แถมยังต้องมาเหลือ 10 คนในช่วงประมาณ 20 นาทีสุดท้าย แต่ในที่สุด ธีโอ วัลคอตต์ ก็มายิงประตูชัยในช่วงทดเจ็บ พาทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินคว้า 3 แต้มกลับบ้านได้อย่างระทึกใจ

เกมนี้ กุนซือคาร์โล อันเชลอตติ จะหมดสิทธิใช้งาน อังเดร โกเมส ที่บาดเจ็บพักยาว และ ฟาเบียน เดลฟ์ กองกลางตัวรับ ซึ่งติดโทษแบนจากการโดนไล่ออกในเกมที่แล้ว โดยคาดว่า มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน จะได้ลงมาเล่นแทน

ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆไม่เปลี่ยนแปลง เยอร์รี่ มีนา ปักหลักเป็นเซนเตอร์คู่กับ เมสัน โฮลเกต ส่วนแดนหน้าใช้งาน โดมินิก คัลเวิร์ต เลวิน กับ ริชาร์ลิซอน พร้อมด้วย ธีโอ วัลคอตต์ กับ อเล็กซ์ อิโวบี้ ลากเลื้อยทางริมเส้น

ความพร้อมของคริสตัล พาเลซ

แมนฯ ซิตี้ - พาเลซ(Photo by Laurence Griffiths/Getty Images)

ฟอร์มช่วงหลังของคริสตัล พาเลซ ถือว่าน่าเป็นห่วง โดยนับตั้งแต่เปลี่ยนปฏิทินมาเป็นปี 2020 พวกเขายังไม่ชนะใครเลยแม้แต่นัดเดียวในทุกรายการ ส่วนผลงานในลีก ทีมปราสาทเรือนแก้วชนะแค่ 1 จาก 10 นัดหลังสุด จนอันดับร่วงมาอยู่ที่ 14 มีแต้มเหนือโซนตกชั้น 6 คะแนน

ส่วนตัวผู้เล่นในเกมนี้จะไม่มี เซงค์ โตซุน กองหน้าทีมชาติตุรกี ซึ่งยืมตัวมาจากเอฟเวอร์ตัน และมามาดู ซาโก้ กับ เจฟฟรีย์ ชลุปป์ ที่ยังไม่หายเดี้ยง ทำให้กุนซือ รอย ฮอดจ์สัน ต้องใช้บริการตัวหลักที่เหลือ อาทิ แกรี่ เคฮิลล์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, วิลฟรีด ซาฮา และคริสติยอง เบนเตเก้ เช่นเดิม

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เอฟเวอร์ตัน : จอร์แดน พิคฟอร์ด, ฌิบริล ซิดิเบ้, เยอร์รี่ มีน่า, เมสัน โฮลเกต, ลูกาส์ ดีญ, ธีโอ วัลคอตต์, กิลฟี่ ซิกูร์ดสสัน, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, อเล็กซ์ อิโวบี้, โดมินิก คัลเวิร์ต เลวิน, ริชาร์ลิซอน

คริสตัล พาเลซ : บิเซนเต้ กวยต้า, โจเอล วอร์ด, เจมส์ ทอมกินส์, แกรี่ เคฮิลล์, พาทริค ฟาน อานโฮลท์, อังเดร อายิว, ชีกู คูยาเต้, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, วิลฟรีด ซาฮา, คริสติยอง เบนเตเก้

บทวิเคราะห์

(Photo by Christopher Lee/Getty Images)

ถือเป็นการเจอกันระหว่างสองทีมที่ผลงานกำลังสวนทางกัน ฟอร์มของเอฟเวอร์ตันเหนียวแน่นขึ้นตามลำดับในยุคของคาร์โล อันเชลอตติ ขณะที่ คริสตัล พาเลซ ผลงานกำลังถอยหลัง ซึ่งถ้ายังไม่เร่งฟอร์มขึ้นมาโดยเร็ว อาจจะต้องลำบากดิ้นรนหนีตกชั้นในช่วงปลายฤดูกาล

นอกจากนี้ สถิติการเจอกันช่วงหลัง เอฟเวอร์ตันก็ข่มอยู่พอสมควร โดยครั้งสุดท้ายที่ทัพ “ทอฟฟี่เมน” พ่ายต่อพาเลซ ต้องย้อนไปถึงปี 2014 ยิ่งเกมนี้ลงเล่นในถิ่นกูดิสัน ปาร์ก ดูสถานการณ์แล้ว อันเชลอตติน่าจะพาลูกทีมเก็บ 3 คะแนนต่อหน้าสาวกเอฟเวอร์โตเนียนได้สำเร็ต

