มีทีมใดบ้าง!? 8 ยักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่ยังไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก

EkkEReport
EkkEReport
21 ตุลาคม 2563 ( 17:30 )
1K
7

มีทีมใดบ้าง!? 8 ยักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่ยังไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก

กว่าที่ทีมฟุตบอลสักทีม จะฝ่าฟันขวากหนาม และอุปสรรคต่างๆ ขึ้นไปยังจุดสูงสุด เพื่อชิงความเป็นเจ้าแห่งลูกหนังของยุโรปนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การจะก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์แชมป์ที่ทุกทีมต่างหมายปองได้นั้น นอกจากจะต้องมีฝีเท้าที่ฉกาจฉกรรจ์แล้ว ในบางครั้งพวกเขาก็ต้องพึ่งพาเทพีแห่งโชคด้วยเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น เหล่าบรรดายอดทีมของยุโรปมากมาย ต่างก็เคยประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ยังมีทีมดังที่อยู่ในระดับหัวแถวของลีกแกร่งในยุโรปอีกหลายทีม ที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสกับถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเลย แม้แต่ครั้งเดียว

และนี่คือ 8 ยอดทีม ที่ยังไม่เคยคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)

ยอดทีมจากมุมสีฟ้าของเมืองแมนเชสเตอร์ ยกระดับสโมสร ขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วง 10 ปีหลังอย่างเต็มตัว โดย เรือใบสีฟ้า แล่นออกไปได้ไกลสุดขอบฟ้า ถึงขนาดทำสถิติ คว้าแชมป์ลีกด้วยการโกยแต้มไปถึง 100 แต้มมาแล้ว รวมถึงยังคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ ไปนอนกอดอยู่บ่อยครั้ง จนไม่รู้สึกน่าตื่นเต้นอะไรอีกแล้ว จะเหลือก็เพียงแต่ ถ้วยแชมป์ยุโรป ที่พวกเขายังไม่เคยได้เข้าใกล้กับความสำเร็จเลยสักครั้ง เพราะ ซิตี้ ยังคงทำได้ดีที่สุด เพียงการทิ้งสมอลงจอดในรอบรองชนะเลิศเท่านั้น หลังพ่ายให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ในปี 2016 ทั้งที่จริงๆ แล้ว ศักยภาพของทีมของพวกเขา ก็น่าจะดีพอที่จะก้าวไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ ทว่า ซิตี้ มักจะต้องพบเจอกับเรื่องพลิกล็อค เหตุการณ์ดราม่าในเกมการแข่งขัน จนทำให้ต้องตกรอบไปก่อนจะถึงฝั่งฝันอยู่เสมอ จึงทำให้ถ้วยหูใหญ่ใบนี้ เป็นถ้วยรางวัลที่พวกเขากระหาย และปรารถนาจะได้มาครอบครองที่สุดในเวลานี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

 

2. อาร์เซน่อล (อังกฤษ)

ทีมแกร่งจากกรุงลอนดอน ผู้สร้างตำนาน แชมป์ไร้พ่าย อันสุดลือลั่นสะท้านวงการลูกหนังอังกฤษ ในปี 2004 และยังคงครองตำแหน่งนี้แต่เพียงผู้เดียวมาจนถึงปัจจุบัน ทว่าแม้ในยุคนั้น พวกเขาจะสร้างผลงานอันสุดยอดระดับไร้เทียมทานในประเทศ แต่ในการแข่งขันระดับยุโรป ทัพปืนใหญ่ ก็ไม่อาจต้านทาน เสือ สิงห์ กระทิง แรด จากประเทศอื่นๆ ได้ โดยพวกเขาเคยฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ไกลที่สุด ถึงรอบชิงชนะเลิศ ในปี 2006 แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ในสงครามบนผืนหญ้าให้กับ บาร์เซโลน่า ที่เริ่มขึ้นมาครองอำนาจในโลกฟุตบอล ทำให้ อาร์เซน่อล ยังคงไม่มีถ้วยหูใหญ่ของยุโรป ไว้ประดับตู้โชว์ของสโมสรเลยตราบจนถึงทุกวันนี้

 

3. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (อังกฤษ)

