โซลชาชะตาขาด? ชำแหละ 5 ข้อหลังแมนยูแพ้ยับ-หงส์ผงาดศึกแดงเดือด

โซลชาชะตาขาด? ชำแหละ 5 ข้อหลังแมนยูแพ้ยับ-หงส์ผงาดศึกแดงเดือด
BALLYSLAM
25 ต.ค. 64
3.8K

นับเป็นผลการแข่งขันสุดช็อกสำหรับแฟนบอลที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อ แมนยู พ่ายแพ้แบบสุดอนาถให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 0-5 กลายเป็นวันแสนสุขของฝั่ง “เดอะ ค็อป” แต่คนที่ทุกข์ใจมากที่สุดอาจจะเป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เก้าอี้กุนซือสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์นี้ เรารวบรวมประเด็นที่น่าสนใจจากเกมแดงเดือดมาให้อ่านกัน!!

1.กองหลังผียับยู่ยี่

ความผิดพลาดของกองหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเป็นสิ่งที่เราเห็นจนชินตาในทุกสัปดาห์อยู่แล้ว แต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขายังแก้ปัญหาเดิมๆไม่ได้อยู่ดี แม้ว่าปราการหลังคนสำคัญอย่าง ราฟาแอล วาราน จะบาดเจ็บอยู่แต่พวกเขาไม่ควรจะเสียประตูมากถึงขนาดนี้

ลุค ชอว์ และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ สองคนที่โชว์ฟอร์มสุดยอดในฟุตบอลยูโรที่ผ่านมากลับทิ้งฟอร์มไว้ในทัวร์นาเมนต์นั้น ทั้งแผงแบ็กโฟร์จะต้องรับผิดชอบกันทั้งหมด แต่สำหรับ 2 คนนี้คงต้องโดนวิจารณ์หนักเป็นพิเศษเพราะว่าเป็นต้นเหตุให้เสียประตูหลายลูก ยกตัวอย่างเช่นประตูที่ 2 พวกเขาไม่สื่อสารกันจนทำให้ไม่มีใครเข้าบอล

นอกจากนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สมควรโดนตำหนิเรื่องแผนการเพรสซิ่งคู่แข่งซึ่งส่งผลเสียหายทำให้เกมรับเสียขบวน “แรชฟอร์ด, โรนัลโด้, กรีนวู้ด คุณไม่มีทางแย่งบอลกลับมาได้เมื่อมี 3 คนนี้อยู่ข้างหน้า ถ้าคุณต้องการจะเพรสซิ่งคุณต้องส่ง ลินการ์ด ลงสนาม” นี่คือสิ่งที่ แกรี่ เนวิลล์ กล่าวกับ สกาย สปอร์ต

“เกมรุกจะช่วยให้คุณชนะ แต่เกมรับจะช่วยให้คุณเป็นแชมป์!” วลีนี้ยังคงใช้ได้เสมอ หาก โซลชา ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ถึงเวลาที่จะให้คนอื่นเข้ามาแก้แทนแล้วหรือยัง?

2.ซาลาห์หยุดไม่อยู่

นอกจากเราจะได้เห็นเกมรับที่ย่ำแย่ของ แมนยู ในทุกสัปดาห์แล้ว เรายังเห็นความสุดยอดของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกด้วย ก่อนเกมแดงเดือด กองหน้าชาวอียิปต์ซัดประตูมากถึง 12 ลูกกับ 4 แอสซิสต์จากการลงเล่น 11 นัดรวมทุกรายการ มันทำให้นึกถึงฟอร์มของเขาในฤดูกาลแรกกับลิเวอร์พูลไม่มีผิด

เกมนี้เขาโชว์ให้เห็นศักยภาพการจบสกอร์อีกเช่นเคย และการซัดแฮตทริกใส่ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งผลให้เขายิง 107 ประตูในพรีเมียร์ลีกพร้อมขึ้นแท่นนักเตะแอฟริกันที่ทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกแซงหน้าสถิติเดิมของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา (104 ประตู) นอกจากนี้เขายังนำดาวซัลโวหลังยิงครบ 10 ลูกเป็นคนแรกในฤดูกาลนี้ด้วย แม้ว่าเกมรับ “ผีแดง” จะเล่นกันไม่เอาไหน แต่ก็ต้องชมว่า ซาลาห์ นั้นสุดยอดด้วยเช่นกัน