สกอร์ที่คาด

เอฟเวอร์ตัน 2-1 คริสตัล พาเลซ

111


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> เคลียร์คิวรอ! ตารางถ่ายทอดฟุตบอลสด พรีเมียร์ลีก2019/20 เดือนกุมภาพันธ์ ทุกคู่ ทุกสนาม

>> โหดเหมือนกัน!! จัดทีม 11 นักเตะดังค่าตัวฟรี หลังจบซีซั่นนี้

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน VS วัตฟอร์ด พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด

Feb 8, 2020

ไบรจ์ตัน vs วัตฟอร์ด

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2019/20
วัน / เวลาแข่งขัน : คืนวันเสาร์ที่ 8 ต่อ วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 00:30 น.
สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด True Premier Football HD 1 / ID Station

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันในคืนวันเสาร์ที่ 8 ต่อ วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 00:30 น. ถ่ายทอดสดทาง True Premier Football HD 1 / ID Station

 

ความพร้อมของ ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

(Photo by Chloe Knott – Danehouse/Getty Images)

 

“เจ้านกนางนวล” ไม่ชนะใครติดต่อกันมาต่อเนื่องยาวนานถึง 5 นัดติดต่อกันแล้ว โดยพวกเขามีเพียง 3 คะแนนจาก 15 คะแนนเต็มใน 5 นัด ดังกล่าว จากการเสมอ 3 นัด ซึ่งเกมนี้เป็นโอกาสดีที่พวกเขาอาจจะเก็บ 3 คะแนนเต็มได้เหมือนกัน

แกรห์ม พ็อตเตอร์ จะยังไม่มี โฮเซ เอซกีเอร์โด้ และ แดน เบิร์น เหมือนเดิม โดยทั้ง 2 คนยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน เชน ดัฟฟี่ กลับมาซ้อมระหว่างสัปดาห์ได้ แต่ไม่เต็ม 100% ต้องลุ้นว่าจะลงสนามได้หรือไม่

เกมนี้ พ็อตเตอร์ น่าจะส่ง เกล็น เมอร์เรย์ ที่เพิ่งต่อสัญญาลงเป็นกองหน้าตัวจริง และหวังว่าเขาจะทำประตูฉลองสัญญาใหม่ โดยใช้ทั้ง อารอน มอย, เลอันโดร ทรอสซาร์ และ ปาสคาล กรอส ทำเกมร่วมกัน

ความพร้อมของ วัตฟอร์ด

ไนเจล เพียร์สัน วัตฟอร์ด(Photo by Richard Heathcote/Getty Images)

 

แม้ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทีม “แตนอาละวาด” จะดูดีกว่าเจ้าบ้านอย่างชัดเจน จากการชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เก็บได้ถึง 7 จาก 15 คะแนนเต็ม แต่ในความเป็นจริง 3 นัดหลังพวกเขาเก็บได้แค่ 1 คะแนน ซึ่งน้อยกว่า 3 นัดหลังสุดของไบรจ์ตัน ที่มี 2 คะแนนด้วย

เกมนี้ ไนเจล เพียร์สัน จะยังต้องปวดหัวกับการจัดตัวผู้เล่นต่อไป เมื่อ เคร็ก ดอว์สัน, ดาริล ยานมาท และ กิโก้ เฟมิเนีย ยังลงสนามไม่ได้ทั้ง 3 คน ส่วน นาเธเนียล ชาโลบาห์, ทอม เคลเวอรี่ และ อิสไมล่า ซาร์ ยังต้องลุ้นกันถึงนาทีสุดท้าย

เกมนี้ เกราร์ด เดวโลเฟว, โรแบร์โต เปเรย์ร่า และ แดนนี่ เวลเบ็ค น่าจะยังได้รับความไว้วางใจต่อไป โดยมี ทรอย ดีนี่ย์ ยืนในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าคอยล่าตาขายเหมือนเดิม

 

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน : แมตต์ ไรอัน – มาร์ติน มอนโตย่า, อดัม เว็บสเตอร์, ลูอิส ดังก์, แบร์นาร์โด้ – ดาวี่ พร็อพเปอร์, เดล สตีเฟ่นส์ – ปาสคาล กรอส, แอรอน มอย, เลอันโดร ทรอสซาร์ – เกล็น เมอร์เรย์

วัตฟอร์ด : เบน ฟอสเตอร์ – อาเดรียน มาริอัปปา, คริสเตียน กาบาเซเล่, เกร็ก แคธคาร์ท, อดัม มาซิน่า – อับดุลลาย ดูคูเร่, เอเตียน กาปู – แดนนี่ เวลเบ็ค, ริคาร์โด้ เปเรย์ร่า, เกราร์ด เดวโลเฟว – ทรอย ดีนีย์

