รีเซต
พรีวิวศึกเอ็นเอฟแอล สัปดาห์ที่ 7 โดย "อู" ญาณินทร์ ชลายนนาวิน

พรีวิวศึกเอ็นเอฟแอล สัปดาห์ที่ 7 โดย "อู" ญาณินทร์ ชลายนนาวิน

พรีวิวศึกเอ็นเอฟแอล สัปดาห์ที่ 7 โดย "อู" ญาณินทร์ ชลายนนาวิน
ทรู วิชั่นส์
19 ตุลาคม 2566 ( 13:30 )
118

NFL เดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 7 แล้ว สัปดาห์นี้มีเกมถ่ายทอดสดให้ท่านสมาชิก ทรูวิชั่นส์ ให้รับชมกัน 7 คู่เช่นเคย

เริ่มจากคู่แรก เช้าวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม เวลา 07.15 .

แจ็คสันวิลล์ จากัวร์ส (4-2) บุกไปเยือน นิว ออร์ลีนส์ เซนต์ส (3-3) ถ่ายทอดสดทาง True Sports 1

จากัวร์ส ทีมเยือนเพิ่งจะอกสั่นขวัญแขวนไปเมื่อ เทรเวอร์ ลอว์เร็นซ์ ควอเตอร์แบ็กของทีมมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า จนต้องออกจากสนามในเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเอาชนะ อินเดียนาโพลิศ โคลท์ส 37-20 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่า ลอว์เร็นซ์ จะไม่ได้บาดเจ็บหนัก และมีลุ้นลงสนามได้ในเกมนี้

ตอนนี้เกมบุกของ จากัวร์ส ค่อนข้างลงตัว ลอว์เร็นซ์ กระจายบอลให้เพื่อนได้ดี ขณะที่เกมวิ่ง ทราวิส เอเตียน ไว้ใจได้ เกมล่าสุดแม้จะทำระยะได้ไม่ดีมาก แต่ก็ทำไป 2 TD

ส่วนเกมรับ จากัวส์ กดดัน ควอเตอร์แบ็คทีมคู่ต่อสู้ได้ดี นำโดย จอช อัลเลน ที่เก็บไปถึง 7 แซ็ค และสามารถสร้างเทิร์นโอเวอร์ได้ จากทั้งการอินเตอร์เซปต์ และเก็บฟัมเบิ้ล ได้มากถึง 15 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดใน NFL จึงถือว่าตอนนี้เกมบุก และเกมรับของ จากัวร์ส ค่อนข้างลงตัว

ฝั่ง เซนต์ส เอง ฟอร์มยังแกว่งทั้งที่เกมรับถือว่าทำผลงานได้ดีใน 2 เกมล่าสุด แต่ทีมบุกมักจะปิดสกอร์ไม่ลง ดีเร็ก คาร์ ควอเตอร์แบ็ก เริ่มผลงานดีอีกครั้ง หลังจากที่อาการบาดเจ็บที่ไหล่ดีขึ้น เซนต์ส มีอาวุธในเกมบุกมากมายทั้ง คริส โอลาเว, ราชิด ชาฮีด, ไมเคิล โธมัส และ อัลวิน คามาร่า ชื่อชั้นของตัวหลักในเกมบุกถือว่าไม่เป็นรองใคร แต่จะสามารถเล่นงานทีมรับ จากัวร์ส ที่สร้าง เทิร์นโอเวอร์ ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำได้ดีแค่ไหน

 

เที่ยงคืนวันอาทิตย์ มีให้รับชมกัน 2 คู่เหมือนเดิม 

เริ่มที่ True Sports 1 ดีทรอยต์ ไลออนส์ (5-1) พบ บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ (4-2)

