รีเซต
เปิดประวัติ.! สโมสร เชลซี ทีมแรกในลอนดอนที่คว้าถ้วย UCL ได้สำเร็จ

เปิดประวัติ.! สโมสร เชลซี ทีมแรกในลอนดอนที่คว้าถ้วย UCL ได้สำเร็จ

เปิดประวัติ.! สโมสร เชลซี ทีมแรกในลอนดอนที่คว้าถ้วย UCL ได้สำเร็จ
TenAkapol
19 มกราคม 2566 ( 16:30 )
2.1K

มาทำความรู้จักประวัติของ สโมสร เชลซี สโมสรฟุตบอลที่สร้างนักเตะผู้เป็นตำนานมากมาย รวมถึงเป็นทีมแรกที่คว้าแชมปื ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ได้เป็นทีมแรกใน กรุงลอนดอน 

ประวัติสโมสรฟุตบอลเชลซี

  • ชื่อเต็ม : Chelsea Football Club
  • ฉายา : เดอะ บลูส์ / สิงห์บลูส์ , สิงโตน้ำเงินคราม (ในไทย)
  • ก่อตั้ง : ค.ศ. 1905
  • สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ (ความจุ: 40,341 ที่นั่ง)
  • เจ้าของ : บลูโค 22 ลิมิเต็ด (BlueCo 22 Limited)
  • ประธาน :  ท็อดด์ โบห์ลี่
  • ผู้จัดการทีม : แกรม พ็อตเตอร์

สโมสรฟุตบอลเชลซี  เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเขตฟูแล่ม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1905 หลังจาก กุส เมียร์ส ซื้อสนามกรีฑาสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนเป็นสนามฟุตบอล และยื่นข้อเสนอให้ฟูแล่มที่อยู่ใกล้เคียงกันเช่าสนาม แต่ถูกปฏิเสธ ดังนั้นเมียร์สจึงเลือกที่จะก่อตั้งสโมสรเองเพื่อใช้สนามนี้ เนื่องจากมีทีมชื่อฟูแล่มอยู่ในเมืองแล้ว จึงใช้ชื่อสโมสรว่า เชลซี ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ติดกัน โดยผู้จัดการทีมคนแรกของสโมสรคือ จอห์น รอเบิร์ตสัน ซึ่งคุมทีมในฐานะ ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม

เชลซีเลื่อนชั้นไปเล่นในลีกสูงสุด (ดิวิชั่น 1) ได้ในฤดูกาลที่สอง แต่ทีมยังมีผลงานไม่คงเส้นคงวาสลับเลื่อนชั้น-ตกชั้นบ่อยครั้งในช่วงปีแรก ๆ พวกเขาผ่านเข้าถึงเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ปี 1915 ในยุคของ เดวิด คัลเดอร์เฮด อดีตนักฟุตบอลชาวสกอตแลนด์ แต่แพ้เชฟฟีลด์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด และจบอันดับสามในดิวิชั่น 1 ปี1920 ซึ่งเป็นการจบอันดับในลีกที่ดีที่สุดของสโมสรในขณะนั้น

เชลซีเล่นอยู่ในลีกสูงสุดตลอดช่วงทศวรรษที่ 1930 ด้วยการคุมทีมของ เลสลี ไนท์ตันแต่ผลงานไม่น่าประทับใจนักมักจะจบด้วยอันดับกลางตารางและท้ายตารางเป็นส่วนมาก จากนั้น บิลลี แบร์เรลล์ เข้ามาคุมทีมตั้งแต่ ค.ศ. 1939-52 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการสำคัญ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองฟุตบอลอังกฤษได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งเชลซีประสบปัญหาภายในหลายอย่าง พวกเขาทำได้เพียงประคองอันดับอยู่กลางตาราง โดยความสำเร็จในทศวรรษ 1940 ของเชลซีมีเพียงการชนะเลิศฟุตบอลถ้วยการกุศล (War Cup) 2 สมัยเท่านั้น

