EXCLUSIVE : "คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ เปไรร่า" เชียงใหม่ ขึ้นไทยลีก ไม่ใช่แค่ความฝัน ... by "บก.เก้น"

EXCLUSIVE : "คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ เปไรร่า" เชียงใหม่ ขึ้นไทยลีก ไม่ใช่แค่ความฝัน ... by "บก.เก้น"
kentnitipong
12 ส.ค. 61
2.9K
4

ด้วยสถานะการเป็นจังหวัดใหญ่ของประเทศ บวกกับการเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา ประเพณี วัฒนธรรมอันล้ำค่ากว่า 700 ปี บวกกับการเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกใฝ่ฝันที่จะมาเยือน มาสัมผัสสักครั้งในชีวิต เสน่ห์เหล่านี้คือความภาคภูมิใจของชาวเชียงใหม่มาแต่เนิ่นนาน พูดได้เต็มปากว่าคงเหลือก็เพียงแค่ “ฟุตบอล” เท่านั้นที่รอเติมเต็มฝันของชาวล้านนาทุกคน

กว่าทศวรรษที่แฟนบอลทัพ “พยัคฆ์ล้านนา” ต้องรอคอยกับการเลื่อนชั้นสู่ลีกฟุตบอลระดับสูงสุดของประเทศอย่าง โตโยต้า ไทยลีก… เชียงใหม่ เอฟซี ต้องวนเวียนล้มลุกคลุกคลานไล่มาตั้งแต่ระดับดิวิชั่นสอง หรือลีกภูมิภาคเดิม กระทั่งคว้าตั๋วมาโลดแล่นอยู่วนเวทีลีกรอง แต่ถึงจะทำอย่างไร จะทุ่มเสริมทีมแค่ไหน สุดท้าย เชียงใหม่ ก็ยังไม่เคยพาตัวเองขึ้นมาทัดเทียมกับทีมบ้านพี่เมืองน้องอย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนจากภาคเหนือทีมเดียวในไทยลีก 1

คำถามคือ แล้วเมื่อไหร่จะถึงวันนั้น ?
วันที่เราจะได้เห็น เชียงใหม่ เอฟซี ลงทำศึกล้านนา ดาร์บี้ กับ “กว่างโซ้งมหาภัย”

แน่นอนว่าหากชื่อของ เชียงใหม่ เอฟซี สามารถผงาดขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดได้ กระแสท้องถิ่นนิยมก็คงจะเป็นอะไรที่กลับมา “บูม” อีกครั้งอย่างแน่นอน นั่นคือสิ่งหนึ่งที่แฟนบอลไทยทีมอื่นๆ แอบเอาใจช่วยยอดทีมจากเมืองเหนือให้เลื่อนชั้นขึ้นมาให้ได้

เพราะนั่นหมายถึงการตื่นตัวของวงการลูกหนังบ้านเราอีกครั้ง…

ท่ามกลางการขับเคี่ยวสุดบีบหัวใจของทีมกลุ่มลุ้นเลื่อนชั้นในตารางลีกพระรองอย่างศึกไทยลีก 2 เชียงใหม่ เอฟซี กำลังอยู่ในเส้นทางที่ใกล้เคียงกับการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดมากที่สุดในประวัติศาสตร์

เชียงใหม่ เอฟซี จะได้ลงเล่นสี่จากหกแมตช์ที่เหลือในฐานะเจ้าบ้าน นั่นคือหนึ่งในจุดที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าความได้เปรียบเล็กๆ นี้อาจจะส่งให้พวกเขาผงาดเลื่อนชั้นขึ้นมาสมใจ แต่การต้องพบกับสองทีมกลุ่มลุ้นเลื่อนชั้นด้วยกันทั้ง พีทีที ระยอง (เหย้า) และขอนแก่น เอฟซี (เยือน) ในสองเกมสุดท้าย น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า “พยัคฆ์ล้านนา” นั้นดีพอที่จะไปวาดลวดลายบน “นรกไทยลีก” รึเปล่า 

วันนี้ผมมีโอกาสดีมากๆ ที่จะได้พูดคุยกับเฮดโค้ชของพวกเขา กับเป้าหมายเดียวที่บุคคลท่านนี้ย้ำนักย้ำหนากับผมตลอดเวลาร่วมชั่วโมงที่เราได้นั่งเสวนาภาษาลูกหนังกันว่า “เชียงใหม่ เอฟซี ทำได้”

