คิดอะไรอยู่? 'เซาธ์เกต'แจงเหตุผลเลือกคนยิงจุดโทษ - 'คีน-เชียเรอร์-มูรินโญ่'อัดยับสับแหลก

คิดอะไรอยู่? 'เซาธ์เกต'แจงเหตุผลเลือกคนยิงจุดโทษ - 'คีน-เชียเรอร์-มูรินโญ่'อัดยับสับแหลก
EkkEReport
12 ก.ค. 64
504

กุนซือทัพสิงโตคำราม แสดงความรับผิดชอบ เรื่องการเลือกผู้เล่นในการดวลจุดโทษตัดสิน ที่สุดท้ายทำให้ทีมต้องพลาดแชมป์ไป พร้อมเผยเหตุผลของการตัดสินใจในครั้งนี้ ขณะที่กูรูลูกหนังต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวอย่างหนัก

แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ ออกมาระบุว่า เขาขอรับผิดชอบกับการเป็นผู้ที่เลือกคนยิงลูกจุดโทษ จนมีส่วนให้ทีมต้องพ่ายแพ้และชวดแชมป์ ยูโร 2020 ไปในที่สุด พร้อมเปิดเผยถึงเหตุผลในการตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนบอลต่างสงสัยกันเป็นอย่างมากด้วย

ทัพสิงโตคำราม พ่ายให้กับ "อัซซูรี่" ทีมชาติอิตาลี ในการดวลจุดโทษชี้ขาด 2-3 หลังทั้ง 2 ทีม เสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอล ยูโร 2020 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ ทีมชาติอังกฤษ พลาดการคว้าแชมป์เมเจอร์ถ้วยแรกในรอบ 55 ปี ในบ้านของตัวเองไปอย่างสุดเจ็บปวด

โดย 3 แข้งสำรองอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช่ และ บูกาโย่ ซาก้า เป็นนักเตะ 3 คนสุดท้าย ที่ได้รับหน้าที่ยิงจุดโทษให้ทีม ซึ่งทุกคนกลับสังหารพลาดทั้งหมด ทำให้แฟนบอลเกิดความข้องใจและสงสัยกันอย่างหนัก เกี่ยวกับการเลือกคนยิงจุดโทษของ เซาธ์เกต โดยเฉพาะการตัดสินใจให้ ซาก้า ดาวเตะวัยเพียง 19 ปี เป็นคนยิงลูกที่ 5 ซึ่งเป็นประตูชี้ชะตาตัดสินแชมป์ รวมทั้งการส่ง แรชฟอร์ด และ ซานโช่ ลงมายิงจุดโทษโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้พวกเขายังแทบไม่มีเวลาและโอกาสได้ปรับตัว รวมถึงเตรียมสภาพจิตใจ กับเกมที่มีความกดดันสูงขนาดนั้นเลย

ซึ่งล่าสุด เซาธ์เกต ได้ให้คำตอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว หลังจากเขาถูกถามว่า หลังจากนี้เขาจะพูดอะไรกับ ซาก้า เฮดโค้ชชาวอังกฤษก็กล่าวว่า "ผมจะบอกเขาว่า ทุกอย่างมันเป็นเพราะผมเอง ผมเลือกคนยิงจุดโทษ โดยที่ยึดจากสิ่งที่เราทำได้ในตอนซ้อม"

"ไม่มีใครที่อยู่ตัวคนเดียว เวลาที่เราชนะ เราก็ชนะร่วมกันแบบเป็นทีม และเราทุกคนก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ชนะในคืนนี้ อย่างไรก็ตาม ถ้านับเฉพาะเรื่องจุดโทษแล้วนั้น มันเป็นการตัดสินใจของผมล้วนๆ มันเป็นเพราะผมเอง"

"เราจำเป็นต้องถอดคนยิงจุดโทษหลักออกไปก่อนแล้ว 2 คน ดังนั้นเราเลยมีการเปลี่ยนคนที่จะยิงจุดโทษกันนิดหน่อย เราตามดูผลงานที่พวกเขาทำได้กับสโมสร และสิ่งที่พวกเขาทำได้ในการซ้อมมาอย่างยาวนาน"

"กระบวนการนั้น มันเคยได้ผลดีกับเราทั้งการเล่นที่ รัสเซีย (ฟุตบอลโลก 2018) และในศึก เนชั่นส์ ลีก แต่มันไม่ได้ผลในคืนนี้"