เท็ด เดร็ก อดีตกองหน้าอาร์เซน่อลและทีมชาติอังกฤษ เข้ามาคุมทีมในปี 1952 และปรับสโมสรให้ทันสมัยมากขึ้นด้วยการโละกลุ่มทหารและข้าราชการวัยเกษียณออกจากการเป็นทีมงาน และได้ปรับทีมเยาวชนและการซ้อมให้เข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งซื้อนักเตะสตาร์ดังเข้ามาร่วมทีมมากมายแต่กว่าจะประสบความสำเร็จต้องรอจนถึงฤดูกาล 1954-55 พวกเขาคว้าลีกสูงสุดได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และควรจะเป็นทีมแรกจากอังกฤษที่ได้แข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรยุโรป แต่ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษห้ามไว้เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศ ก่อนที่ เดร็ก ถูกปลดจากตำแหน่งในปี 1961 และแทนที่ด้วย ทอมมี่ โดเชอร์ตี้ ที่เข้ามาในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีม

โดเชอร์ตี้ ได้ทำการปรับปรุงระบบทีมใหม่ ปล่อยนักเตะเก่าหลายคน และซื้อนักเตะใหม่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ ปีเตอร์ ออสกู๊ด ตำนานสโมสร และพวกเขาคว้าแชมป์ลีกคัพได้ในฤดูกาล 1964-65 หลังเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มี กอร์ดอนแบงส์ ผู้รักษาประตูตำนานทีมชาติอังกฤษเฝ้าเสาด้วยผลประตูรวมสองนัด 3-2 ต่อมา เดฟ เซ็กตัน เข้ามาคุมทีมแทน โดเชอร์ตี ก่อนที่จะคว้าแชมป์เอฟเอคัพ 1970 ด้วยการชนะลีดส์ ยูไนเต็ด 2-1 ในนัดแข่งใหม่หลังจากเสมอในนัดแรก 2-2 และปีต่อมาพวกเขาคว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกในรายการยูฟ่าคัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยการชนะเรอัล มาดริด 2-1 ในนัดแข่งใหม่หลังจากเสมอในนัดแรก 1-1

เชลซีถึงยุคตกต่ำในช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อพวกเขาขายผู้เล่นคนสำคัญหลายรายรวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมหลายคน ทั้ง เอ็ดดี แม็คเครดี้, เคน เชลลิโต้, แดนนี่ บลังค์ฟลาวเวอร์ส และ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ แต่ก็ทำผลงานได้ไม่ดี และมักจะอยู่ท้ายตาราง และย่ำแย่ต่อเนื่องจนถึงขั้นตกชั้นในปลายทศวรรษ 1970 

ปี1982 เคน เบตส์ ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยราคาหนึ่งล้านปอนด์ พร้อมกับปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ซ้ำร้ายเกือบจะตกชั้นไปดิวิชั่นสาม ในปีเดียวกัน กระทั่งฤดูกาล1983-84 จอห์น นีล พาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่นสองเล่นชั้นสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้งแต่ต้องตกชั้นอีกรอบในฤดูกาล 1987-88 ก่อนที่จะเลื่อนชั้นอีกครั้งในฤดูกาล 1988-89 ด้วยการคว้าแชปม์และมีแต้มทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 17 คะแนน จากนั้นเป็นต้นมาเชลซีไม่ตกชั้นจากลีกสูงสุดอีกเลย

ฤดูกาล 1993-94 เชลซีเข้าชิงชนะเลิศเอฟ เอคัพ ภายใต้การคุมทีมของ เกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ล แต่แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-4 ต่อมา รุด กุลลิท สตาร์ทีมชาติฮอลแลนด์เข้ามาคุมทีมในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีมในปี 1996 และพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในปีต่อมา ด้วยการเอาชนะมิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 ต่อมา แต่ปี 1997 เชลซี เปลี่ยแปลงกุนซืออีกครั้งเมื่อตั้ง จิอันลูก้า วิอัลลี่ สตาร์ทีมชาติอิตาลีคุมทีมแทน กุลลิทในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการ

โดยยุคของวิอัลลี่ เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ ปี 1998 ด้วยการชนะมิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยการชนะสตุ๊ตการ์ท ทีมดังจากเยอรมัน 1-0 ตามด้วยแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ด้วยการชนะเรอัล มาดริด 1-0 พร้อมกับพาทีมจบอันดับ 3 พรีเมียร์ลีกตามหลังแชมป์อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด เพียง 4 แต้มเท่านั้น

ฤดูกาลต่อมา วิอัลลี่ ประกาศเลิกเล่นและคุมทีมเพียงอย่างเดียวก่อนพาทีมเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่พ่าย บาร์เซโลน่า ด้วยผลรวม 2 นัด 6-4 ทั้งที่เอาชนะก่อนในเกมแรก 3-1 ขณะที่ผลงานในพรีเมียร์ลีกจบอันดับ 5 ก่อนปิดซีซั่น 199-9-2000 ด้วยแชมป์เอฟเอ คัพ หลังเอาชนะแอสตัล วิลล่า 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ

ฤดูกาล 2000-01 แม้ วิอัลลี่ จะพาทีมเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าโล่การกุศลแชริตี้ ชีลด์ ซึ่งเป็นถ้วยรางวัลอย่างเป็นทางการใบที่ 5 ของเจ้าตัวกับสโมสรในเวลาไม่ถึง 3 ปี ทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสโมสรในเวลานั้น แต่ วิอัลลี่ ถูกไล่ออกหลังคุมทีมลงเล่นเกมลีกไปเพียง 5 เกมเท่านั้นเนื่องจากผลงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชนะ 1 แพ้ 1 เสมอ 3 และมีปัญหากับผู้เล่นหลายคน รวมถึง จานฟรังโก้ โซลา, ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ และ แดน เปเตรสคู

เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาลี่เข้ามาคุมทีมแทน โดยในยุคของรานิเอรีนั้น เชลซีมีผลงานติด 5 อันดับแรกของของพรีเมียร์ลีกอย่างสม่ำเสมอ และ พาทีมเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ได้อีกครั้งในปี 2002 แต่แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 

เดือนมิถุนายน 2003 เชลซี มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อ เคน เบตส์ ตัเสินใจขายสโมสรให้ โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียในราคา 140 ล้านปอนด์ และทีมได้ทุ่มซื้อผู้เล่นชื่อดังมากมาย โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของสโมสรในการยกระดับเป็นทีมระดับโลกจนถึงปัจจุบัน โดย รานิเอรี่ ยังคงได้คุมทีมต่อไป ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทีมอย่างมากมาย มีการใช้เงินกว่า 100 ล้านปอนด์ซื้อนักเตะชื่อดังหลายรายเข้ามาเสริมทีม แต่สุดท้าย เชลซี ไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้สักรายการ จบอันดับ 2 พรีเมียร์ลีก และตกรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ทำให้ รานิเอรี่ โดนปลดออกจากตำแหน่ง และเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสเข้ามาคุมทีมแทน

มูรินโญ่ พาทีมประสบความสำเร็จมากมายเริ่มจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2004-05 ด้วยคะแนนสูงถึง 95 คะแนน และเป็นครั้งแรกที่สโมสรคว้าแชมป์ลีกได้นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาจากฟุตบอลดิวิชั่นหนึ่ง และยังเอาชนะลิเวอร์พูลในนัดชิงชนะเลิศลีกคัพ 3-2

เชลซี ป้องกันแชมป์ลีกได้สำเร็จในปีต่อมา ถือเป็นสโมสรที่ 5 ในอังกฤษที่ได้แชมป์ลีก 2 สมัยติดต่อกันนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาในฤดูกาล 2006-07 เชลซีได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยสองรายการ คือ เอฟเอ คัพ ที่เอาชนะชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 และ ลีก คัพ ที่ชนะ อาร์เซน่อล 2-1 

