“ปีศาจแดง” หืดจับหนักกว่าจะเอาชนะ “จิ้งจอกสยาม” ในบ้านของพวกเขาเอง แต่ขึ้นที่ 4 ของตารางคะแนน ตามหลัง “หงส์แดง” 7 แต้ม

เกมพรีเมียร์ลีก ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นการเจอกันของ เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์ ซิตี้

(Photo by Mark Thompson/Getty Images)

เกมนี้ เจ้าบ้านไม่มี ปอล ป็อกบา ที่มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ต้องส่ง เนมันยา มาติป ลงมาคุมแดนกลางแทน โดยกองหน้ายังฟากความหวังไว้ที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เนื่องจาก อองโตนี มาร์กซิยาล ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ

(Photo by Mark Thompson/Getty Images)

ขณะที่ทีมเยือน จัดทัพไม่ได้แตกต่างจากเกมนัดที่แล้วมากนัก โดยยังใช้ ยูรี เทเลมองส์ กับ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ และ ฮัมซา เชาดรี คุมแดงกลาง โดยหน้าเป้าใช้ เจมี วาร์ดี เหมือนเดิม

(Photo by Gary Prior/Getty Images)

นาทีที่ 4 จากความผิดพลาดของ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ทำให้ เจมส์ แมดดิสัน ได้โอกาสฮาล์ฟวอลเลย์ ในกรอบเขตโทษ แต่เคราะห์ดีที่ ดาบิด เด เกอา ยังเซฟไว้ได้อย่างหวุดหวิด

(Photo by Robbie Jay Barratt – AMA/Getty Images)

นาทีที่ 7 แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ลูกที่จุดโทษ เมื่อ คักลาร์ โซยุนคู เข้าบอลผิดเหลี่ยมใส่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำให้ กรรมการเป่าเป็นลูกที่จุดโทษ และ แรชฟอร์ด ลุกขึ้นมาสังหารเอง โดยยิงเลียดมุมขวามือเข้าไปไม่พลาด ให้ เจ้าบ้านออกนำก่อน 1-0

(Photo by Mark Thompson/Getty Images)

หลังจากนั้น เกมอยู่ที่กลางสนามเป็นส่วนใหญ่ และแทบไม่มีจังหวะลุ้นกันเลย จนนาทีที่ 30 เลสเตอร์ กลับมาได้โอกาสลุ้นอีกครั้ง เมื่อ เบน ชิลเวลล์ ได้โอกาสซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งและมุดลงใต้คานกำลังจะเข้า แต่ เด เกอา กระโดดปัดออกหลังไปได้อีกครั้ง

(Photo by Mark Thompson/Getty Images)

ท้ายเกม นาที 45+1 เซาดรี เลี้ยงบอลตัดเข้าใน และได้โอกาสยิง แต่ยิงแป๊ก ๆ ให้ เด เกอา รับได้ง่าย ๆ อีกครั้ง ทำให้จบครึ่งแรกด้วยการที่เจ้าบ้านนำ 1-0

(Photo by Robbie Jay Barratt – AMA/Getty Images)

ครึ่งหลัง เล่นไปได้ 5 นาที ยูไนเต็ด ก็มีโอกาสได้ประตูเพิ่ม เมื่อ แดเนียล เจมส์ ลากบอลจี้เข้ากรอบเขตโทษ ก่อนได้ยิงในลูกที่เขาถนัด บริเวณเส้นเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว

(Photo by Robbie Jay Barratt – AMA/Getty Images)

นาทีต่อมา ฆวน มาต้า หลุดขึ้นมาทางเส้นกรอบเขตโทษด้านขวา ก่อนที่จะล็อกเข้าซ้าย ได้ยิงเต็มข้อ แต่ยังติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิล ปัดออกไปได้

(Photo by Mark Thompson/Getty Images)

นาที 56 เลสเตอร์ หวิดจะได้ประตูตีเสมออีกครั้ง จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของ เจมส์ แมดดิสัน ปั่นด้วยขวา บอลเฉียดเสาขวาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

(Photo by Mark Thompson/Getty Images)

นาที 82 แมนฯ ยูไนเต็ด หวิดได้ประตูนำ 2-0 อีกครั้ง เมื่อ แรชฟอร์ด ได้ยิงฟรีคิก ระยะราว 30 หลา บอลข้ามกำแพงพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

(Photo by Gary Prior/Getty Images)

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านยันเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เก็บ 3 คะแนนเต็ม เพิ่มเป็น 8 คะแนน ขึ้นไปรั้งอันดับที่ 4 ของตาราง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เสียก่อนไม่เป็นไร! มาเน่ เบิ้ล พา ลิเวอร์พูล แซงชนะ นิวคาสเซิล 3-1 ศึกพรีเมียร์ลีก

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่
– คำถามเกี่ยวกับการสมัครแพ็กเกจ คลิกที่นี่