ชั่วโมงนี้ใครก็มองข้าม ไลออนส์ ไม่ได้แล้ว เพราะสถิติ ชนะ 5 แพ้ 1 ของพวกเขา ถือเป็นหนึ่งในทีมที่สถิติดีที่สุดใน NFL หลังคว้าชัยชนะมา 4 เกมติดต่อกัน จาเร็ด กอฟฟ์ ควอเตอร์แบ็ค ฟอร์มแกร่งใน 2 เกมล่าสุด ขว้างไปรวม 5 TD ไม่มี อินเตอร์เซปต์ เลย แต่ปัญหาในเกมบุกของ ไลออนส์ ตอนนี้อาจจะเป็นที่ เกมวิ่ง เนื่องจาก เดวิด มอนต์โกเมอรี่ ตัววิ่งหลัก เจ็บจากเกมที่แล้ว และอาจจะต้องพักหลายสัปดาห์ ขณะที่ จาไมร์ กิ๊บส์ ตัววิ่งดราฟต์รอบแรก ก็ยังไม่สมบูรณ์ 

พวกเขาจึงอาจจะต้องพึ่งพาเกมบุกทางอากาศมากกว่าเดิม ซึ่ง อมอนรา เซนต์ บราวน์ ปีกตัวเก่งของพวกเขาถือว่าไว้ใจได้เลย

เกมรับ ไลออนส์ ต้องพยายามหยุดเกมวิ่งของ เรฟเว่นส์ ให้ได้ก่อน โดยทีมรับของ ไลออนส์ เสียระยะจากการวิ่งให้กับทีมคู่แข่งเฉลี่ยเกมละไม่ถึง 65 หลา เป็นอันดับ 1 ของ NFL และพยายามทำให้เกมบุกของ เรฟเว่นส์ เหลือมิติเดียวให้ได้

ด้าน เรฟเว่นส์ เพิ่งกลับมาจาก ลอนดอน แล้วเจอเกมคืนวันพฤหัส (ตามเวลาสหรัฐอเมริกาถือว่า มีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างน้อย ลามาร์ แจ็คสัน ควอเตอร์แบ็ค ของทีม เกมนี้อาจจะถูกบังคับให้เน้นเกมบุกทางอากาศมากกว่าเดิม เพราะ ไลออนส์ คงเน้นหยุดเกมวิ่งก่อน นัดที่ผ่านมาที่ชนะ ไททั่นส์ เกมบุกของ เรฟเว่นส์ ทำได้แค่ TD เดียว ยังดีที่ได้ 6 ฟิลด์โกล์ จาก จัสติน ทัคเกอร์ ตัวเตะของทีม ทำให้ผ่าน ไททั่นส์ มาได้

เกมรับ เรฟเว่นส์ เกมที่แล้วได้ไปถึง 6 แซ็ค สมดีกรีทีมรับอันดับ 2 ของ NFL เกมนี้มาเจอ ไลออนส์ ที่มีปัญหาเรื่องการบาดเจ็บของตัววิ่ง น่าจะทำให้งานของพวกเขาในเกมรับเบาลงไปพอสมควร

 

อีกคู่ช่วงเที่ยงคืนทาง True Sports 2 แอตแลนต้า ฟอลคอนส์ (3-3) พบ แทมป้า เบย์ บัคคาเนียร์ส (3-2)

ฟอลคอนส์ ทีมเยือน เกมที่แล้ว ทีมบุกมีโอกาสมากมายที่จะน็อค วอชิงตัน คอมมานเดอร์ส ทีมได้ แต่ เดสมอนด์ ริดเดอร์ ควอเตอร์แบ็ค ขว้าง 3 อินเตอร์เซปต์ จนทำให้ทีมแพ้ไป 16-24 เกมนี้ ฟอลคอนส์ ต้องกลับมาเน้นวิ่งมากขึ้น เพื่อลดเปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดที่เกิดจากการขว้างของ ริดเดอร์ ที่ตอนนี้เสียไป 6 อินเตอร์เซปต์ แล้ว จับตามอง บิยาน โรบินสัน ตัววิ่งรุกกี้ที่ฟอร์มแผ่วมา 2 เกม มีโอกาสกลับมาเปรี้ยงในเกมนี้ และน่าจะได้ TD แรกจากการวิ่งเสียที

ทีมรับ ฟอลคอนส์ ถือเป็นจุดแข็งเช่นกัน เพราะพวกเขาเป็น Top 5 ของลีก ถ้าเกมบุกไม่พลาดเสียบอลง่ายๆ ทีมรับน่าจะยังคงทำหน้าที่ได้ดี