บทวิเคราะห์

เกมนี้เป็นเกมที่คาดเดาสกอร์ค่อนข้างลำบาก แต่น่าจะเป็นเกมที่สนุก ถึงแม้ทั้งสองทีมจะไม่ใช่ทีมใหญ่ เพราะว่าทั้ง ไบรจ์ตัน และ วัตฟอร์ด ต่างต้องการชัยชนะหลังจากที่ไม่ชนะติดต่อกันมาหลายนัดเหมือนกัน เกมนี้อาจจะเดือด และ สนุกแบบที่เกินความคาดหมายก็ได้

แม้ไบรจ์ตัน จะเป็นต่อในเรื่องของการเป็นเจ้าบ้าน แต่ทีมเยือนก็มีทีเด็ดให้เห็นเหมือนกันนับตั้งแต่เป็น ไนเจล เพียร์สัน เข้ามาคุมทีม ดังนั้น เกมนี้อาจจะตัดสินกันแค่ประตูเดียวหรืออาจจะเสมอกันก็ไม่น่าแปลกใจ

ถึงตรงนี้คงต้องบอกว่า เลือกให้ใครชนะค่อนข้างยาก ดังนั้นขอมองไปที่ผลเสมอน่าจะแฟร์ที่สุดสำหรับทั้งสองทีม

 

สกอร์ที่คาด

ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-1 วัตฟอร์ด

 


ดูบอลสดพรีเมียร์ลีก ได้ฟรีทางช่อง ไอดี สเตชั่น ง่ายๆเพียงแค่ล็อคอิน หรือ ดูวิธีสมัครสมาชิกทรูไอดีได้ที่นี่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>>“ผมอยากย้ายไปยูไนเต็ด ผมไม่สนว่าจะต้องลดค่าเหนื่อยลงเท่าไร” โอเดียน อิกาโล่

>>ของใหม่เสียเปรียบ! สโมสร พรีเมียร์ลีก โหวตให้กลับไปใช้เวลาเปิด-ปิดตลาดนักเตะตามเดิม

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

ทัพหงส์แดงยังบลัด...อีกหนึ่งสัญญาณยึดครองโลกลูกหนังของลิเวอร์พูล

Feb 5, 2020

ในที่สุด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลก็เป็นฝ่ายตบเท้าเข้าสู่รอบ 5 ได้สำเร็จ หลังจากเปิดบ้านเชือด ชรูว์สบิวรี่  ทาวน์ 1-0 ในเกมเอฟเอคัพ รอบ 4 นัดรีเพลย์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูล

อย่างที่ทราบกันดีว่า เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลจัดบรรดาดาวรุ่งลงสนามยกชุด แม้กระทั่งกุนซือยังเป็นเฮดโค้ชจากชุดยู-23 เนื่องจากบรรดาแข้งซีเนียร์และกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ชะแว้บไปพักผ่อนในช่วงเบรกหนีหนาว

สุดท้ายแล้ว “หงส์แดงยังบลัด” ก็ไม่ทำให้เดอะค็อปต้องผิดหวัง โดยสามารถคว้าตั๋วเข้ารอบได้ชนิดที่บรรดารุ่นพี่ต้องปรบมือให้ และนี่อาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่ากำลังจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับวงการลูกหนังบนโลกใบนี้!!

สถิติใหม่อีกแล้ว

ค่าเฉลี่ยอายุของผู้เล่นลิเวอร์พูลในเกมปราบชรูว์สบิวรี่ ถือว่าเด็กที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยอายุเฉลี่ยเพียง 19 ปี 102 วัน ทำลายสถิติเดิมก่อนหน้านี้ 19 ปี 182 วันในเกมคาราบาว คัพ รอบ 8 ทีมที่พ่ายแอสตัน วิลล่า 0-5 ขณะเดียวกัน เจ้าหนู เคอร์ติส โจนส์ ทำสถิติเป็นกัปตันทีมหงส์แดงอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน ด้วยวัย 19 กับอีก 5 วัน

เคอร์ติส โจนส์ ลิเวอร์พูลCurtis Jones  (Photo by Matthew Ashton – AMA/Getty Images)

ส่วนเบอร์เสื้อของผู้เล่นในเกมนี้มีตั้งแต่เบอร์ 46 ไปจนถึงเบอร์ 93 ซึ่งรายชื่อของผู้เล่นบางคน แฟนบอลเห็นแล้วยังต้องทำหน้าสงสัย พร้อมพึมพำๆว่า “ผู้ใด๋วะ” โดยในจำนวนนี้มีผู้เล่นตัวจริง 3 คนที่ได้ลงประเดิมสนามนัดแรกในชีวิตในแมทช์ทางการของลิเวอร์พูลชุดใหญ่ ได้แก่ อดัม ลูอิส, เจค เคน และ เลียม มิลลาร์