ทีม ไก่เดือยทอง คู่ปรับคนสำคัญของทัพปืนใหญ่ หลังจากที่ต้องทนดูความรุ่งเรืองของทีมคู่อริอยู่พักใหญ่ สเปอร์ส ก็พัฒนาทีมจนกลายเป็นทีมระดับหัวแถวของอังกฤษ และสามารถคว้าตั๋วลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้หลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยในเวทียุโรป ทำให้พวกเขาต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่บ้าง ก่อนที่จะมาระเบิดฟอร์มอันร้อนแรงในปี 2019 จนทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แบบเหนือความคาดหมาย ทว่า ศัตรูที่ต้องเผชิญในศึกครั้งสุดท้ายของพวกเขา คือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมร่วมลีก ที่อกหักจากการพ่ายในนัดชิงฯ ปีก่อนให้กับ เรอัล มาดริด และเพิ่งจะชอกช้ำจากการได้เพียงรองแชมป์พรีเมียร์ลีกมาหมาดๆ แล้วสุดท้ายก็กลายเป็น ยอดทีมจากแอนฟิลด์ ที่คราวนี้อาศัยประสบการณ์ที่เหนือกว่า ปาดหน้าคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ส่งผลให้ สเปอร์ส ต้องพบกับความผิดหวังไปในการเข้าชิงหนแรก

 

4. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)

มหาอำนาจแห่งศึกลูกหนังเมืองน้ำหอมในยุคปัจจุบัน เดินหน้ากวาดแชมป์ในประเทศได้อย่างมากมายในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทว่าในเวทียุโรป เปแอสเช ยังไม่เคยไปถึงฝั่งฝันเสียที ก็ไม่รู้ว่าเพราะฝีมือ หรือเป็นเพราะโชคชะตาที่มักชอบเล่นตลกกับพวกเขาอยู่บ่อยครั้งกันแน่ ที่ทำให้ ปารีส พลาดท่าตกรอบแบบเหลือเชื่อในถ้วยนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยล่าสุด พวกเขาก็เพิ่งจะอกหักพ่ายให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค โคตรทีมจากเยอรมนี ในรอบชิงชนะเลิศ ซีซั่น 2019/20 ทำให้คว้าได้เพียงตำแหน่งรองแชมป์ไปครอง แต่ก็นับว่าเป็นปีที่พวกเขามาได้ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขาแล้ว

 

5. แอตเลติโก้ มาดริด (สเปน)

อีกหนึ่งยอดทีมจากกรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน ที่ต้องทนดูทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง เรอัล มาดริด เถลิงบัลลังก์แชมป์ยุโรปไปแล้วถึง 13 ครั้ง ในขณะที่พวกเขาเอง ยังไม่เคยได้ลิ้มรสของการเป็นผู้ชนะศึกถ้วยนี้เลยสักครั้ง โดยผลงานที่ดีที่สุดของทีม ตราหมี ก็คือการคว้า รองแชมป์ มาได้ 3 ครั้ง ในปี 1974, 2014 และ 2016 ซึ่ง 2 ครั้งหลังสุดนั้น คือ การพ่ายในรอบชิงชนะเลิศให้กับคู่รักคู่แค้นอย่าง ราชันชุดขาว แบบสุดเจ็บปวดทั้ง 2 ครั้ง เริ่มจากการทำแชมป์หลุดมือแบบน่าเจ็บใจ หลังถูกตีเสมอในช่วงวินาทีของเกม ก่อนที่จะมาโดนยิงรัว 3 ลูกในช่วงต่อเวลาทำให้พ่ายไป 1-4 ในปี 2014 ตามด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ เรอัล มาดริด อีกครั้ง ในการดวลลูกจุดโทษในปี 2016 จึงเรียกได้ว่า แอตเลติโก้ มาดริด เป็นอีกทีมที่ไม่มีวาสนาในศึกรายการนี้เลยก็ว่าได้

 

6. บาเลนเซีย (สเปน)