บัคคาเนียร์ส เจ้าบ้าน เกมนี้ เบเคอร์ เมย์ฟิลด์ ควอเตอร์แบ็ค น่าจะได้ลงสนามแม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บที่มือซ้ายจากเกมที่แพ้ ไลออนส์ สัปดาห์ก่อน ซึ่ง เมย์ฟิลด์ ยอมรับว่า เขาเล่นได้ไม่ดีเลยในเกมนั้น เกมบุกทางอากาศของ บัคคาเนียร์ส จำเป็นต้องทำผลงานให้ดีขึ้น เพราะเกมวิ่งของพวกเขาพึ่งพาไม่ค่อยได้ เมย์ฟิลด์ไมค์ อีแวนส์ และ คริส ก็อดวิน มีดีพอที่จะพลิกสถานการณ์นี้ได้

เกมรับของ บัคคาเนียร์ส มีปัญหาในการป้องกันเกมขว้าง (อันดับ 26 ของ NFL) แต่การเจอกับ ทีมบุกของ ฟอลคอนส์ ที่เสีย อินเตอร์เซปต์ ค่อนข้างเยอะ ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้กับพวกเขาได้มากนัก


ช่วงเวลา 03.05 ทาง True Sports 2 อริโซน่า คาร์ดินัลส์ (1-5) พบ ซีแอทเทิล ซีฮอว์คส์ (3-2)

การเจอกันของทีมร่วมกลุ่ม NFC ตะวันตก คาร์ดินัลส์ ทีมเยือนแพ้มา 3 นัดติดต่อกันแล้ว ทั้งฤดูกาลเพิ่งจะเก็บชัยชนะได้แค่นัดเดียวเหนือ ดัลลัส คาวบอยส์ เมื่อสัปดาห์ที่ 3 ของฤดูกาล เกมบุกของ คาร์ดินัลส์ ยังคงมีปัญหาในพื้นที่เรดโซน 20 หลาสุดท้ายก่อนเข้าเอนด์โซน เมื่อเกมล่าสุดเข้าไปในเรดโซน ได้ 3 ครั้ง แต่ไม่ได้ TD กลับออกมาเลย แถม โจชัว ด็อบส์ ควอเตอร์แบ็ค ยังโดน อินเตอร์เซปต์ ใน เรดโซน อีกด้วย

ขณะที่เกมรับที่ควรจะเป็นจุดแข็งของทีม เพราะเฮดโค้ช โจนาธาน แกนน่อน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเกมรับ ก็ยังคงหาฟอร์มเก่งไม่เจอ 3 เกมหลังสุดโดนทำสกอร์ใส่ไป 35, 34 และ 26 จนตอนนี้พวกเขาเสียแค่เฉลี่ยต่อเกมถึง 27 คะแนน อยู่เป็นอันดับที่ 27 ของ ลีค แล้ว

ซีฮอว์คส์ พลาดโอกาสชนะเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกัน เมื่อไปแพ้ ซินซินเนติ เบงกอลส์ ในเกมที่แล้ว 13-17 เสียโอกาสที่จะไล่ 49ers เพื่อการแย่งชิงแชมป์กลุ่ม NFC ตะวันตก เกมบุกของ ซีฮอว์คส์ ออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรง ทำ TD ได้ตั้งแต่ไดร์ฟเปิดเกม แต่หลังจากนั้น ทำเพิ่มได้อีกแค่ 6 คะแนนเท่านั้น โดยเฉพาะในครึ่งหลัง จีโน่ สมิธ ควอเตอร์แบ็ค ขว้างเสีย 2 อินเตอร์เซปต์ ทำให้เกมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่ถ้ามองถึงการทำระยะ ไทเลอร์ ล็อคเก็ตดีเค เม็ตแคล์ฟ และ แจ็คสัน สมิธ เอ็นจิกบ้า 3 ปีกหลักของทีมถือว่าทำผลงานได้ไม่เลวเลย