20 กันยายน 2007 มูรินโญ่ ถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากทำผลงานไม่ดี แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-2, เสมอ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 0-0 และ เสมอ โรเซนบอร์ก 1-1 ประกอบกับมีปัญหากับผู้บริหาร โดยเป็น อัฟราม แกรนท์ เข้ามาคุมทีมต่อ และพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีกครั้งแรกแต่แพ้จุดโทษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้งได้รองแชมป์ลีกคัพ และ พรีเมียร์ลีก ที่ได้ลุ้นถึงนัดสุดท้ายแต่โดนโบลตัน ตีเสมอ 1-1 ในนาทีสุดท้าย ทำให้มี 85 แต้ม ตามหลังทีมแชมป์อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด 2 แต้มให้แกรนท์ โดนปลดไปตามระเบียบ

ฤดูกาล 2008-09 หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี่ กุนซือชาวบราซิเลี่ยนเขามาคุมทีมเข้ามาคุมทีมแต่ก็โดนปลดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2009 หลังจากนำทีมเสมอ ฮัลล์ 0-0 ตามหลังแมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง7 แต้ม โดยเป็น กุส ฮิดดิ้งค์ กุนซือชาวฮอลแลนด์ เข้ามารับตำแหน่งชั่วคราวและพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกแต่แพ้บาร์เซโลนาด้วยกฏประตูทีมเยือน รวมทั้งจบอันดับ 3 ในลีก ก่อนปิดซีซั่นด้วยแชมป์เอฟเอคัพ หลังชนะเอฟเวอร์ตัน 2-1

ฤดูกาล 2009-10 คาร์โล อันเชลอตติ ยอดกุนซือชาวอิตาเลี่ยน เข้ามาคุมทีมต่อจากฮิดดิ้งค์ และประเดิมด้วยชนะจุดโทษแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมคอมมิวนิตีชีลด์ ก่อนจะพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยสถิติยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์จำนวน 103 ประตู พร้อมป้องกันแชมป์เอฟเอคัพได้ด้วยการชนะ พอร์ทสมัธ 1-0 ต่อมา ในฤดูกาล 2010-11 เชลซีเริ่มต้นด้วยการแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมคอมมิวนิตี ชีลด์  1-3 ก่อนจบฤดูกาลด้วยรองแชมป์ลีกและไม่มีแชมป์ติดมือทำให้ อันเชลอตติ  โดนปลดไปตามระเบียบ

ในฤดูกาล 2011-12 อันเดร วิลลาส-โบอาส กุนซือหนุ่มวัย 34 ปี (ในขณะนั้น) หลังทำผลงานยอดเยี่ยมกับปอร์โต้ ยักษ์ใหญ่ลีกโปรตุเกส แต่คุมทีมได้เพีง 9 เดือนก่อนที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งในเดือนมีนาคม 2012 ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" รั้งอันดับ 5 พรีเมียร์ลีกตามหลัง "จ่าฝูง" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 20 คะแนน แม้จะยังมีลุ้นในฟุตบอลยุโรป รวมทั้งในศึกเอฟเอคัพด้วย โดยเชลซีแต่งตั้ง โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ เข้ารับตำแหน่งกุนซือชั่วคราวไปจนหมดฤดูกาล ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรหลังเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมขากเยอรมันในการดวลจุดโทษ

ซึ่งเป็นสโมสรแรกจากลอนดอนที่คว้าแชมป์ได้ รวมทั้งคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ จากการชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ทำให้ ดิ มัตเตโอ ได้รับสัญญาถาวร แต่ก็ถูกปลดในฤดูกาลต่อมา โดยเป็น ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือสแปนิชเข้ามาคุมทีมชั่วคราว โดยพาทีมคว้ารองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ) หลังแพ้ โครินเธียนส์ สโมสรจากบราซิล 0-1 แต่คว้าแชมป์ยูโรปาลีก ได้เป็นสมัยแรกด้วยการชนะ เบนฟิก้ 2-1 ทำสถิติเป็นสโมสรแรกที่ได้แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกและยูโรปาลีกสองฤดูกาลติดต่อกัน รวมทั้งเป็นสโมสรที่ 4 ที่คว้าแชมป์ถ้วยหลักของยูฟ่าครบทั้ง 3 รายการ