สวัสดี “คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ เปไรร่า” …

 

ขอบคุณภาพ : ACTION24CNX

กดดัน – ตัดสินใจ – เลือก”เชียงใหม่ เอฟซี”

“ผมรู้ว่าการเข้ามาทำทีมเชียงใหม่ (เอฟซี) ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย ที่นี่เต็มไปด้วยความคาดหวังจากแฟนบอล ผมรู้ว่าที่นี่เป็นเมืองใหญ่ของประเทศไทย มีแฟนบอลที่รัก และศรัทธาสโมสรแบบเข้าเส้น มันเป็นงานที่ค่อนข้างจะกดดันพอสมควร” คาร์ลอส เริ่มพูดถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตการเป็นเฮดโค้ชด้วยการรับงานที่ว่ากันว่ากดดันสุดๆ อย่าง เก้าอี้กุนซือ เชียงใหม่ เอฟซี

“แต่จริงๆ แล้วความกดดันจากการคุมทีม คือสิ่งที่ผมเผชิญมาตลอดชีวิตการเป็นโค้ชอยู่แล้ว ผมไม่เคยกลัว และไม่ลังเลเลยที่จะเลือกมาคุมเชียงใหม่ เพราะทุกครั้งที่ได้สัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ย่อมเป็นการเติมเชื้อไฟชั้นดีให้กับตัวผม ยิ่งผมได้สัมผัสเมืองๆ นี้ ทีมๆ นี้ ผมก็ยิ่งมั่นใจว่า เชียงใหม่ เอฟซี มีศักยภาพดีเกินกว่าที่จะอยู่ตรงนี้ นี่คือความท้าทายที่ผมอยากจะเอาชนะมัน เพราะผมรู้ว่า ถ้าทำได้ แฟนบอลจำนวนมหาศาลไม่เพียงแต่ชาวเชียงใหม่ แต่เป็นคนทั้งภูมิภาคที่จะได้เฉลิมฉลองกับความสุขนี้ มันท้าทายเอามากๆ และผมเชื่อว่าเราทุกคน (ในทีม) ก็มีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ ทำฝันนี้ให้สำเร็จ”

แม้อายุเจ้าตัวจะยังไม่มาก แต่ด้วยประสบการณ์การทำงานในเส้นทางลูกหนัง บวกกับการเป็นหลานชายของกุนซือระดับตำนานของบราซิลอย่าง คาร์ลอส อัลแบร์โต้ เปไรร่า (คนที่พา บราซิล คว้าแชมป์โลกปี 1994 ที่ สหรัฐอเมริกา) ทำให้ คาร์ลอส (เอดูอาร์โด้ เปไรร่า) ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงโดยเฉพาะในบ้านเกิด กระทั่งชีพจรได้ลงเท้าให้เขาต้องท่องโลกตามหาศาสตร์ลูกหนังเพิ่มเติม เพื่อพัฒนา และยกระดับการเป็นของของตัวเอง

การเป็นโค้ชฟิตเนสให้กับทีมชาติบราซิลชุดยู 15 กับ 17 ปี และโค้ชฟิตเนสให้กับทีมชั้นนำอย่าง ฟลูมิเนเซ่ ก่อนจะผันตัวเองก้าวขึ้นมารับงานผู้ช่วยโค้ชของสโมสร M.P.P.J ใน มาเลเซีย และผู้ช่วยโค้ชที่ วู่ฮัน กวางจู ใน จีน รวมถึงถูกเลือกเป็นหนึ่งในสต๊าฟทีมชาติแอฟริกาใต้ คือโปรไฟล์ที่ทำให้ชื่อของ คาร์ลอส กระทั่งการก้าวขึ้นมาคุมทีมแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรกใน สหรัฐอเมริกา กับ ลาสเวกัส ยูไนเต็ด ก่อนเดินทางสู่ไทยในปี 2017 กับบทบาทมือขวาให้กับ อเล็กซานเดร กาม่า ที่ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รวมถึงพา เชียงราย ซิตี้ เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 ได้สำเร็จ คือใบเบิกทางอันยอดเยี่ยมที่เริ่มทำให้หลายๆ คนหันมาเหลียวมองชายผู้นี้ กับบ้านหลังใหม่ที่ เชียงใหม่ เอฟซี