เกมรับของ ซีฮอว์คส์ ถ้าทำผลงานได้เหมือนสัปดาห์ก่อนที่ ทำให้ โจ เบอร์โร่ว์ ควอเตอร์แบ็ค ของ เบงกอลส์ ทำระยะจากการขว้างได้ไม่ถึง 200 หลา เกมนี้เจอกับ คาร์ดินัลส์ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เวลา 03.25 ทาง True Sports 1 ลอส แอนเจลิส ชาร์จเจอร์ส (2-3) พบ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ (5-1)

ชาร์จเจอร์ส เพิ่งจะแพ้ คาวบอยส์ มาในเกม มันเดย์ไนท์ ฟุตบอล 17-20 แต่พวกเขาไม่มีเวลามานั่งเสียใจ เพราะเกมนี้ต้องไปเยือนแชมป์เก่า และจะมีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่า ชีฟส์ ที่สัปดาห์ก่อนได้พักยาว หลังจากลงแข่งขัน Thursday Night Football เกมที่แล้ว จัสติน เฮอร์เบิร์ต ควอเตอร์แบ็คของ ชาร์จเจอร์ส ขว้างพลาดหลายครั้ง ทั้งๆ ที่ปีกสามารถหลุดการประกบของทีมรับได้แล้ว โดยเฉพาะการขว้างให้กับ คีแนน อัลเลน ปีกคู่ใจ ทำให้พลาดโอกาสทำระยะในจังหวะสำคัญๆ และสุดท้ายพวกเขาก็แพ้ไปแค่ 3 คะแนน ขณะที่เกมบุกทางพื้นดิน แม้ว่าจะได้ ออสติน เอ็กเลอร์ กลับมาแล้ว แต่ก็ดูจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ทำระยะเฉลี่ยจากการถือบอลแต่ละครั้งไม่ถึง 2 หลา


ส่วนเกมรับ นัดที่แล้วเข้าแทบจะไม่ถึงตัว แด๊ก เพรสคอตต์ ของ คาวบอยส์ เลย และเกมนี้ งานก็ไม่ได้ง่ายกว่าเดิม เมื่อต้องเจอ แพทริค มาโฮมส์ ที่เอาตัวรอดได้ดีเหมือนกัน เกมรับ ชาร์จเจอร์ส ดูมีปัญหาในการคุมพื้นที่ตรงกลาง จนโดนเจาะอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้พวกเขาเป็นทีมรับที่เสียระยะจากการขว้างเยอะที่สุดใน NFL ที่ 289 หลาต่อเกม

ชีฟส์ เกมที่แล้วที่ชนะ บรองโก้ส์ เกมบุกไม่ไหลลื่นเท่าไหร่แม้ว่า บรองโก้ส์ จะเป็นทีมรับที่แย่ที่สุดใน NFL เกมนี้มาเจอ ชาร์จเจอร์ส ทีมรับอันดับรองสุดท้าย ก็หวังว่าจะทำผลงานให้ดีขึ้น เกมบุกถ้าไม่ใช่ ทราวิส เคลซี่ ปีกในคู่ใจของ มาโฮมส์ คนอื่นก็แทบจะพึ่งพาอะไรไม่ได้ ที่พอจะช่วยงาน เคลซี่ ได้ก็มี ราชี ไรซ์ ปีกนอกรุกกี้ ที่ดูจะมีส่วนร่วมกับเกมบุกมากขึ้นเรื่อยๆ 

ปีนี้ ชีฟส์ พึ่งพาเกมรับได้มากขึ้น พวกเขาเสียคะแนนต่อเกมน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก (14.7 คะแนนต่อเกมลองคิดเล่นๆ ยังมองไม่เห็นภาพว่า เกมบุกที่นำทัพโดย มาโฮมส์ จะทำคะแนนน้อยกว่า 15 คะแนนต่อเกมได้ยังไง

มาที่คู่เช้าวันจันทร์ เวลา 07.20 เกม Sunday Night Football ไมอามี่ ดอลฟินส์ (5-1) พบ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์ (5-1) ทาง True Sports 1

