Sports Profile : ประวัติ ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพเชิงสูงของเอฟเวอร์ตัน

Sports Profile : ประวัติ ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพเชิงสูงของเอฟเวอร์ตัน
KiTTiSaK
8 ธ.ค. 63
590

ข้อมูลและประวัติล่าสุดของ ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย ซึ่งก้าวเข้าสวมบทจอมทัพของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และสร้างชื่อในสังเวียนพรีเมียร์ลีกได้อย่างรวดเร็ว

 

ข้อมูลนักเตะ 

ชื่อเต็ม : ฮาเมส ดาวิด โรดริเกซ รูบิโอ

เกิด : 12 กรกฏาคม 1991 ที่กูกูต้า ประเทศโคลอมเบีย

อายุ : 29 ปี

สัญชาติ : โคลอมเบีย

ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก / ปีก

ส่วนสูง : 180 เซนติเมตร

เส้นทางลูกหนัง

ฮาเมส ได้รับอิทธิพลด้านลูกหนังมาจากคุณพ่อ และเล่นฟุตบอลตอนอายุ 5 ขวบ โดยได้เข้าสู่อคาเดมีของทีม โทลิเมนเซ่ ก่อนจะย้ายอยู่กับสโมสร เอนวิกาโด้ และเริ่มต้นเส้นทางนักเตะอาชีพกับทีมนี้ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในระดับดิวิชั่นสองของโคลอมเบีย และ ฮาเมส ก็ได้ลงสนามนัดแรกในวัยเพียงแค่ 14 ปีเท่านั้น เมื่อเดือนพ.ค. 2006

ฮาเมสเล่นอยู่กับ เอนวิดาโด้ 2 ฤดูกาล ฝีเท้าก็ไปเข้าตา แบนฟิลด์ สโมสรของอาร์เจนตินา และถูกดึงตัวไปร่วมทีม ก่อนจะโชว์ฟอร์มโดดเด่น และทำสถิติเป็นแข้งต่างชาติอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในลีกอาร์เจนไตน์ ในวัยแค่ 17 ปี โดย ฮาเมส เล่นให้กับ แบนฟิลด์ 2 ปี และมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมผงาดคว้าแชมป์ลีกฟ้าขาวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ในฤดูกาล 2009-2010 

ด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัย ทำให้ ฮาเมส กลายเป็นที่จับตามองของหลายสโมสรในยุโรป จนในที่สุดก็ได้หอบผ้าหอมผ่อนมาอยู่กับ ปอร์โต้ ยักษ์ใหญ่ของลีกโปรตุเกส ซึ่งทุ่มเงิน 7.35 ล้านยูโร กระชากตัวเขามาร่วมทีมในซีซั่น 2010-2011 ซึ่ง ฮาเมส ประสบความสำเร็จอย่างมากกับปอร์โต้ โดยคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกส 3 ปีซ้อน แชมป์เอฟเอ คัพของโปรตุเกส 1 สมัย และแชมป์ยูโรป้า ลีก 1 สมัยในซีซั่น 2010-2011 

ฮาเมสค้าแข้งกับปอร์โต้ 3 ฤดูกาล ซัดไป 32 ลูกจากการลงสนาม 107 นัดในทุกรายการ ก่อนจะย้ายไปลุยลีกเอิง ฝรั่งเศส กับสโมสร โมนาโก ด้วยค่าตัวสูงถึง 45 ล้านยูโร ในปี 2013 ซึ่งเขาได้เล่นให้กับโมนาโกแค่ปีเดียวเท่านั้น ก็ถูกยักษ์ใหญ่ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด กระชากตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 75 ล้านยูโร แพงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกในขณะนั้น หลังจากได้เห็นฟอร์มอันสุดยอดของ ฮาเมส ในฟุตบอลโลก 2014

ในฤดูกาลแรกกับทีมราชันชุดขาว ฮาเมสเป็นตัวหลักของทีม พร้อมโชว์ผลงานซัดไปถึง 17 ประตูจาก 46 นัดในทุกรายการของซีซั่น 2014-2015 แต่หลังจากนั้น มาดริดมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจาก คาร์โล อันเชลอตติ มาเป็น ราฟาเอล เบนิเตซ และ ซีเนอดีน ซีดาน ทำให้ผลงานของฮาเมสเริ่มดร็อปลงไป รวมถึงโอกาสลงสนามที่ลดลงตามไปด้วย จนในที่สุด ฮาเมสก็ถูกปล่อยไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาล ซึ่งทำให้เขาได้มาร่วมงานกับ อันเชลอตติ อีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ทั้งคู่ได้ร่วมงานกันไม่นาน อันเชลอตติ ก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง แต่ผลงานของฮาเมสในช่วง 2 ปีกับทีมเสือใต้ในฤดูกาล 2017-2018, 2018-2019 ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่ โดยยิงไป 15 ประตูจาก 67 นัด พร้อมกับได้สัมผัสแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยและแชมป์เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย

หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับบาเยิร์น ฮาเมสกลับไปยังเรอัล มาดริด ในฤดูกาล 2019-2020 ซึ่งคราวนี้ เขาแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามจากกุนซือ ซีเนอดีน ซีดาน บวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บเป็นระยะ ทำให้ฮาเมสได้ลงเล่นลาลีกาเป็นตัวจริงแค่ 5 นัด และยิงได้เพียงลูกเดียวตลอดทั้งซีซั่น 