ฤดูกาล 2013-14 โชเซ่ มูรินโญ่ กลับมาคุมทีมอีกครั้งแม้จะไม่ได้แชมป์อะไรเลยในปีแรก แต่ในปีต่อมาเขาพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และ แชมป์ลีก คัพ แต่ฤดูกาล 2015-16 เริ่มต้นด้วยการแพ้อาร์เซน่อล 0-1 ในเกมคอมมิวนิตี้ ชีลด์ และมีผลงานย่ำแย่ทำให้ มูรินโญ่ โดนปลดอีกรอบและเป็น กุส ฮิดดิ้งค์ เข้ามาคุมทีมชั่วคราวอีกครั้ง แต่ผลงานไม่ดีขึ้นจบฤดูกาลเพียงอันดับ 10 ไม่ได้ไปแข่งขันฟุตบอลยุโรป

ฤดูกาล 2016-17 อันโตนีโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนเข้ามาคุมทีม และทำทีมชนะ 13 นัดรวดเป็นสถิติใหม่สโมสรก่อนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้รวมทั้งทำสถิติเป็นทีมแชมป์ที่ชนะ 30 นัดในลีก แต่ในฤดูกาลต่อมาทำได้เพียงรักษาอันดับไปเล่นยูโรปาลีก และแม้จะคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้จากการชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 แต่สุดท้ายคอนเต้ โดนปลดพ้นตำแหน่ง

เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลียนเข้ามาคุมทีมต่อ และพาทีมชนะรวดหลายนัดในช่วงแรก ก่อนจะสะดุดในเวลาต่อมารวมทั้งการแพ้บอร์นมัธ 0-4 รวมถึงแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-6 ซึ่งเป็นการแพ้ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกของสโมสร ตามด้วยแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 ตกรอบเอฟเอ คัพ และแพ้จุดโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศลีก คัพ แต่ทีมยังจบอันดับ 3 ในลีกและคว้าแชมป์ยูโรปาลีกได้ด้วยการชนะอาร์เซน่อล 4-1

ฤดูกาล 2019-20 เชลซีไม่สามารถซื้อนักเตะใหม่ตลอดทั้งฤดูกาลเนื่องจากการทำผิดกฏการซื้อขายผู้เล่นเยาวชน แถมต้องเสียผู้เล่นสำคัญทั้ง เอแดน อาซาร์ และ ดาวิด ลุยส์ รวมไป ซาร์รี ลาออกไปคุมยูเวนตุส โดยแฟร้งค์ แลมพาร์ด ตำนานของสโมสรได้เข้ามาคุมทีมแทน แต่จากการที่ไม่สามารถเสริมตัวผู้เล่นได้โทำให้มีผลงานไม่สม่ำเสมอในช่วงแรก ก่อนจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แต่แพ้ บาเยิร์น มิวนิก สุดท้ายเชลซี จบอันดับ 4 ในลีก และเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ แต่แพ้อาร์เซน่อล 1-2 จากนั้นแลมพาร์ดถูกปลดในเดือนมกราคม 2021 หลังผลงานย่ำแย่ในฤดูกาล 2020-21

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันเข้ามาคุมทีมต่อจากแลมพาร์ด และพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 2 ด้วยการชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 แต่ทำได้เพียงรองแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากนั้นในฤดูกาล 2021-22 เชลซีคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ด้วยการชนะจุดโทษบียาร์เรอัล จากสเปน ตามด้วยแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2021 ด้วยการเอาชนะ พัลไมรัส จากบราซิล 2-1 ซึ่งถือเป็นแชมป์สมัยแรกในรายการนี้ พวกเขายังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศลีก คัพ แต่แพ้ ลิเวอร์พูล ในการดวลจุดโทษ

เดือนมีนาคม 2022  โรมัน อบราโมวิช ออกแถลงการณ์ว่าตัดสินใจขายสโมสรอย่างเป็นทางการ และจะนำเงินส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือชาวยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากจากการรุกรานของรัสเซีย นอกจากนี้อบราโมวิชยังไม่เอาเงินที่เชลซีติดค้างอยู่จำนวนกว่า 1,500 ล้านปอนด์ด้วย