ทีมลุ้นแชมป์มาพบกันในเกม Sunday Night ดอลฟินส์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำคะแนนไม่ใช่ปัญหาของพวกเขา ดอลฟินส์ ทำคะแนนเฉลี่ยต่อเกมถึง 37.2 คะแนน นำอันดับที่ 2 อย่าง 49ers เกือบจะ 1 TD เต็มๆ ด้วยผลงานของบรรดาอาวุธในเกมบุกที่มีความเร็วเสมือนทีมวิ่ง 4x100 เมตร พวกเขาพร้อมจะทำคะแนนในทุกเพลย์ ตราบใดที่ ควอเตอร์แบ็ค ทูอา ทาโกไวโลอา สามารถมองหาเป้าในพ็อคเก็ตได้แบบไม่โดนกดดัน เกมที่แล้ว ดอลฟินส์ ซัดไปอีก 42 คะแนน ทำระยะในเกมบุกเกิน 400 หลา

ปัญหาเดียวของ ดอลฟินส์ คือ ทีมรับที่เสียคะแนนต่อเกมเกือบๆ 4 TD ต่อเกม (27.0 คะแนนถ้าวันไหนทีมบุกเกิดสะดุด ทำสกอร์ไม่ถึง 4 TD วันนั้น ดอลฟินส์ จะมีปัญหาแน่นอน การได้ วิค ฟานจิโอ โค้ชเกมรับชื่อดังมาเสริมทีมในปีนี้ ทีมรับอาจจะยังเสียคะแนนค่อนข้างเยอะ แต่ก็สามารถแซ็ค ควอเตอร์แบ็ค ฝั่งตรงข้ามได้เยอะเช่นกัน (21 แซ็คอันดับ 3 ของ NFL) เพราะเมื่อทีมเป็นฝ่ายนำ จะบังคับให้ทีมคู่แข่งต้องขว้างมากขึ้น ทีมรับก็จะกดดันได้ง่ายขึ้นเช่นกัน


แต่การจะกดดันเกมบุกของ อีเกิ้ลส์ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ จาเล่น เฮิร์ทส์ ควอเตอร์แบ็ค ของ อีเกิ้ลส์ นั้นมีความคล่องตัวสูง อีกอย่างเกมวิ่งของ อีเกิ้ลส์ ทำระยะต่อเกมได้เป็นกอบเป็นกำ (เฉลี่ย 150 หลา/เกมจะเป็นรองก็แค่ ดอลฟินส์ ทีมเดียว (วิ่งเฉลี่ย 181.8 หลา/เกมขณะที่เกมบุกทางอากาศของ อีเกิ้ลส์ มีปัญหาอยู่พอสมควรเมื่อเสีย เควซ วัตกิ้นส์ ไปจากอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ล่าสุดไปเซ็นเอา ฮูลิโอ โจนส์ อดีตปีกชื่อดังที่ฟอร์มเริ่มจะโรยรา มาร่วมทีมขัดตาทัพไปก่อน

เกมนี้ เกมรับของ อีเกิ้ลส์ ต้องพยายามชะลอความร้อนแรงของเกมบุก ดอลฟินส์ ให้ได้ การเข้ากดดัน ทาโกไวโลอา ควอเตอร์แบ็ค ของ ดอลฟินส์ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ ดอลฟินส์ มักใช้เกมขว้างสั้นปล่อยบอลเร็ว อีเกิ้ลส์ จำเป็นต้องคุมจังหวะเกมให้ออกมาเป็นเกมสกอร์ต่ำ อย่าให้ ดอลฟินส์ ออกนำไปก่อน 2-3 สกอร์ เพราะจะทำให้ต้องทิ้งเกมวิ่งซึ่งเป็นจุดเด่นของตัวเองไป

ปิดท้ายที่เกม Monday Night Football เช้าวันอังคาร 07.15 ทาง True Sports 1 ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส (5-1) ไปเยือน มินเนโซต้า ไวกิ้งส์ (2-4)

ไนเนอร์ส ทีมเยือนเพิ่งแพ้มาเป็นเกมแรก และทำสกอร์ไม่ถึง 30 คะแนนเป็นเกมแรกเช่นกัน เกมบุกของ ไนเนอร์ส เมื่อเจอกับเกมรับอันดับ 1 ของ คลีฟแลนด์ บราวน์ส เมื่อเกมที่แล้วมีปัญหาพอสมควร บร็อก เพอร์ดี้ โดนกดดันจนทำอะไรไม่ถนัด ขว้างเสียอินเตอร์เซปต์แรกของฤดูกาล แม้ว่าท้ายเกมจะพาทีมบุกขึ้นมาตั้งระยะเตะฟิลด์โกลได้ แต่ เจค มูดี้ ตัวเตะรุกกี้ เตะระยะ 41 หลา ไม่เข้าทำให้ทีมแพ้ไป 