ขอบคุณภาพ : AUY

สัมผัสแรก – การเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยปัญหา

“การเริ่มต้นกับเชียงใหม่เป็นอะไรที่ยากเอามากๆ เพราะเราต้องเริ่มทุกอย่างใหม่หมดราวกับเริ่มจากศูนย์ ด้วยเวลาปรับทีมที่กระชั้นชิด เราออกสตาร์ทค่อนข้างจะทุลักทุเล โดยเฉพาะสี่นัดแรก ทุกอย่างมีแต่ปัญหาเต็มไปหมด เราชนะใครไม่ได้เลย หนำซ้ำยังแพ้ไปถึงสองนัด คุณลองคิดดูสิ ตอนนั้นคู่แข่งเราอย่าง ตราด มีถึง 12 คะแนน แต่เรามีแค่สองแต้มเท่านั้น ช่องว่างที่ห่างถึง 10 คะแนนทำให้แฟนบอลบางส่วนแทบจะถอดใจไปหมดแล้ว ผมเริ่มต้องเผชิญกับคำถามมากมาย โดยเฉพาะประเด็นการพาทีมหนีตกชั้น”

“แต่ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ผมรู้ว่าทีมกำลังค่อยๆ พัฒนา เราทุกคนต้องใช้ความอดทนเอามากๆ เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความยากลำบากในช่วงเริ่มแรก”

แม้การเริ่มต้นที่นี่อาจจะไม่สดใสอย่างที่ใจแฟนบอลคาดหวัง แต่ คาร์ลอส เองกลับมองเห็นศักยภาพบางอย่างในตัวของนักเตะชุดนี้ เมืองๆ นี้ ว่า เชียงใหม่ มีความพร้อมหลายๆ อย่างที่ทีมอื่นไม่มี สนามแข่งขัน พลังแฟนบอลที่แม้ว่าอาจจะไม่ได้คับคั่งดั่ง 5 ปีที่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงหนุนหลังทีมอยู่ไม่เปลี่ยน คือทัศนคติที่ยอดเยี่ยมของกุนซือรายนี้ที่มั่นใจ และพา “พยัคฆ์ล้านนา” กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น หากเปรียบไป เชียงใหม่ เอฟซี ในช่วงต้นซีซั่นก็คงคล้ายๆ กับนักมวยที่แม้จะถูกหมัดฮุคลงไปแทบกองพื้นตั้งแต่ยกแรก แต่สุดท้ายเขาก็ยังกัดฟันสู้จนสามารถได้รับการชูมือจากกรรมการในท้ายที่สุด

“การเป็นเฮดโค้ชให้กับเชียงใหม่ สิ่งทำคัญที่สุดนอกเหนือจากแทคติกในสนามแล้วก็คือ การเข้าถึงใจ และความคิดของนักเตะให้ได้ เราพูดคุยกันเสมอในทุกๆ สถานการณ์ ไม่ว่าทีมจะมีผลงานดี หรือย่ำแย่ เราอยู่เคียงข้างกันเสมอ บางทีมันอาจจะเป็นปัญหายิบย่อยที่ผมต้องไปคลุกคลีกับมัน นักเตะไม่แฮปปี้กับพื้นสนามเหรอ ? บรรยากาศในห้องแต่งตัว ปัญหาครอบครัว สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือหัวใจของคนเป็นเฮดโค้ช เราไม่สามารถละเลยเรื่องเหล่านี้ได้เลย หากเราหวังที่จะประสบความสำเร็จ การทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ค คือสิ่งที่ทำให้เราฟื้นกลับมาคำรามสมกับฉายา พยัคฆ์ อีกครั้ง”

ด้วยความที่ทุกอย่างมันใหม่ไปเสียหมด แม้แต่ประธานสโมสรอย่าง “สว.ก๊อง” ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ที่แม้จะปลุกปั้น เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ให้กลายเป็น แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ใน ช้าง เอฟอ คัพ เมื่อฤดูกาลก่อน กระทั่งมารับเผือกร้อนกับ เชียงใหม่ เอฟซี ก็ยังถือเป็นบุคลากรที่อาจจะไม่ได้คลุกคลีกับวงการลูกหนังแบบเน้นๆ มาก่อน แต่ทว่า คาร์ลอส มองว่า ท่านประธานฯ คนนี้ กลับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ เชียงใหม่ เอฟซี ขยับเข้ามาใกล้กับการคว้าตั๋วไทยลีกมากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาเลยทีเดียว

“ท่านประธานฯ (ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร) อาจจะถูกมองว่าเป็นมือใหม่ ไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำทีมฟุตบอลมามากมายนัก แต่เชื่อมั๊ยว่าเขาคือคนที่คอยช่วยเหลือ และทำงานเพื่อทีมอย่างแท้จริง เขาคอยเสาะหาบุคลากรดีๆ มากความสามารถเข้ามาเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนสโมสรแห่งนี้ การบริหารจัดการต่างๆ ที่ดูเหมือนจะยาก ก็กลับกลายป็นเรื่องง่าย แต่เขาเองเป็นคนที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง นั่นคือคาแรกเตอร์ที่สอดคล้อง และตรงกับการทำทีมของผม”

“ผมบอกนักเตะเสมอว่า วันนี้คุณทำได้ดี แต่วันพรุ่งนี้คุณสามารถดีขึ้นกว่านี้ได้อย่างแน่นอน อาจจะไม่ได้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่คุณจะดีขึ้น เก่งขึ้นได้แน่ๆ ถ้าคุณไม่หยุดที่จะพัฒนา และทำลายกำแพงในใจคุณเอง นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ทีมฟื้นขึ้นมาจากความตายได้”

ขอบคุณภาพ : AUY

“ฟุตบอล” จิ๊กซอว์ที่รอ “เติมเต็ม” ความยิ่งใหญ่ของเมืองเชียงใหม่

สำหรับชาวเชียงใหม่ ฟุตบอลเป็นอะไรที่มากกว่าการแข่งขันในสนามหญ้าสีเขียว เพราะฟุตบอลคือจิตวิญญาณ คือกิจกรรมของครอบครัว เพื่อนฝูง ชุมชน หมู่บ้าน ท้องถิ่น อำเภอที่ห่างไกล หลายๆ คนยอมเสียเวลาเดินทางร่วมสามชั่วโมง เพียงเพื่อขับรถพาพรรคพวกมาชมเกมลูกหนังอันเป็นที่รักยิ่ง เพราะ เชียงใหม่ เอฟซี คือศรัทธา เชียงใหม่ เอฟซี คือความหวัง การเลื่อนชั้นคือความฝันที่จะเติมเต็มความเป็นเมืองใหญ่ของนพบุรีศรีนครพิงค์ให้สมบูรณ์แบบ… เหตุผลเหล่านี้ยิ่งเร้าให้ คาร์ลอส มุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม เพราะคงไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้มอบความสุขให้กับแฟนบอลทั้งภูมิภาคนี้

“คนที่นี่รักฟุตบอลจริงๆ ผมรู้ทันทีว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรเหยาะแหยะได้แน่ๆ เพราะ ฟุตบอล สามารถยกระดับเมืองๆ นี้ได้ คุณลองคิดดูสิถ้า เชียงใหม่ เลื่อนชั้นไป T1 ได้จะเกิดอะไรขึ้นในฤดูกาลหน้า ? จำนวนแฟนบอลเรือนหมื่นแน่นอน ผมกล้าการันตี เม็ดเงินลงทุน การสนับสนุนของนักธุรกิจในจังหวัด รวมถึงระดับประเทศ โฆษณา สุดสัปดาห์จะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป ชาวเชียงใหม่จะเกิดความตื่นตัวชนิดที่ไม่สามารถประเมินได้ มันสามารถส่งต่อไปถึงเรื่องที่ใหญ่กว่านี้อย่าง เศรษฐกิจ ได้ด้วยซ้ำ ฟุตบอล จึงเป็นอะไรที่มีความหมายเอามากๆ กับเชียงใหม่”

“มันคงเหมือนราวกับฝันถ้าเราสามารถทำได้ในฤดูกาลนี้ เอาตรงๆ ผมเองก็เชื่อว่าคงไม่มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมมากกว่านี้อีกแล้ว เราเหลืออีกแค่ 6 นัดเท่านั้น บางทีการเปลี่ยนฝันบางเรื่องให้กลายเป็นจริงอาจจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่บางครั้งเราเองก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำมันให้สำเร็จ นั่นคือสิ่งที่ทุกคนในทีมตั้งใจ”

ขอบคุณภาพ : ACTION24CNX

นอกสนาม 70% ในสนาม 30% ?

