เชลซี VS เรอัล มาดริด : พรีวิว ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020/21 (ลิ้งก์ดูบอล)

เชลซี VS เรอัล มาดริด : พรีวิว ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020/21 (ลิ้งก์ดูบอล)
EkkEReport
5 พ.ค. 64
18.9K

  • รายการ : ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020/21 รอบรองชนะเลิศ นัดสอง
  • แมตช์การแข่งขัน เชลซี VS เรอัล มาดริด
  • วัน/เวลาแข่งขัน : คืนวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:00 น.
  • สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
  • ถ่ายทอดสด : UEFA.tv
  • ผลการแข่งขันนัดแรก : เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

สภาพความพร้อม เชลซี

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 4 ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงรักษาผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ โดย 5 นัดหลังรวมทุกรายการ ชนะ 3 เสมอ 2 สำหรับเกมลีกนัดล่าสุด เปิดบ้านเอาชนะ ฟูแล่ม 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ผลงานในรายการนี้ เมื่อคืนวันอังคารที่แล้ว พวกเขาบุกไปเจ๊า เรอัล มาดริด 1-1 ในเกมนัดแรก ทำให้กุมความได้เปรียบนิดๆ จากการเก็บอเวย์โกลกลับมาได้ 1 ลูก

สำหรับสภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ โธมัส ทูเคิ่ล ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน มาเตโอ โควาซิช ที่มีอาการบาดเจ็บ รวมทั้งยังต้องเช็กสภาพความฟิตของ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ส่วนแข้งตัวหลักรายอื่นๆ ยังคงฟิตสมบูรณ์ พร้อมลงสนาม ซึ่งคาดว่าเกมนี้ กุนซือชาวเยอรมัน น่าจะทำการหมุนเวียนผู้เล่นบางตำแหน่ง จากเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย 3 เซ็นเตอร์ น่าจะใช้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา และ เคิร์ต ซูม่า วิงแบ็ก 2 ข้างเป็น รีซ เจมส์ และ เบน ชิลเวลล์ มิดฟิลด์คู่กลางส่ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ลงจับคู่กับ จอร์จินโญ่ ขณะที่ 3 ประสานในแนวรุกเป็น ฮาคิม ซีเย็ค, คริสเตียน พูลิซิช และ ไค ฮาแวร์ตซ์ โดยมี เมสัน เมาท์, ติโม แวร์เนอร์ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นตัวสอดแทรก

 

สภาพความพร้อม เรอัล มาดริด

ส่วนผู้มาเยือนอย่าง "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทีมรองจ่าฝูงของตารางคะแนน ลา ลีกา สเปน ฟอร์มการเล่นในช่วงหลัง ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ดีไม่แย่ เมื่อ 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ ชนะ 2 เสมอ 3 โดยเกมลีกนัดล่าสุด คือการเปิดบ้านเอาชนะ โอซาซูน่า 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนในศึกถ้วยนี้ พวกเขาเปิดบ้านเสมอกับ เชลซี 1-1 เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน ทำให้เกมนี้จำเป็นต้องบุกไปยิงประตู สิงห์บลูส์ ให้ได้เท่านั้น

สำหรับสภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ ซีเนอดีน ซีดาน ต้องพบกับปัญหาในเกมจัดทัพ เมื่อมีแข้งที่มีอาการบาดเจ็บอยู่หลายราย ไม่ว่าจะเป็น ราฟาเอล วาราน, ดานี่ การ์บาฆาล และ ลูคัส บาซเกซ รวมทั้งยังรอทดสอบความฟิตของ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีม และ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ขณะที่แกนหลักที่เหลือ ต่างฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนาม

โดยคาดว่าเกมนี้ เซร์คิโอ รามอส น่าจะกลับมาลงสนามได้ทัน เพื่อยืนปักหลักเป็นเซนเตอร์คู่กับ เอแดร์ มิลิเตา ส่วนแดนกลางยังคงเป็น 3 ประสาน โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช และ คาเซมิโร่ ขณะที่แนวรุกใช้ คาริม เบนเซม่า, มาร์โก อเซนซิโอ และ วินิซิอุส จูเนียร์ โดยมี เอเดน อาซาร์ อดีตดาวเตะสิงโตน้ำเงินคราม เป็นตัวสอดแทรก

 

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ (GK), เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, เคิร์ต ซูม่า, รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์, ฮาคิม ซีเย็ค, คริสเตียน พูลิซิช, ไค ฮาแวร์ตซ์

เรอัล มาดริด : ติโบต์ กูร์กตัวส์ (GK), อัลบาโร โอดริโอโซล่า, เอแดร์ มิลิเตา, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่, ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, โทนี่ โครส, มาร์โก อเซนซิโอ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

 

บทวิเคราะห์

เจ้าถิ่น สิงห์บูลส์ มีความได้เปรียบอยู่เล็กๆ จากการได้ประตูทีมเยือนในเกมแรก ทว่าพวกเขายังไม่สามารถไว้วางใจอะไรได้เลย เนื่องจากหากเสียประตูให้กับ ราชันชุดขาว เพียงลูกเดียว ความได้เปรียบที่มีอยู่ ก็จะหมดลงไปในทันที อีกทั้งการจะเล่นโดยหวังเพียงรักษาผลสกอร์ 0-0 เอาไว้ ก็นับเป็นความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เพราะเกมนี้ เรอัล มาดริด คงเตรียมจะมาเดินหน้าเปิดเกมรุกเข้าใส่แบบเต็มกำลัง และหวังยิงประตูให้ได้โดยไว เพื่อโยนความกดดันกลับไปให้ฝั่งของ เชลซี แทน

อย่างไรก็ตาม ผลงานในช่วงหลังของทั้ง 2 ทีม สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พวกเขามีเกมรับที่ดีและเหนียวแน่นด้วยกันทั้งคู่ โดย 5 นัดหลังของทั้ง 2 ทีม ต่างเสียประตูไปเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือ การยิงประตูกันเองในเกมแรกที่พบกัน ทำให้เชื่อว่า ประตูแรกที่จะเกิดขึ้นในเกมนี้ จะส่งผลต่อรูปเกมหลังจากนั้นเป็นอย่างยิ่ง

คาดว่าเกมนี้ ทั้ง 2 ทีม น่าจะสู้กันได้อย่างสนุกตื่นเต้น เนื่องจากคุณภาพของทีม และศักยภาพของนักเตะที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยฝั่งเจ้าบ้านคงมาเน้นรับ แบบระวังตัวไว้ก่อน แล้วค่อยหาจังหวะสวนกลับ ขณะที่ทีมเยือน น่าจะเป็นฝ่ายเปิดเกมบุก ซึ่งสุดท้ายแล้วมีโอกาสเช่นกัน ที่เกมจะยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ทว่าจากประสบการณ์ และความเก๋าเกมในศึกถ้วยนี้ของฝั่ง เรอัล มาดริด น่าจะช่วยให้พวกเขาพลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จในท้ายที่สุด

 

สกอร์ที่คาด

เชลซี 1-2 เรอัล มาดริด

 

"เอกกี้รีพอร์ต"

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> สิงห์ได้อเวย์โกล์!! เชลซี บุกเจ๊า มาดริด 1-1 ตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรก

>> 'ฮาแวร์ตซ์'ซัดเบิ้ล! เชลซี เปิดบ้านสอย ฟูแล่ม สบาย 2-0 ยึดที่ 4 แน่น (ชมคลิปไฮไลท์)

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้