ด้วยสถานะซึ่งไม่อยู่ในแผนการทำทีมของซีดาน ทำให้ฮาเมสตัดสินใจถอดชุดขาว และเปลี่ยนมาสวมยูนิฟอร์มสีน้ำเงิน ด้วยการย้ายมาหาความท้าทายใหม่กับ เอฟเวอร์ตัน ในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้เขาได้ร่วมงานกับบอสที่รู้ใจอย่าง อันเชลอตติ เป็นคำรบที่สาม และดาวเตะทีมชาติโคลอมเบียรายนี้ก็สามารถปรับตัวให้เข้าลีกลูกหนังเมืองผู้ดีได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับงัดฟอร์มเก่งออกมาจนกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอลทอฟฟี่สีน้ำเงินไปเรียบร้อยแล้ว 

ผลงานทีมชาติ

ฮาเมส เริ่มรับใช้ชาติจากชุดยู-17 และสร้างชื่อมาจนชุดยู-20 ซึ่งเขาสวมบทกัปตันทีม ลุยศึกยู-20 ชิงแชมป์โลก 2011 พร้อมกับทำผลงานยิง 3 แอสซิสต์ 3 ช่วยให้โคลอมเบียเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

กระทั่งเดือนก.ย. 2011 ฮาเมสมีชื่อติดทีมชาติโคลอมเบียชุดใหญ่เป็นนัดแรก ก่อนจะค่อยๆยกระดับตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นกำลังสำคัญของทีม และสามารถพาโคลอมเบียเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่โคลอมเบียได้ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายเวิลด์คัพ

และในฟุตบอลโลก 2014 นี่เองที่เป็นเวทีแจ้งเกิดให้กับฮาเมสอย่างเต็มตัว โดยเขารับบทจอมทัพพาทีมทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะไปพ่ายต่อ “เจ้าภาพ” บราซิล อย่างไรก็ดี ฮาเมส ผงาดคว้าตำแหน่งดาวซัลโวด้วยการซัดไปถึง 6 ประตู และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะโคลอมเบียคนแรกที่ได้เป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก

ทั้งนี้ใน 6 ประตูที่ฮาเมสยิงได้ มีหนึ่งประตูที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสุดยอดลูกยิงตลอดกาลของศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พบกับ อุรุกวัย ซึ่ง ฮาเมส ใช้อกแตงบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนวอลเลย์เต็มข้อด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษ ส่งบอลพุ่งเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสมบูรณ์แบบ 

“นี่คือหนึ่งในลูกยิงที่สุดยอดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในฟุตบอลโลก” ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือของอุรุกวัย ถึงกลับยอมซูฮกภายหลังเกม

อย่างไรก็ดี ฮาเมส ยังไม่เคยได้สัมผัสถ้วยแชมป์รายการสำคัญๆกับทีมชาติโคลอมเบีย โดยผลงานดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 3 ศึกโคปา อเมริกา 2016

เกียรติประวัติ

แบนฟิลด์ : 

  • แชมป์ลีกอาร์เจนตินา 2009

ปอร์โต้ :

  • แชมป์พรีเมร่า ลีก้า 2010–11, 2011–12, 2012–13
  • แชมป์เอฟเอคัพ โปรตุเกส 2010–11
  • แชมป์ยูโรป้า ลีก 2010–11
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมลีกโปรตุเกส 2012


โมนาโก :

  • จอมแอสซิสต์ลีกเอิง 2013-2014
  • ทีมยอดเยี่ยมลีกเอิง 2013-2014
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสร 2013-2014


เรอัล มาดริด :

  • แชมป์ลาลีกา 2016–17, 2019–20
  • แชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ 2019–20
  • แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2015–16, 2016–17
  • แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2014, 2016
  • แชมป์สโมสรโลก 2014, 2016
  • กองกลางยอดเยี่ยมลาลีกา 2014-2015
  • ทีมยอดเยี่ยมลาลีกา 2014-2015
  • ทีมยอดเยี่ยมของยูฟ่า 2015

บาเยิร์น มิวนิค :

  • แชมป์บุนเดสลีกา 2017–18, 2018–19
  • แชมป์เดเอฟเบ โพคาล 2018–19
  • ทีมยอดเยี่ยมบุนเดสลีกา 2017–18

ทีมชาติโคลอมเบีย :

  • ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2014
  • ติดทีมยอดเยี่ยมฟุตบอลโลก 2014
  • ลูกยิงยอดเยี่ยมฟุตบอลโลก 2014
  • ลูกยิงยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า 2014
  • อันดับ 3 โคปา อเมริกา 2016
  • ทีมยอดเยี่ยมโคปา อเมริกา 2019

"111"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> Sports Profile : ประวัติ เอดินสัน คาวานี่ อีกหนึ่งอาวุธลับของทัพปีศาจแดง

>> Sports Profile : ประวัติ แกเร็ธ เบล ดาวเตะระดับปรากฏการณ์ของเวลส์

----------------------------------

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

เด็ดทุกคลิป! ช็อตเด็ด โดน ๆ ! ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก! สมัครทาง SMS พิมพ์ R1 ส่งมาที่ 4238067 หรือคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้

 

ยอดนิยมในตอนนี้