
วิธีป้องกันเล็บขบฉบับผู้ชาย ต้องใส่รองเท้าทำงานทั้งวัน ดูแลยังไงไม่ให้กลับมาเจ็บซ้ำ
เล็บขบเป็นปัญหาที่ผู้ชายทำงานหนักต้องเจอบ่อย โดยเฉพาะคนที่ต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นทั้งวัน หากปล่อยไว้เสี่ยงติดเชื้อและเจ็บซ้ำ วิธีป้องกันเล็บขบอย่างถูกต้องนั้นต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกรองเท้า การตัดเล็บ ไปจนถึงการดูแลเท้าให้แข็งแรง เพื่อสุขภาพเท้าที่ดีตลอดวันส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้าง TrueID Sport ได้รวมมาไว้ให้คุณแล้ว
วิธีป้องกันเล็บขบฉบับผู้ชาย ต้องใส่รองเท้าทำงานทั้งวัน
ดูแลยังไงไม่ให้กลับมาเจ็บซ้ำ
สาเหตุของการเกิดเล็บขบ
เล็บขบมักเกิดจากแรงกดและความอับชื้นที่นิ้วเท้าต้องเจอเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการใส่รองเท้าหนัก เช่น รองเท้าบูทเซฟตี้ หรือรองเท้าคัทชูหัวแคบ ซึ่งทำให้นิ้วเท้าถูกบีบแน่น ผิวหนังรอบเล็บนิ่มลงจนเล็บงอกแทงเข้าเนื้อ เกิดการอักเสบและเจ็บปวดตามมา
เคล็ดลับป้องกันเล็บขบ
1. เลือกรองเท้าให้พอดี
- กฎความกว้างหนึ่งนิ้วโป้ง: ควรมีระยะห่างระหว่างปลายนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดกับหัวรองเท้าประมาณ ½ นิ้ว หรือเท่าความกว้างนิ้วโป้งมือ
- เลือกหัวรองเท้ากว้าง: รองเท้าที่หัวโค้งมนหรือทรงตามรูปเท้าจะช่วยลดแรงกด หากต้องใส่รองเท้าหัวเหล็ก ต้องมั่นใจว่าเหล็กไม่บีบนิ้วโป้งหรือนิ้วก้อย
- ซื้อรองเท้าตอนบ่าย: เท้าจะขยายตัวเต็มที่ในช่วงบ่าย หากซื้อรองเท้าตอนเช้าอาจทำให้แน่นเกินไปเมื่อถึงเวลาเลิกงาน
- ล็อคส้นเท้าให้แน่น: เท้าที่เลื่อนไปมาจะทำให้นิ้วกระแทกหัวรองเท้าซ้ำๆ ควรผูกเชือกให้กระชับหรือใช้แผ่นรองเสริมเพื่อป้องกันเท้าไหลไปด้านหน้า
2. ตัดเล็บให้ถูกวิธี
- ตัดเป็นเส้นตรง: ห้ามตัดเล็บโค้งหรือเป็นรูปตัว U เพราะจะทำให้เล็บงอกแทงเนื้อ ควรตัดตรงและให้มุมเล็บโผล่พ้นผิวหนัง
- ความยาวที่เหมาะสม: ตัดให้ปลายเล็บพอดีกับปลายนิ้วเท้า ไม่สั้นเกินไป (ผิวหนังจะปิดเล็บ) และไม่ยาวเกินไป (รองเท้าจะดันเล็บย้อนเข้าเนื้อ)
- แช่น้ำก่อนตัด: หากเล็บหนา ควรแช่เท้าในน้ำอุ่น 10 นาทีเพื่อให้เล็บนิ่ม ตัดง่าย และไม่แตกหัก
3. ดูแลความสะอาดและความแห้งสบาย
- เลือกถุงเท้าที่ระบายอากาศดี: หลีกเลี่ยงถุงเท้าคอตตอน 100% เพราะอมความชื้น ควรใช้ผ้าผสมใยสังเคราะห์หรือขนแกะ
- สลับรองเท้า: ไม่ควรใส่รองเท้าคู่เดิมทุกวัน ควรพักให้แห้งสนิทอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือใช้เครื่องเป่ารองเท้าช่วย
- เปลี่ยนถุงเท้าระหว่างวัน: หากทำงานกะยาว การเปลี่ยนถุงเท้าคู่ใหม่ช่วงพักเที่ยงช่วยลดความอับชื้นและป้องกันผิวรอบเล็บนิ่มเกินไป
สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
หากนิ้วเท้าเริ่ม แดง บวม หรือมีหนองไหล แสดงว่าอาจติดเชื้อแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานหรือมีปัญหาการไหลเวียนโลหิต ห้ามตัดหรือแคะเล็บขบเองเด็ดขาด ควรไปพบแพทย์ทันที
บทความที่คุณอาจสนใจ
- วิธี Hack ร่างกายผู้ชายสายสร้างกล้าม ดูแลตัวเองอย่างไรสร้างกล้ามได้ไว
- เวลาน้อยก็หุ่นดีได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อย
- รวมท่าปั้นหัวไหล่ผู้ชายเวลาน้อย ภายใน 15 นาที ไหล่สวยได้แม้ไม่มีเวลา
- วิธีกินตาม TDEE สำหรับผู้ชายอยากปั้นกล้าม กินอย่างไรให้ได้ผล
- Warm up กับ Cool down ต่างกันอย่างไรทำไมสำคัญต่อการสร้างกล้าม