ขณะเดียวกัน ถึงแม้จะทราบอยู่แล้วว่า เกมนี้ลิเวอร์พูลเตรียมจัดเด็กลงสนามยกทีมแน่นอน แถมคู่แข่งก็ไม่ใช่ทีมระดับแม่เหล็ก อีกทั้งลงเตะช่วงกลางสัปดาห์อีกต่างหาก แต่ตั๋วเข้าชมเกมนี้ขายหมดเกลี้ยง แฟนบอลเกือบ 53,000 คนแห่เข้ามากันแน่นแอนฟิลด์ เพื่อให้กำลังใจแข้งหงส์วัยทีน เรียกได้ว่าทุกอย่างดูดีไปหมดจริงๆ สำหรับลิเวอร์พูลในยามนี้

สายเลือดใหม่พร้อมทดแทน

หากพิจารณาผลงานและความสำเร็จในช่วงหลัง หากจะบอกว่า “ลิเวอร์พูล” คือสุดยอดทีมลูกหนังของโลกในวินาทีนี้ก็คงไม่ผิดแปลกเท่าใดนัก หลังจากพวกเขาผงาดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และกำลังจะได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบนอนมา พร้อมกับสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน

คล็อปป์ ลิเวอร์พูล(Photo by Mike Hewitt – FIFA/FIFA via Getty Images)

ขณะเดียวกัน ขุนพลหงส์แดงชุดนี้ได้รับการคาดหมายว่าจะครองความยิ่งใหญ่ต่อไปอีกพอสมควร ด้วยขุมกำลังผู้เล่น ซึ่งอายุยังไม่มาก และหลายคนยังสามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปได้อีกไกล บวกกับการมีกุนซืออย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่วางรากฐานไว้อย่างแข็งแกร่ง

ยิ่งไปกว่านั้น การมี “สายเลือดใหม่” เป็นดาวรุ่งฝีเท้าดีเหล่านี้ ยิ่งทำให้เดอะค็อปอุ่นใจได้ว่า พวกเขามี “อะไหล่” ที่พร้อมก้าวขึ้นมาสานต่อความยิ่งใหญ่ หากว่าผู้เล่นตัวหลักฟอร์มย่ำแย่หรือย้ายทีมออกไป

ลิเวอร์พูล(Photo by John Powell/Liverpool FC via Getty Images)

การที่นักเตะอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์, คี จาน่า โฮเวอร์, เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, เคอร์ติส โจนส์, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และอีกหลายคนได้รับโอกาสจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้ขึ้นมาสัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่อยู่เป็นระยะ พลอยให้นึกไปถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่กล้าดันแก๊งเด็กระเบิดผีแดงขึ้นมายกชุด ไม่ว่าจะเป็น นิคกี้ บัตต์, พอล สโคลส์, เดวิด เบคแฮม, ไรอัน กิ๊กส์ และ สองพี่น้อง แกรี่ กับ ฟิล เนวิลล์ 

ซึ่งต่อมา ผู้เล่นเหล่านี้ก็กลายมาเป็นกำลังสำคัญให้ทัพ “ปีศาจแดง” อาละวาดกราดเกรี้ยวไปทั่วเมืองผู้ดี รวมไปถึงเวทีลูกหนังยุโรป

โอเคว่า…ดาวรุ่งหงส์แดงอาจจะยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องเท่าใดนัก เพราะนาทีนี้ ผู้เล่นรุ่นพี่ต่างระเบิดฟอร์มกันได้อย่างร้อนแรงทุกตำแหน่ง ซึ่งคงเป็นเรื่องยากที่จะเบียดแข้งซีเนียร์ขึ้นไปเป็นตัวจริง

ลิเวอร์พูล(Photo by Andrew Powell/Liverpool FC via Getty Images)

แต่อย่างน้อย เหล่าลิเวอร์พูลจูเนียร์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีศักยภาพมากพอที่จะสามารถยกระดับฝีเท้า และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในถิ่นแอนฟิลด์ในอนาคต ตลอดจนสานต่อความแข็งแกร่งของผู้เล่นรุ่นพี่ในชุดปัจจุบันได้อย่างไร้รอยต่อทอเต็มผืนหลับเต็มตื่น โดยไม่ต้องใช้ชุดเครื่องนอนโตโต้…

และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง โลกลูกหนังคงอยู่ภายใต้ร่มเงาจากการสยายปีกของทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่องแน่นอน !!

111


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> น้องมันมีของ!! “หงส์แดง” ใช้นักเตะชุดเด็กสุด ลงบู๊เอฟเอ คัพ

>>  แพงก็ต้องสู้!! ตั๋วในบ้าน “หงส์แดง” นัดสุดท้าย ราคาพุ่งเกิน 2 แสนบาทแล้ว

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่