มีใครกันบ้าง!? เปิดรายชื่อและเรื่องราวสุดพิเศษของ "กุนซือ" ที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

มีใครกันบ้าง!? เปิดรายชื่อและเรื่องราวสุดพิเศษของ "กุนซือ" ที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
EkkEReport
31 ธ.ค. 63
985

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เริ่มทำการแข่งขันเป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 1992/93 จวบจนถึงปัจจุบัน เกมลูกหนังที่คนทั่วโลกต่างคลั่งไคล้ ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วถึง 28 ฤดูกาล ทว่าตลอดช่วงเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา มีเพียง 7 สโมสร เท่านั้น ที่สามารถก้าวไปเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม มันยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ แม้จะมีนักเตะที่ได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก มาแล้วมากมายหลายร้อยคน แต่มี "ผู้จัดการทีม" เพียงแค่ 11 คนเท่านั้น ที่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์อันทรงเกียรติใบนี้ และจากจำนวนดังกล่าว มีกุนซือเพียง 4 คนบนโลกใบนี้ ที่เคยชูโทรฟี่นี้มากกว่า 1 ครั้ง โดยโค้ชระดับโลกเหล่านั้น จะเป็นใครกันบ้าง วันนี้ TrueID ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับพวกเขาไปพร้อมกัน

รายชื่อ 11 ผู้จัดการทีม ที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

1. เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) : 13 สมัย

1992/93, 1993/94, 1995/96, 1996/97, 1998/99, 1999/2000, 2000/01,
2002/03, 2006/07, 2007/08, 2008/09, 2010/11, 2012/13

คงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความ สำหรับ ตำนานบรมกุนซือชาวสกอตผู้นี้ ชายผู้เสกความสำเร็จให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่เริ่มต้นยุคของพรีเมียร์ลีกในปี 1992/93 ก่อนที่เขาจะประกาศศักดาพาทีมคว้า "ทริปเบิ้ลแชมป์" จนดังเป็นพลุแตก ในฤดูกาล 1998/99 โดย "เฟอร์กี้" ได้วางมือจากตำแหน่งกุนซือผีแดงที่ทำหน้าที่มากว่า 26 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าแชมป์ลีกส่งท้ายในปี 2012/13 ซึ่งนับเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 13 ของเขา และของสโมสร รวมทั้งยังเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 ของ ยอดทีมแห่ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งจวบจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีนายใหญ่คนไหนที่สามารถพา ยูไนเต็ด กลับไปยังจุดสูงสุดแบบที่ เฟอร์กูสัน เคยทำได้อีกเลย

 

2. อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซน่อล) : 3 สมัย

1997/98, 2001/02, 2003/04

อดีตนายใหญ่เลือดน้ำหอม ของ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 3 สมัย ในช่วงปลายยุค 90s ต่อ 2000s แต่ครั้งที่เป็นที่พูดถึง และเป็นที่จดจำมากที่สุด คงหนีไม่พ้น ฤดูกาล 2003/04 ซึ่งนับได้ว่าเป็น ยุครุ่งเรืองที่สุดของ ทีมดังจากลอนดอนเหนือ เมื่อพวกเขาสามารถประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่าย ได้อย่างสุดยิ่งใหญ่ ไร้เทียมทาน ด้วยผลงาน ชนะ 26 เสมอ 12 และแม้สุดท้าย เวนเกอร์ จะโบกมือลาทีมไป หลังสิ้นสุดฤดูกาล 2017/18 ปิดฉาก 22 ปีกับ เดอะ กันเนอร์ส ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีกุนซือคนไหน พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่าย อย่างที่เขาเคยทำได้อีกเลย

 

3. โจเซ่ มูรินโญ่ (เชลซี) : 3 สมัย

2004/05, 2005/06, 2014/15

กุนซือมาดเท่ ชาวโปรตุกีส ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้า ของศึกลูกหนังอังกฤษอย่างแท้จริง มูรินโญ่ เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในปี 2004 หลังพาทีมในบ้านเกิดอย่าง ปอร์โต้ คว้าแชมป์ยุโรปได้อย่างเหลือเชื่อ และชายผู้นี้ ก็เข้ามาสร้างความมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ทันที สมฉายา "เดอะ สเปเชียล วัน" เมื่อเขาพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 2 สมัยซ้อน จากนั้นเขาจึงได้อำลาตำแหน่งไปในปี 2007 อย่างไรก็ดี มูรินโญ่ ได้กลับมายัง "เดอะ บริดจ์" อีกครั้ง พร้อมนำแชมป์ลีกมาให้ทีมได้อีก 1 สมัยในปี 2014/15 ก่อนที่เขาจะย้ายข้ามฟากไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสุดท้ายได้กลายมาเป็น แม่ทัพของ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยู่ในเวลานี้

 

4. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) : 2 สมัย

2017/18, 2018/19

เฮดโค้ชจอมแทคติก ชาวสเปน พาทีม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองความยิ่งใหญ่บนเกาะอังกฤษ ได้ 2 ซีซั่นติดต่อกัน ในปี 2017/18 และ 2018/19 โดยทำแต้มได้สูงที่สุด จนเป็นสถิติของพรีเมียร์ลีกที่ 100 และ 98 แต้ม ตามลำดับ โดยเฉพาะในปี 2018/19 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามารถนำ ซิตี้ คว้าแชมป์ครบทุกรายการที่ลงเล่นในประเทศอังกฤษ อันประกอบไปด้วย พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ รวมถึง คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ซึ่งในตอนนี้เหลือเพียงถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น ที่เขาหมายมั่นปั้นมือ พยายามจะคว้ามาให้กับต้นสังกัด เป็นครั้งแรกของสโมสรให้ได้

 

5. เคนนี่ ดัลกลิช (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส)

1994/95

ตำนานนักเตะและอดีตผู้จัดการทีมของ "หงส์แดง" ผู้ที่พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสูงสุด สมัยที่ 18 ในปี 1989/90 ก่อนที่ยอดทีมจากแอนฟิลด์ จะกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งในซีซั่น 2019/20 โดย เจ้าของฉายา "คิง เคนนี่" พาทีม "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คว้าแชมป์ได้อย่างเหนือความคาดหมาย ในฤดูกาล 1994/95 โดยซีซั่นนั้น เป็นการลุ้นแย่งแชมป์ ระหว่าง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สุดดุเดือดและเข้มข้น จนต้องมาตัดสินกันจนถึงวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ซึ่งแม้เกมนัดสุดท้าย ดัลกลิช จะนำทีม แบล็คเบิร์น บุกไปพ่ายให้กับต้นสังกัดเก่าของเขาอย่าง ลิเวอร์พูล 1-2 แต่ทว่า ปีศาจแดง ก็ทำได้แค่บุกไปเจ๊ากับ เวสต์แฮม 1-1 ทำให้แชมป์ตกเป็นของทีม กุหลาบไฟ จากการมีแต้มมากกว่า ยูไนเต็ด เพียง 1 แต้มเท่านั้น

 

6. คาร์โล อันเชล็อตติ (เชลซี)

2009/10

นายใหญ่ชาวอิตาเลียน แห่งถิ่น กูดิสัน พาร์ค ผู้จัดการทีม "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ในปัจจุบัน เขาผู้นี้เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในซีซั่น 2009/10 ซึ่งเป็นปีแรกของเขาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากที่เขาสร้างความสำเร็จในอิตาลี กับ เอซี มิลาน มาอย่างมากมาย โดยฤดูกาลนั้น ก็เป็นอีกครั้งที่ตำแหน่งแชมป์ ต้องมาตัดสินกันในเกมปิดฤดูกาล โดยสุดท้ายแล้ว ทั้ง เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด คู่แข่งแย่งแชมป์ ต่างความชัยในแมตช์สุดท้ายด้วยกันทั้งคู่ ส่งผลให้ สิงห์บลูส์ เฉือน ปีศาจแดง ไปเพียงแค่แต้มเดียว ทำให้พวกเขากลายเป็น ทีมแรกที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกจากผู้จัดการทีม มากกว่า 1 คน (โจเซ่ มูรินโญ่ พา เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว 2 สมัย)

 

7. โรแบร์โต้ มันชินี่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

2011/12

กุนซือชาวอิตาเลียน ที่สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ให้กับชาวเมืองแมนเชสเตอร์ แบบไม่รู้ลืม เมื่อเขาเป็นคนนำทีม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก แบบสุดดราม่าห้าตลบ ในฤดูกาล 2011/12 โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2012 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของซีซั่น โดยก่อนเกม สองยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ มีแต้มเท่ากัน แต่ ซิตี้ มีลูกได้เสียที่ดีกว่า โดยวันนั้น ปีศาจแดง บุกไปชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 และจบเกมไปก่อน ขณะที่ เรือใบสีฟ้า ยังตามหลัง ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส อยู่ 1-2 ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซิตี้ กลับพลิกนรก โกงความตายได้สำเร็จ เมื่อมาได้ 2 ประตู จากลูกโหม่งของ เอดิน เชโก้ และลูกยิงดับฝันเด็กผีของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ทำให้พวกเขาพลิกชนะ 3-2 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก ด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่าคู่ปรับร่วมเมือง แบบที่แฟนบอลของทั้ง 2 ทีม ต้องจำจดไปตลอดกาลเลยทีเดียว

 

8. มานูเอล เปเยกรินี่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

2013/14

เฮดโค้ชชาวชิลี อดีตกุนซือของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ย้ายมาคุมทัพ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่น 2013/14 ก่อนกระชากแชมป์พรีเมียร์ลีก กลับมาจากคู่อริร่วมเมืองได้สำเร็จ อีกทั้งยังเป็นการดับฝันในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกของ ลิเวอร์พูล อีกด้วย โดยปีนั้น เป็น หงส์แดง ที่ขึ้นนำเป็นจ่าฝูง มาจนถึงช่วงท้ายของฤดูกาล ทว่า ลิเวอร์พูล กลับพลาดท่าพ่ายให้กับ เชลซี 0-2 ตามด้วยการถูก คริสตัล พาเลซ ไล่ตามตีเสมอ 3-3 ส่งผลให้ ซิตี้ ปาดหน้าเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปในท้ายที่สุด ด้วยการมีแต้มมากกว่า หงส์แดง 2 แต้ม