ทีมยักษ์หลับจากสเปน ที่เคยคว้าแชมป์ ลา ลีก้า ได้ถึง 6 สมัย ทว่าผลงานในช่วงหลังของ ทีมค้างคาว กลับขึ้นๆ ลงๆ ไม่คงที่ อย่างไรก็ดี พวกเขาเคยมีช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในช่วงปลาย 1990s ถึงช่วงต้น 2000s ที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ (ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ในปี 1999 ต่อด้วยการเข้าชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ 2 สมัยติด ในปี 2000 และ 2001 ทว่าสุดท้ายแล้ว บาเลนเซีย ก็พลาดท่าพ่ายให้กับ เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ตามลำดับ ทำให้ชวดแชมป์ไปทั้ง 2 ครั้ง แม้ว่าหลังจากนั้น บาเลนเซีย จะกลับไปคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2002 และ 2004 แต่ในฟุตบอลยุโรป พวกเขาก็ยังไม่เคยกลับไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้อีกเลยจวบจนถึงปัจจุบัน

 

7. โรม่า (อิตาลี)

หมาป่ากรุงโรม ยอดทีมจากเมืองหลวงของอิตาลี แม้จะเป็นทีมชื่อดัง และเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาแฟนบอลเป็นอย่างดี ทว่า โรม่า กลับสวมบทเป็นได้แค่ พระรอง เป็นส่วนใหญ่ แม้จะอยู่ในช่วงที่ท็อปฟอร์มที่สุดของพวกเขาในช่วงต้น 2000s หมาป่าก็คว้าสตูเด็ตโต้ หรือ แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้เพียงครั้งเดียวในปี 2001 ทำให้รวมแล้ว โรม่า เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลีได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น ขณะที่ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาทำดีที่สุด คือ การคว้ารองแชมป์ในปี 1984 หลังพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ในรอบชิงฯ และล่าสุด หงส์แดง ก็ยังคงกลับมาหลอกหลอน โรม่า อีกครั้งในรอบรองชนะเลิศ ปี 2018 ทำให้ ทีมหมาป่าจากอิตาลี ยังไม่เคยได้สัมผัสแชมป์ยุโรปเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

8. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (เยอรมนี)

แต่หากจะพูดถึงบท พระรอง คงไม่มีใครจะเหมาะสมไปกว่าพวกเขาอีกแล้ว สำหรับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมดวงกุดจากเยอรมนี ที่ประสบพบเจอกับความเจ็บปวดจนแทบจะชินชาไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อของพวกเขามาช้านานแล้ว แต่ใครจะเชื่อว่า พวกเขายังไม่เคยคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งยังต้องสวมบท พระรองในลีก แบบไม่เต็มใจไปถึง 5 ครั้ง ซึ่งในเวทียุโรป พวกเขาก็มีโชควาสนาให้เป็นได้แค่ รองแชมป์ อีกเช่นกัน ซึ่งมันก็เกิดขึ้นในปีที่ เลเวอร์คูเซ่น ต้องเจ็บปวดรวดร้าวที่สุด กับการอกหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา หลังพวกเขาทำได้เพียงคว้า ทริปเปิ้ลรองแชมป์ คือ การเป็นรองแชมป์ฟุตบอลทั้ง 3 รายการ ในปี 2002 อันประกอบไปด้วย ศึกบุนเดสลีก้า, ศึกเดเอฟเบ โพคาล และ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นเอง

 

"เอกกี้รีพอร์ต"

เอกกี้รีพอร์ต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ซัวเรซรายล่าสุด! 6 แข้ง "ซูเปอร์สตาร์" ที่กลับกลายเป็นส่วนเกินของทีม

>> ใส่เดินเที่ยวได้! ส่องเสื้อแข่งใหม่สุดไฉไลของ 20 ทีมในศึกพรีเมียร์ลีก

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station

– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่

– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

Tag

#กัลโช่ เซเรีย อา
#ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
#บาเลนเซีย
#บุนเดสลีก้า
#ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
#พรีเมียร์ลีก
#ฟุตบอลยุโรป
#ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
#รองแชมป์
#ลา ลีก้า
#ลีก เอิง
#อาร์เซน่อล
#เลเวอร์คูเซ่น
#แชมป์
#แมนเชสเตอร์ ซิตี้
#แอตเลติโก้ มาดริด
#โรม่า

บทความที่เกี่ยวข้อง