3.เกมแห่งสถิติ

ความพ่ายแพ้ยับเยินแบบนี้ก่อให้เกิดสถิติที่ไม่น่าจดจำสำหรับแฟน “เร้ด อาร์มี่” เริ่มตั้งแต่นี่เป็นการปราชัยคาบ้านให้กับ ลิเวอร์พูล ที่สกอร์ขาดลอยมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร แถมสกอร์ 0-5 นี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานนับตั้งแต่แพ้ให้ แมนซิตี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 1955

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสกอร์ตามหลังคู่แข่ง 0-4 หลังจบครึ่งแรก ขณะที่ ลิเวอร์พูล เองก็ทำสถิติกลายเป็นทีมที่ 2 ในลีกสูงสุดของ อังกฤษ ที่ยิง 5 ประตูในเกมเยือนได้ถึง 2 นัดติดต่อกันโดยไม่เสียประตูด้วย ซึ่งทีมแรกทีทำได้คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1960

4.หงส์แดงเกือบเพอร์เฟค

มันน่าจะเป็นวันที่สุดแสนจะเพอร์เฟคสำหรับ ลิเวอร์พูล แล้วถ้าพวกเขาไม่มีนักเตะบาดเจ็บเพิ่มอีก 2 คน ความจริงมีหลายครั้งในเกมนี้ที่ผู้เล่นหงส์แดงโดนทำฟาวล์รุนแรงไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เตะใส่ เคอร์ติส โจนส์ ที่กำลังนอนอยู่หรือจะเป็นจังหวะ เฟร็ด ยกเท้าสูงซึ่งเหตุการณ์คล้ายๆกับ อองตวน กรีซมันน์ ที่โดนใบแดงเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังโชคดีที่แข้งหงส์แดงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร จนกระทั่ง ปอล ป็อกบา ซึ่งลงเล่นครึ่งหลังได้ 15 นาทีเข้าเสียบสองเท้าใส่ นาบี เกอิต้า ตอนแรกผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ให้แค่ใบเหลืองเท่านั้นแต่เมื่อไปเช็กวีเออาร์แล้ว เขาจึงเปลี่ยนมาเป็นใบแดง

ที่น่าสงสารคือ นาบี เกอิต้า ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มฮอตและทำประตูมาได้ต่อเนื่อง กลับต้องเจออาการบาดเจ็บอีกแล้ว นอกจากนี้ยังมี เจมส์ มิลเนอร์ ที่บาดเจ็บตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกมจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก เมื่อ ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคันทาร่า ยังไม่พร้อมแถมยังมีกองกลางเจ็บเพิ่มอีก 2 คน คงต้องรอดูกันว่าจะส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหนกับทีมของ คล็อปป์ หลังจากนี้

5.โอเล่ชะตาขาดมั้ย?

ทันทีที่เกมแดงเดือดจบลง #OleOut ก็ขึ้นไปติดเทรนด์ทวิตเตอร์ของโลกเหมือนตอนที่ “ผีแดง” พ่ายให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ครั้งนี้เสียงวิจารณ์คงจะหนักหน่วงกว่าครั้งก่อนแน่เพราะนี่เป็นการปราชัยแบบยับเยินให้กับคู่อริตลอดกาล และมันสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ถึงเก้าอี้กุนซือของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ก่อนเริ่มฤดูกาลนี้แฟนผีแดงคาดหวังจะได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้ว และทีมควรจะขยับขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว ทว่ายังไม่ถึง 10 นัดพวกเขากลับตามจ่าฝูงถึง 8 แต้มแล้ว และฟอร์มตอนนี้ก็ยากแม้กระทั่งจะจบท็อปโฟร์เลยด้วยซ้ำ ผู้จัดการทีมคงต้องเป็นคนรับผิดชอบผลงานทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับบอร์ดบริหารว่าจะลงมือปลดทันทีเลยไหม เพราะหลังจากนี้ยังมี 3 เกมหนักรออยู่ก่อนช่วงเบรกทีมชาติ นั่นคือการพบ สเปอร์ส, อตาลันต้า และ แมนซิตี้ งานนี้ต้องรอลุ้นกันว่าวีกหน้าผู้จัดการทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะยังคงเป็นคนชื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยู่หรือไม่?

-------------------------------------------------

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้