 

9. เคลาดิโอ รานิเอรี่ (เลสเตอร์ ซิตี้)

2015/16

ชายผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้แก่ชาวเมืองเลสเตอร์ เฮดโค้ชวัยเก๋าชาวอิตาเลียน ที่รับหน้าที่กุนซือมากว่า 30 ปี โดยผ่านการคุมทีมดังมามากกว่า 10 สโมสร ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, ยูเวนตุส, โรม่า, อินเตอร์ มิลาน รวมไปถึง แอตเลติโก้ มาดริด แต่ยังไม่เคยพาทีมใดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว กลับกลายเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์หน้าสำคัญอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อเขาพาทีม "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ เถลิงบังลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกได้แบบพลิกล็อคช็อกโลก ในซีซั่น 2015/16 โดยปีนั้น "เดอะ ฟ็อกซ์" สร้างผลงานอันสุดมหัศจรรย์ ชนะ 23 เสมอ 12 แพ้ 3 มี 81 แต้ม ซึ่งมากกว่า อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 2 ถึง 10 แต้ม และมากกว่า สเปอร์ส คู่แข่งแย่งแชมป์ของพวกเขา ที่สุดท้ายตกไปรั้งอันดับ 3 ถึง 11 แต้ม ซึ่งปรากฏการณ์ในครั้งนั้น นับเป็นการตอกย้ำความศรัทธาและความเชื่อที่ว่า "ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้" อย่างแท้จริง และเชื่อแน่ว่า แฟนบอลลูกหนังอังกฤษ คงจะพูดถึงการคว้าแชมป์อันน่าเหลือเชื่อครั้งนี้ไปอีกนานแสนนาน

 

10. อันโตนิโอ คอนเต้ (เชลซี)

2016/17

ผู้จัดการทีม สัญชาติอิตาลี รายที่ 4 และกุนซือคนที่ 3 ของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังพา ยูเวนตุส คว้าสคูเดตโต้ หรือ แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้ 3 สมัยซ้อน ในช่วงปี 2011-14 ต่อด้วยการคุม ทีมชาติอิตาลี ในช่วง 2 ปีหลังจากนั้น อันโตนิโอ คอนเต้ ก็เข้ากุมบังเหียนในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในปี 2016 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ 2 กุนซือระดับเทพ อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ โจเซ่ มูรินโญ่ เข้าคุมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามลำดับ อีกทั้งยังมี เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ได้คุม ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ต้นฤดูกาลเป็นปีแรก ทำให้ฤดูกาลนั้น ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เฮดโค้ชชื่อดังเหล่านั้น ทว่าสุดท้ายแล้ว กลับกลายเป็น คอนเต้ ที่ปาดหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ปีแรกที่เขาเข้ารับงานคุมทีม

 

11. เยอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)

2019/20

จิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป.. ชายที่เหล่าบรรดา "เดอะ ค็อป" ใช้เวลาตามหามานานกว่า 3 ทศวรรษ กุนซือเฮฟวีเมทัล ชาวเยอรมัน ได้กลายมาเป็นลมหายใจในถิ่น แอนฟิลด์ อย่างไม่มีข้อสงสัย เยอร์เก้น คล็อปป์ เข้ารับตำแหน่งกุนซือของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2015 ซึ่งนับจากวันนั้น เขาได้พยายามสร้างทีม โดยทำการปรับปรุงและพัฒนาทีมขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย จนในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็กลายเป็นทีมที่มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม การจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยแรก รวมทั้งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดที่รอคอยมากว่า 30 ปี มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เมื่อซีซั่น 2018/19 หงส์แดง ทำแต้มได้ถึง 97 แต้ม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เมื่อ ซิตี้ เฉือนคว้าแชมป์ไปด้วยการมี 98 แต้ม ทว่า เทรนเนอร์สายบู๊ ไม่ยอมง่ายๆ แต่เขากลับใช้ความพ่ายแพ้มาแปรเปลี่ยนเป็นพลัง ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล กลับมาโชว์ฟอร์มสุดโหดในฤดูกาล 2019/20 ก่อนผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองเป็นสมัยแรกได้อย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย พร้อมทำคะแนนไปถึง 99 แต้มด้วยกัน

 

"เอกกี้รีพอร์ต"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> วงจรเดิม! เจาะลึกความล้มเหลว "แมนยู" ในตลาดซื้อขาย ระเบิดเวลาของ "โอเล่" สู่วันแห่งหายนะ

>> มีทีมใดบ้าง!? 8 ยักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่ยังไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

ยอดนิยมในตอนนี้