แต่ในวันที่ 12 มีนาคม รัฐบาลอังกฤษ ประกาศอายัดทรัพย์ทั้งหมดในสหราชอาณาจักร และห้ามทำธุรกรรมทางการเงินทุกประเภท เท่ากับว่ามหาเศรษฐีรัสเซีย จะไม่สามารถขายสโมสรเชลซีได้ ตลอดจนดำเนินการซื้อนักเตะ, ต่อสัญญาผู้เล่นใหม่, จำหน่ายสินค้าที่ระลึก, รวมถึงขายตั๋วใหม่เพิ่ม ไฟเขียวให้แค่คนถือตั๋วปีอยู่แล้วเข้าชมได้เท่านั้น รวมทั้งสั่งห้ามเข้าประเทศ

วันที่ 7 พฤษภาคม สโมสรยืนยันว่า ได้ตกลงขายหุ้นให้แก่กลุ่มนักธุรกิจ บลูโค 22 ลิมิเต็ด (BlueCo 22 Limited) ซึ่งนำโดย ท็อดด์ โบห์ลี่ และ มาร์ก วอลเตอร์ ชาวอเมริกัน รวมถึง ฮานสยอร์ก ไวส์ ชาวสวิส ด้วยมูลค่ากว่า 2,500 ล้านปอนด์ ก่อนที่เชลซีจะเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ได้เป็นฤดูกาลที่สามติดต่อกัน แต่แพ้ลิเวอร์พูล ในการดวลจุดโทษไปอีกครั้ง และจบในอันดับที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก

30 พฤษภาคม 2022 เชลซีออกแถลงการณ์ บลูโค 22 ลิมิเต็ด เป็นเจ้าของใหม่อย่างเป็นทางการหลังขั้นตอนในการซื้อขายผ่านการเห็นชอบจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และพรีเมียร์ลีก และในวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 2022 สโมสรได้ประกาศว่า บรูซ บัค จะก้าวลงจากตำแหน่งประธานสโมสรสรเมื่อสิ้นสุดเดือนมิถุนายน

หลังจากดำรงตำแหน่งมายาวนานตั้งแต่ ค.ศ. 2003 แต่จะยังรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาอาวุโสให้แก่สโมสรโดย ท็อดด์ โบห์ลี จะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อควบคู่ไปกับการเป็นเจ้าของทีม ตามมาด้วยการลาออกของบุคคลสำคัญอีกสองรายได้แก่ มารินา กรานอฟสกายา ผู้อำนวยการของสโมสร และ ปีเตอร์ เช็ก ตำนานผู้รักษาประตูของทีมลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคนิคและศักยภาพ

วันที่ 7 กันยายน 2022 ทูเคิ่ล ถูกปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังจากทำผลงานย่ำแย่ตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาล 2022-23 โดยรั้งอันดับ 6 ในลีกเก็บได้ 10 คะแนนจาก 6 นัด รวมทั้งแพ้ ดินาโม ซาเกร็บ 0-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก โดยวันต่อมาทีมประกาศตั้ง แกรม พ็อตเตอร์ ที่ทำผลงานได้ดีกับไบรท์ตันเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยสัญญายาว 5 ปีหรือจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2027

เกียรติประวัติ

แชมป์ลีกสูงสุด (ดิวิชัน1/พรีเมียร์ลีก) (6 สมัย) : 1954-55, 2004-05, 2005-06, 2009-10, 2014-15, 2016-17

แชมป์ดิวิชั่นสอง (2 สมัย) : 1983-84, 1988-89

แชมป์เอฟเอ คัพ (8 สมัย) : 1969-70, 1996-96, 1999-00, 2006-07, 2008-09, 2009-10, 2011-12, 2017-18

แชมป์ลีกคัพ (5 สมัย) : 1964-65, 1997-98, 2004-05, 2006-07, 2014-15

ชนะเลิศคอมมิวนิตีชีลด์ (4 สมัย) : 1955, 2000, 2005, 2009

แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (2 สมัย) : 2011-12, 2020-21

แชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก (2 สมัย) : 2012-13, 2018-19

แชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ (2 สมัย) : 1970-71, 1997-98

แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ (2 สมัย) : 1998, 2021

แชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ (1 สมัย) : 2021

ยอดนิยมในตอนนี้