การบริหารจัดการที่ดี คือกุญแจสำคัญที่จะพาทีมประสบความสำเร็จ ? นี่คือคำถามที่ผมเอง และแฟนบอลทั่วไปคงสงสัยว่า หากจะทำทีมฟุตบอลขึ้นมาสักทีมนึง การเล่นในสนาม หรือการจัดการนอกสนามกันแน่ที่สำคัญกว่า ซึ่งเฮดโค้ชบราซิเลี่ยนรายนี้บอกผมสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “นอกสนาม 70% ในสนาม 30%”

“การจัดการนอกสนาม เป็นศิลปะที่เราต้องวางแผนรับมือกับมันให้ดี สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ตารางการฝึกซ้อม โปรแกรมการฟื้นฟู โภชนาการ การพักผ่อน การบริหารจัดการสนาม การเดินทาง การเงิน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องทำให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใดๆ ที่จะไปรบกวนสมาธิของนักเตะ ผมต้องการให้ลูกทีมของผมโฟกัสอยู่กับฟุตบอลเท่านั้น มันคือความละเอียดอ่อนที่ฤดูกาลนี้ สโมสรเราเองถือว่ารับมือกับจุดนี้ได้ดี”

“ผมพยายามนำประสบการณ์ของตัวเองจากหลายๆ แห่งมาปรับใช้กับ เชียงใหม่ เอฟซี โดยเฉพาะส่วนดีๆ ตลอดการทำงานของผมกับโค้ชบราซิล เยอรมัน โปรตุเกส อังกฤษ ตุรกี จีน แอฟริกาใต้ ระบบการจัดการ และแทคติกของเราจึงไม่มีอะไรที่ตายตัว ทุกอย่างสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม จากการผสมผสานที่ลงตัว ซึ่งทุกคนล้วนแต่ปรับตัวเข้าหากัน และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี”

“เมื่อเรามีการจัดการนอกสนามที่ดีแล้ว ต่อจากนั้นแหละคืออีก 30% ที่เหลือในสนาม เราต้องนำประสบการณ์ที่มีทั้งหมดมาถ่ายทอดให้กับลูกทีมของเราแบบมีเป้าหมาย ทุกคนจะต้องรู้หน้าที่ และบทบาทของตัวเอง การรับผิดชอบในพื้นที่นี้ ตำแหน่งนี้ต้องทำอย่างไร ผมบอกทุกคนเสมอว่า เป้าหมายในนัดนี้ของทีมคืออะไร วิธีการทำงานของผมคือจะค่อยๆ มองไปทีละนัด ไม่ได้มองไกลแบบว่า คุณต้องลงไปเล่นในนัดแรกของฤดูกาลเพื่อแชมป์เท่านั้น นั่นไม่ใช่สไตล์ผม เป้าหมายของ เชียงใหม่ เอฟซี คือการทำผลงานให้ดีขึ้น และพัฒนาจากนัดที่แล้วเสมอ คล้ายๆ กับ Step by Step”

“คุณคงไม่สามารถบอกให้เด็กทารกเดินได้ทันทีหรอก คุณต้องให้เค้าคลานได้ก่อน จากนั้นค่อยเริ่มยืน เป็นเดิน และวิ่งในที่สุด ความสำเร็จที่ดี และยั่งยืนจะต้องมาจากการพัฒนาที่ไม่เร่งรีบจนเกินไป”

“เชียงใหม่ ไทม์” ทีมสปิริต กับการคัมแบ็กคว้าชัยในช่วงท้ายเกม

ทีมสปิริต คือสิ่งที่ขาดหายไปจากยอดทีมจากเมืองเหนือทีมนี้มาหลายฤดูกาล กระทั่งปีนี้ เราได้เห็นการรวมใจที่สำคัญๆ จนส่งผลให้ เชียงใหม่ เอฟซี ที่ตามหลังคู่แข่งอยู่ สามารถพลิกกลับมาแซงเอาชนะในช่วงท้ายเกมได้หลายต่อหลายแมตช์ ชัยชนะรูปแบบนี้ ถ้าตามภาษาแฟนบอลก็คงต้องเรียกกันว่า ฟอร์มแชมป์ นั่นคือสิ่งสำคัญที่ส่งผลให้ “พยัคฆ์ล้านนา” ยังคงรักษาเส้นทางการเลื่อนชั้นเอาไว้ได้

“กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ทีมสปิริต ก็เช่นกัน อย่างที่ผมบอกไป เราเริ่มต้นจากศูนย์ทั้งทีมสต๊าฟ และผู้เล่น นักเตะค่อนทีมไม่เคยลงเล่นด้วยกันมาก่อน นั่นคือโจทย์แรกที่ผมต้องเผชิญทันทีแบบไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วย เราจึงต้องใช้แมตช์อุ่นเครื่องทุกนัดของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

“เพราะเหตุนี้ ผมจึงต้องทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เราในฐานะเฮดโค้ชต้องลงไปคลุกคลีกับนักเตะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมยกให้ทุกคนในทีมเป็นครูของผม รู้มั๊ยว่าผมเองคุยกับพวกเขาตัวต่อตัวเลยด้วยซ้ำว่าคุณถนัดตำแหน่งไหน ? คุณอยากอยู่พื้นที่ใดในสนาม ฝั่งซ้ายมั๊ย หรือขวาดี ? คุณคิดว่าอะไรที่จะช่วยให้คุณอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด ? ทั้งหมดนี้เพื่อให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นฟุตบอลมากที่สุด เพราะความสุขจะทำให้คุณงัดเอาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวทั้งหมดออกมาได้ นั่นคือสิ่งที่ทีมต้องการ”

“ผมโชคดีมากๆ ที่มีนักเตะฝีเท้าดี และมีหัวจิตหัวใจที่พร้อมสู้อยู่ตลอดเวลา เราต้องเผชิญกับเกมที่ยากลำบากหลายต่อหลายนัด แต่ผุ้เล่นชุดนี้ก็ทำให้ทุกคนได้เห็นว่า แม้เราจะตกเป็นรอง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างให้คุณยอมแพ้ตราบใดที่ยังไม่มีเสียงนกหวีดสุดท้าย บางเกมเราอาจจะไม่ได้ตกเป็นรองในแง่ของสกอร์ แต่เป็นแง่ของสภาพทีมโดยรวมเลยหล่ะ อย่างเกมที่พบกับ พีทีที ระยอง ในเลกแรก แมตช์นั้นถือเป็นช่วงเวลาที่สุดวิเศษสำหรับผมเลย เพราะเราสามารถบุกไปคว้าชัยชนะถึงบ้านพวกเขา”

“ทุกคนรู้ดีว่า พีทีที (ระยอง) เป็นทีมใหญ่ที่มีศักยภาพจะเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกแบบสบายๆ แต่เราก็ทำให้แฟนบอลที่ตามไปเชียร์ได้เห็นว่าในโลกของฟุตบอล ทุกอย่างเป็นไปได้ เราค่อยๆ หล่อหลอมทีมสปิริตจนทำให้ทุกอย่างมันชัดเจน และดีขึ้นตามลำดับ นี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่ผมภูมิใจในตัวนักเตะชุดนี้มากๆ”

“ตราบใดที่เวลายังไม่หมด เราไม่เคยยอมแพ้ เชียงใหม่ ไม่เคยถอดใจ ทุกคนได้เห็นแล้วจากเกมที่พบกับ กระบี่ มีอะไรที่ไม่ค่อยเป็นใจเราหลายๆ อย่าง แต่สุดท้าย เราก็สามารถกลับมาเอาชนะได้ นี่คือคาแรกเตอร์ที่ผมต้องการจากพวกเขา ที่จะส่งทีมให้ขึ้นไปเล่นไทยลีก 1 ในฤดูกาลหน้า ทีมที่จะขึ้นไปต้องมีคุณสมบัติแบบนี้ และเรามี มันอาจจะมีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะโปรแกรมที่เหลือ”

“บรรยากาศในห้องแต่งตัว”

ทุกคนย่อมรู้ดีว่า ขณะนี้การต่อสู้ได้ดำเนินมาถึงฉากท้ายๆ แล้ว ความเครียดจากความควาดหวังของแฟนบอล ผู้สนับสนุน หรืออะไรก็ตามแต่ ย่อมเปรียบเสมือนดาบสองคมที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายทิ่มแทงจนทำให้หลายๆ ทีมเคยตกม้าตายมานักต่อนักแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาที่ คาร์ลอส กังวล เพราะกุนซือรายนี้บอกชัดเจนว่า สภาพจิตใจของนักเตะเชียงใหม่ ณ เวลานี้ถือว่ายอดเยี่ยม แม้ว่า “พยัคฆ์ล้านนา” จะคว้าชัยไม่ได้มาสองนัดติดแล้วก็ตาม