"เราเตรียมตัวกันมาดีและเริ่มต้นได้สวย แต่โชคร้ายที่พวกเขาไม่สามารถทำให้มันประสบผลสำเร็จในท้ายที่สุดได้ในคืนนี้ แต่ลูกทีมของผมไม่จำเป็นต้องมานั่งตำหนิตัวเองเลยว่า ที่ผ่านมาซ้อมกันแบบไหน เพราะพวกเขาซ้อมกันได้ดี จนไม่มีทางทำได้ดีกว่านี้อีกแล้ว" เซาธ์เกต กล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกจากแฟนบอลที่ไม่เข้าใจกับการตัดสินใจดังกล่าวแล้ว เหล่าบรรดานักวิเคราะห์เกมลูกหนัง ที่เป็นตำนานนักเตะ รวมทั้งกุนซือชื่อดัง ต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวอย่างหนักเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น รอย คีน, อลัน เชียเรอร์ และ โชเซ่ มูรินโญ่

ทั้งนี้ คีน และ มูรินโญ่ ต่างแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย โดยทั้งคู่ต่างตำหนิแข้งรุ่นใหญ่ มากประสบการณ์ในทีมชาติอังกฤษว่า พวกเขาไม่ควรปล่อยให้เด็กดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี อย่าง ซาก้า ต้องก้าวออกไปยิงจุดโทษลูกสำคัญแบบนั้น

"ถ้าคุณเป็น ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หรือ แจ็ค กรีลิช แล้วล่ะก็ คุณก็ไม่ควรนั่งนิ่ง แล้วปล่อยให้เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นคนยิงลูกจุดโทษ คุณจะทำอย่างนั้นไม่ได้ คุณจะปล่อยให้เด็กหนุ่มขี้อาย วัยแค่ 19 ปี มายิงจุดโทษก่อนคุณไม่ได้"

"พวกเขามีประสบการณ์เยอะกว่าแท้ๆ แถม สเตอร์ลิ่ง เอง ก็ได้แชมป์มาครองตั้งหลายรายการด้วย พวกเขาควรจะก้าวขึ้นมารับหน้าที่ก่อนหน้ารุ่นน้องเพื่อนร่วมทีม ที่ยังอายุน้อยอยู่" รอย คีน กล่าวในรายการของ ไอทีวี สื่อชื่อดังของอังกฤษ

อย่างไรก็ดี ล่าสุด แจ็ค กรีลิช ได้ออกมาชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวแล้วว่า เขาได้บอกกับ เซาธ์เกต แล้วว่า เขาขอเป็นคนยิงจุดโทษ แต่ เซาธ์เกต เป็นคนตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวเอง

ขณะที่ มูรินโญ่ ก็กล่าวในทำนองเดียวกันผ่าน ทอล์คสปอร์ต สื่ออีกเจ้าหนึ่ง ว่า "ในสถานการณ์ที่บีบคั้นแบบนี้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, จอห์น สโตนส์ หรือ ลุค ชอว์ พวกเขาหายไปไหนกันหมด และทำไมนักเตะอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือ ไคล์ วอล์คเกอร์ ไม่ได้อยู่ในสนามต่อ"

"ผมคิดว่า ซาก้า ยังเด็กเกินไปที่จะแบกความกดดันไว้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ผมไม่เข้าใจจริงๆ ผมต้องถามคำถามนี้กับ แกเร็ธ เซาธ์เกต เพราะหลายครั้งเมื่อเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ควรจะมีผู้เล่นที่เหมาะสมเข้ามามีส่วนในสภาวะที่กดดันเช่นนี้, ให้ตายเถอะผมรู้สึกสงสารเขา (ซาก้า) มากจริงๆ"

นอกจากนั้น กุนซือชาวโปรตุกีส ยังกล่าวต่อว่า "ในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องยากมากนะ สำหรับทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เจดอน ซานโช่ ที่เพิ่งลงมา และต้องรับหน้าที่สังหารจุดโทษ หลังจากสัมผัสบอลเพียงไม่กี่ครั้งในเกม"

ซึ่งนั่นก็ไปตรงกับสิ่งที่ อลัน เชียเรอร์ ได้กล่าวเช่นกัน "มันเป็นการร้องขอที่หนักหนามาก สำหรับทั้ง 2 คน (แรชฟอร์ด กับ ซานโช่) กับการที่ให้เวลาพวกเขาอยู่ในสนามไม่กี่นาที และขอให้พวกเขารับหน้าที่สังหารจุดโทษ"

"มันเป็นความกดดันอันมหาศาล เมื่อพวกเขายังแทบจะไม่ได้สัมผัสบอลเลย มันเป็นการขอที่มากเกินไป คุณจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทางจิตใจ (ในการรับมือกับความกดดันกับบรรยากาศของเกม) แต่พวกเขานั้น ไม่ได้สัมผัสบอลมาแล้ว เป็นเวลาหลายชั่วโมง" เชียเรอร์ ทิ้งท้าย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้