นอกจากแพ้เป็นนัดแรกแล้ว ไนเนอร์ส ยังมีผู้เล่นตัวหลักเจ็บถึง 3 คน นั่นคือ ดีโบ ซามูเอลเทรนท์ วิลเลี่ยมส์ และตัววิ่งคนสำคัญอย่าง คริสเตียน แม็คคาฟฟรี่ ทั้งหมดอาจจะกลับมาลงสนามเกมนี้ได้ แต่ต้องดูว่า ไคล์ ชานาแฮน หัวหน้าโค้ชจะพักผู้เล่นเหล่านี้หรือเปล่า

เกมรับอาจจะได้ข่าวดี เมื่อมีโอกาสได้ เดรย์ กรีนลอว์ ไลน์แบ็คเกอร์คนสำคัญกลับมา ขณะที่ แรนดี้ เกรกอรี่ ตัวกดดันควอเตอร์แบ็ค คนใหม่ที่เทรดมาจาก บรองโก้ส์ โชว์ผลงานประเดิมสนามได้น่าพอใจ

ไวกิ้งส์ เอง เกมล่าสุดชนะ แบร์ส มาก็จริง เกมบุก เคิร์ก คัสซิ่น ควอเตอร์แบ็ค ขาดอาวุธหลักอย่าง จัสติน เจฟเฟอร์สัน ไป ทำให้เกมบุกดูวูบวาบน้อยลงไปถนัดตา ต้องกระจายบอลมากขึ้น เกมล่าสุด ทีเจ ฮ็อคเคนสัน ปีกใน รับบอล 6 ครั้ง แต่ได้ระยะแค่ 50 หลา เห็นได้ชัดว่า บิ๊กเพลย์ขาดหายไป ขณะที่เกมวิ่ง อเล็กซานเดอร์ แม็ททิสัน ทำระยะได้ไม่ถึง 50 หลา

ยังดีที่เกมรับของ ไวกิ้งส์ เข้ามาแบกทีมไว้ได้ โดยมีจังหวะเก็บฟัมเบิ้ลเข้าทำสกอร์ รวมถึงเข้าแซ็คได้ 5 ครั้ง ดาเนี่ยล ฮันเตอร์ ตัวกดดัน ควอเตอร์แบ็ค ชั้นยอดของทีมจำเป็นต้องเรียกฟอร์มแบบนั้นให้ได้อีกครั้งในเกมนี้ 

ไวกิ้งส์ จำเป็นต้องเน้นเต็มที่ เพราะตอนนี้ทีมร่วมกลุ่มอย่าง ไลอ้อนส์ ทิ้งไปไกลแล้ว ขณะที่ ไนเนอร์ส เอง ก็ต้องการเก็บชัยชนะต่อเนื่อง เพื่อไล่บี้กับ อีเกิ้ลส์ การที่ ไนเนอร์ส ได้มาลงเล่นในเช้าวันอังคาร ตามเวลาบ้านเรา อาจจะทำให้บรรดาผู้เล่นตัวหลักที่บาดเจ็บได้พักนานขึ้น มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ขึ้น และพร้อมกลับมาลงสนามก็ได้

และทั้งหมดนี้ คือ เกมอเมริกันฟุตบอล NFL ที่ ทรูวิชั่นส์ ถ่ายทอดสด ให้ท่านสมาชิกได้รับชมกันในสัปดาห์ที่ 7 ของฤดูกาลนี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2023/24 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่!

เคล็ดลับการรับชมพรีเมียร์ลีกให้มันส์จุใจในทุกช่องทาง คลิกเลย!

อัปเดตข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! หรือ กด *301*32# โทรออก

หรือ อัปเดตข่าวบอลไทยลีก กด *301*36# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