“ทุกคนมั่นใจเต็มที่ครับกับเป้าหมายของทีมในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เราไม่ได้รู้สึกกดดันจนนำมาซึ่งความเครียด ความกังวล สภาพทีม ณ ขณะนี้ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงการฝึกซ้อม หรือช่วงเสร็จจากการฝึก”

“จุดแข็งของ เชียงใหม่ เอฟซี ที่น้อยคนจะรู้ก็คือ พวกเขาชอบ และมักจะทำอะไรด้วยกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ทั้งทีม ไม่มีใครมาแบ่งก๊ก แบ่งเหล่า ซึ่งแตกต่างจากที่ผมเคยทำงานกับสโมสรอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง”

“พวกเขาพูดคุยกัน ติดตามถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะกัน หรือในโลกออนไลน์ พวกเขาติดตามชีวิตซึ่งกันและกัน เฟซบุ๊ก อินสตราแกรม พวกเขามักจะบอกกันเสมอถึงวิธีการเล่น มันคือการเติมเต็มของทีมโดยที่ผมไม่ต้องลงมือทำอะไรทั้งสิ้น นี่คือ สปิริตของเชียงใหม่”

ความกังวลกับ “โปรแกรม” ช่วงโค้งสุดท้าย ?

“สิ่งที่ผมบอกกับลูกทีมเสมอก็คือ เราอย่าไปมองโปรแกรมให้ไกลมากนัก เราค่อยๆ โฟกัสเป้าหมายของเราไปทีละแมตช์ ให้เป็นนัดต่อนัด ผมอยากให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักเตะ ทีมสต๊าฟ ผู้บริหาร หรือแม้กระทั่งฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดอย่างแฟนบอลคิดว่าทุกๆ เกมต่อจากนี้ไม่ต่างอะไรไปกับการลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศที่มีแชมป์เป็นเดิมพัน”

“แมตช์ที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือ แมตช์ต่อไป ไม่มีเวลาที่เราจะต้องเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมที่ผ่านมา เรายังอยู่ในเส้นทางของการลุ้นเลื่อนชั้น เรายังมีโอกาส เราต้องเชิดหน้า เราต้องคว้ามันไว้ให้ได้ อย่าลืมว่าหลังจากเกมที่พบกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด เรามีโอกาสได้เบรคช่วงที่มีการแข่งขันเอเชียนเกมส์ร่วมๆ 20 วัน เรายังมีเวลาที่จะได้นั่งคิด ทบทวน เรียกสติกลับมา ให้ทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางมากกว่าเดิม”

“ผมมั่นใจในตัวนักเตะทุกคนเสมอไม่เคยเปลี่ยนนับตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาที่นี่ ผมเชื่อว่าทีมพร้อมเต็มที่ทั้งร่างกาย และจิตใจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ เรามีนักเตะหลายคนที่มีประสบการณ์กับฟุตบอลระดับสูง เรามีนักเตะดาวรุ่งที่พร้อมจะวิ่งสู้ฟัดมากกว่า 90 นาที ทุกคนพร้อมที่จะช่วยกันวิ่ง ช่วยกันเล่น เพื่ออุดช่องโหว่ในสนาม ผมบอกไปแล้วว่าให้ทุกคนใส่ให้หมด ไม่ต้องยั้ง ไม่ต้องเก็บแรงไว้ เพราะทุกๆ นัดคือนัดชิงชนะเลิศของ เชียงใหม่ เอฟซี”

จากใจ คาร์ลอส ถึงแฟนบอล “พยัคฆ์ล้านนา”

ในโลกของฟุตบอล ต้องยอมรับว่าคงไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่า “แฟนบอล” อีกแล้ว เพราะซัพพอร์ทเตอร์นี่แหละที่คอยขับเคลื่อนให้สโมสรก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมีศักดิ์ศรี และจิตวิญญาณ ความสำเร็จที่คุณได้มาคงไม่มีความหมายหากคุณไร้ซึ่งแรงสนับสนุนจากแฟนบอล และนั่นคือสิ่งที่ คาร์ลอส อยากจะฝากถึงแฟนบอล “พยัคฆ์ล้านนา” ทุกคน ก่อนที่ เชียงใหม่ เอฟซี จะลงล่าฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพงศาวดารลูกหนังเมืองเหนือในช่วงโค้งสุดท้ายศึกไทยลีก 2 ที่มีตั๋วสามใบเพื่อขึ้นสู่ T1 เป็นเดิมพัน

