กลิ่นตัวบอกสุขภาพ สัญญาณกลิ่นตัวบอกโรคที่ผู้ชายไม่ควรมองข้าม!

รู้ไหมว่า กลิ่นตัวบอกโรค ได้ หลายคนอาจมองว่ากลิ่นตัวเป็นเรื่องของเหงื่อหรือการดูแลความสะอาดเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว “กลิ่นตัว” สามารถเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพได้เหมือนกัน! เพราะร่างกายของเรามีกลไกพิเศษที่เมื่อมีสิ่งผิดปกติภายใน เช่น ฮอร์โมนผิดเพี้ยน การเผาผลาญไม่ปกติ หรือแม้กระทั่งโรคบางชนิด ก็อาจส่งผลให้ “กลิ่นตัว” เปลี่ยนไปได้ และต่อไปนี้คือกลิ่นตัวแบบต่าง ๆ ที่อาจบอกได้ว่า คุณควรหันกลับมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้นแล้ว
**เป็นเพียงหลักการสังเกตอาการเบื้องต้นเท่านั้น ควรพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ*ร่วมด้วย*
1. กลิ่นหวานคล้ายผลไม้หมัก – เสี่ยง “เบาหวาน”
ถ้าเหงื่อหรือกลิ่นปากมีกลิ่นคล้ายผลไม้หมัก ๆ หรือมีกลิ่นหวานผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะ คีโตแอซิโดซิส (Ketoacidosis) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่น้ำตาลในเลือดสูงเกินควบคุม
---
2. กลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือเหมือนน้ำส้มสายชู – ความไม่สมดุลของค่า pH
กลิ่นเหงื่อที่เปรี้ยวแรง อาจเกิดจากค่า pH ของผิวหนังที่เสียสมดุล เช่น จากแบคทีเรียบางชนิดที่ย่อยเหงื่อ ทำให้เกิดกรด เป็นกลิ่นเหมือนน้ำส้มสายชู มักเจอในผู้ที่สวมเสื้อผ้าอับชื้นหรือไม่ระบายอากาศ
---
3. กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนกำมะถัน – โรคเกี่ยวกับตับ
หากมีกลิ่นตัวที่เหม็นฉุนคล้ายไข่เน่าหรือกำมะถัน อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาเกี่ยวกับ การทำงานของตับ เพราะตับไม่สามารถขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ตามปกติ ทำให้กลิ่นสะสมออกมาทางเหงื่อหรือปัสสาวะ
---
4. กลิ่นแอมโมเนีย – ร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรต
ถ้าคุณกินโปรตีนสูง แต่ออกกำลังกายหนักจนร่างกายไม่มีคาร์โบไฮเดรตพอใช้ ร่างกายจะเริ่มเผาโปรตีนแทน และปล่อยของเสียเป็นแอมโมเนีย ซึ่งอาจทำให้กลิ่นตัวหรือเหงื่อเหม็นคล้ายกลิ่นน้ำยาเคมี
---
5. กลิ่นปลาเน่า – โรค Trimethylaminuria
ภาวะนี้พบได้ไม่บ่อย เป็นความผิดปกติของยีนที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถสลายสาร Trimethylamine ที่มีกลิ่นเหม็นคล้ายปลา ส่งผลให้เหงื่อ ปัสสาวะ หรือแม้แต่ลมหายใจมีกลิ่นปลาอย่างชัดเจน เป็นภาวะเรื้อรังและต้องรักษาโดยแพทย์
---
6. กลิ่นตัวแรงกว่าปกติแม้ดูแลสะอาดดี – สัญญาณจากฮอร์โมนหรือไทรอยด์
ในบางกรณี กลิ่นตัวแรงมากขึ้นแบบไม่รู้สาเหตุ อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของ ฮอร์โมน เช่น วัยรุ่น วัยทอง หรือปัญหาต่อมไทรอยด์ ที่ทำให้การเผาผลาญผิดปกติ และส่งผลถึงการขับกลิ่นออกทางผิวหนังได้
จะเห็นได้ว่ากลิ่นตัวเป็นมากกว่าปัญหาความมั่นใจ เพราะในหลายกรณีอาจเป็น “สัญญาณเตือนจากภายใน” ที่บอกว่าร่างกายกำลังมีอะไรผิดปกติอยู่ ดังนั้น หากคุณรู้สึกว่ากลิ่นตัวเปลี่ยนไปอย่างผิดสังเกต หรือแรงเกินปกติทั้งที่ดูแลตัวเองดีแล้ว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพให้ชัดเจนจะดีที่สุด
บทความที่คุณอาจสนใจ
- กินกาแฟหลังออกกำลังกาย VS กินกาแฟก่อนยกเวท ผู้ชายควรกินแบบไหนดี
- วิธีดื่มกาแฟลดน้ำหนัก กินกาแฟให้สุขภาพดี สำหรับผู้ชาย
- ข้อดีข้อเสียของการติดกาแฟ ผู้ชายติดกาแฟควรรู้
-----------------------------------------------------