“อีกเพียงแค่เอื้อมเดียวเท่านั้น เราก็จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว แต่ทั้งหมดนี้คงไม่มีวันเป็นจริงได้แน่ๆ ถ้าขาดแฟนบอล พวกเขาคือฟันเฟืองที่สโมสรไม่สามารถขาดได้ เราทุกคนในทีม (เชียงใหม่ เอฟซี) สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่พวกคุณส่งมาให้เราในสนาม โดยเฉพาะแมตช์ที่ทีมพบกับ กระบี่ (เอฟซี) ทุกคนได้เห็นแล้วว่า เสียงเชียร์ แรงกระตุ้น ทุกการปรบมือ การตะโกน โบกธง กดดันคู่ต่อสู้มันทรงพลังมากแค่ไหน มันทรงพลังถึงขั้นที่พวกเราพลิกกลับมาชนะได้หลายต่อหลายครั้งในฤดูกาลนี้”

“แมตช์พบกับ ลำปาง (เอฟซี) ก็เช่นเดียวกัน เราเห็นแฟนบอลจำนวนมากที่เดินทางร่วมเชียร์ราวกับปาร์ตี้ขนาดใหญ่ ก่อนเกมจะเริ่ม ผม และนักเตะเดินลงไปในสนาม ผมแทบไม่ต้องเอ่ยอะไรกับพวกเขามากมายเลยนอกจากชี้ไปบนอัฒจันทร์พร้อมกับพูดว่า ดูแฟนบอลของเราสิ พวกเขายอมเดินทางไกลเพื่อมาเชียร์พวกเราหลายร้อยคน เล่นให้สนุก คุณไม่ต้องเล่นเพื่อผม คุณไม่ต้องเล่นเพื่อตัวเอง แต่คุณต้องเล่นเพื่อแฟนๆ ลงไปในสนาม และทำให้พวกเขาภูมิใจ”

“พลังจากแฟนบอล คือพลังใจที่ผมเองไม่รู้จะหาคำจำกัดความใดๆ มามอบให้นอกจากพวกคุณคือฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดจริงๆ พวกเราทุกคนดีใจที่ได้พบกับแฟนบอล โดยเฉพาะแมตช์เยือน บางแมตช์ต้องเดินทางหลายร้อยกิโลเมตร แต่เราก็ยังมีแฟนบอลอยู่เสมอในทุกๆ แห่ง หวังว่าแฟนบอลทุกคนจะให้การสนับสนุนทีมในช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ แบบนี้ ผมอยากเห็นแฟนบอลในสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมสัญญาเราจะไม่ทำให้พวกคุณผิดหวัง เพราะเราจะเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกให้ได้” คาร์ลอส ตอกย้ำทิ้งท้าย

ขอบคุณภาพ : ACTION24CNX

ผมติดตามเชียงใหม่แบบจริงจังมาตั้งแต่เป็นทีมในดิวิชั่นสองในยุคที่มีโค้ชปอนด์เป็นหัวเรือใหญ่ สู่การเปลี่ยนผ่านหลายต่อหลายครั้ง ความสุข เสียงหัวเราะ คราบน้ำตา คือสิ่งที่แฟนบอลเชียงใหม่ต้องเผชิญมาครั้งแล้วครั้งเล่า ฉะนั้นนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่ เชียงใหม่ เคยได้รับ และเหนือสิ่งอื่นใดสำหรับชาวล้านนา คงไม่มีของขวัญชิ้นใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่ เชียงใหม่ เอฟซี สามารถตีตั๋วขึ้นมาผงาดบนลีกสูงสุดด้วยศักดิ์ศรี ศรัทธา และความภาคภูมิใจ

สำหรับ คาร์ลอส ขอบคุณสำหรับการสัมภาษณ์ และพูดคุยอันอบอุ่นตลอดหนึ่งชั่วโมง ผมสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นทั้งจากสายตา น้ำเสียง และความกระหายที่จะพิชิตเป้าหมายเพื่อชาวเชียงใหม่ ขอให้คุณโชคดี และสร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ที่พา เชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก ได้สำเร็จ…

5
4
3
2
… เริ่มนับถอยหลังสู่ประวัติศาสตร์

“บก.เก้น”

 

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้