รีเซต
เดือดทะลุพิกัด!! รวม สุดยอด 5 แมตช์ ศึกแดงเดือด จำได้ไม่มีวันลืม

เดือดทะลุพิกัด!! รวม สุดยอด 5 แมตช์ ศึกแดงเดือด จำได้ไม่มีวันลืม

เดือดทะลุพิกัด!! รวม สุดยอด 5 แมตช์ ศึกแดงเดือด จำได้ไม่มีวันลืม
TrueID Sport Team
19 สิงหาคม 2565 ( 10:30 )
8K
45

และแล้วศึก "แดงเดือด" ฤดูกาล 2022/23 นัดแรก ก็มาถึงแล้ว เมื่อ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดสนาม ดวลกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในคืนวันจันทร์ที่ 22 สิงหาคมนี้ เวลา 02.00 น. ชมฟรีทางช่อง ID Station (894)

ก่อนลงสนามเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าถิ่น ฟอร์มเข้าขั้นเลวร้ายมาก ลงเตะไป 2 แมตช์ แพ้รวดมาทั้งสองแมตช์ แถมโดนยิงไปถึง 6 ลูก ยังไม่มีสักแต้ม และหล่นไปอยู่อันดับบ๊วยของตารางคะแนน

ด้าน ลิเวอร์พูล ผลงานก็ไม่ได้ดีกว่ากันมากเท่าไหร่ เมื่อยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลย เสมอมาทั้ง 2 นัด เก็บได้เพียง 2 แต้ม เท่านั้น 

ดังนั้น เกมนัดนนี้ นอกจากศักดิ์ศรีแล้ว ชนะนัดแรกของซีซั่น ก็คือสิ่งที่ทั้งสองทีมโหยหาอย่างมาก 

อย่างไรก็ตาม แม้ฟอร์มทั้งคู่จะเป็นอย่างไรมาก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่การันตีได้ว่า ผลนัดนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีอะไรให้แฟนบอลต้องพูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมืองหลังเกมหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา เกมแดงเดือดหลายๆ แมตช์นั้น ก็มีโมเมนต์สำคัญให้แฟนบอลได้จดจำมาจนถึงปัจจุบัน ดังเช่น 5 แมตช์ ต่อไปนี้

1. ตอร์เรส ฝันร้ายของ วิดิช

  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-4 ลิเวอร์พูล (4 มี.ค. 2009)

แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทเกมได้อย่างสวยหรูดูดีมีอนาคต หลังจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สังหารจุดโทษให้ปีศาจแดง ขึ้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 23 แต่ใครจะไปรู้ว่า หลังจากนั้น "หายนะ" กำลังจะมาเยือนพวกเขาโดยเฉพาะปราการหลังที่มีชื่อว่า เนมันยา วิดิช 

เกมวันนั้น วิดิชโดน เฟร์นานโด ตอร์เรส เล่นงานจนเสียผู้เสียคน แถมยังเล่นผิดพลาดเองจนโดนใบแดงออกจากสนามในนาทีที่ 76 สุดท้ายเป็นลูกทีมของกุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่บุกมาขยี้ยับ 4-1 โดยทีมหงส์แดง รัวคืน 4 ลูกรวดจาก เฟร์นานโด ตอร์เรส, สตีเวน เจอร์ราร์ด, ฟาบิโอ ออเรลิโอ และ อันเดรีย ดอสเซน่า

 

2. ลูกยิงมหัศจรรย์ คันโตน่า

  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล (11 พ.ค. 1996)

แดงเดือดเวอร์ชั่น ศึกเอฟเอคัพ 1996 นัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ ทัพหงส์แดง มีแข้งชูโรงอย่างก๊วน "สไปซ์บอย" อาทิ เดวิด เจมส์, เจมี่ เรดแน็ปป์, เจสัน แม็คเคเทียร์, สตีฟ แม็คมานามาน, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ส่วนแก๊งเรดอาร์มี่นำมาโดย ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, เดวิด เบ็คแฮม ไรอัน กิ๊กส์, รอย คีน, แอนดี้ โคล และลูกพี่ เอริค คันโตน่า 

เกมนี้ทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสูสี และทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แต่ในช่วงก่อนหมดเวลาแค่ 5 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลูกเตะมุม เบ็คแฮม บรรจงเปิดเข้ามากลางเขตโทษ เดวิด เจมส์ นายด่านหงส์แดง ออกมาชกบอลไปเข้าทาง เอริค คันโตน่า กระโดดถอยหลังยิงวอลเลย์ด้วยขวาจากนอกเขตโทษ ส่งบอลพุ่งตุงตาข่ายอย่างสวยงามและเป็นประตูชัยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าชัย 1-0 ครองแชมป์เอฟเอคัพในปีนั้นต่อหน้าแฟนบอลกว่า 79,000 คน

ขณะเดียวกัน ประตูนี้ของ คันโตน่า ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในลูกยิงสุดคลาสสิคตลอดกาลในประวัติศาสตร์ของศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ อีกด้วย

 

3. เบอร์บาตอฟ จัดแฮตทริก

  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 ลิเวอร์พูล (19 ต.ค. 2010)

การทำแฮตทริกได้นับว่าสะใจแล้ว แต่ยิ่งสามารถซัลโว "แฮตทริก" ใส่ทีมคู่อริได้นั้นต้องเรียกว่าสะใจเสียยิ่งกว่าอะไรดี 

แมตช์นี้เหมือนเป็นเกมที่สร้างขึ้นมาเพื่อ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ อย่างแท้จริง เมื่อหัวหอกทีมชาติบัลแกเรีย กดคนเดียว 3 เม็ดใส่ทีม "หงส์แดง" โดยเฉพาะประตูที่สอง ซึ่ง เบิร์บ โชว์ลีลาโอเวอร์เฮดคิกยิงเข้าไปแบบสวยสดหมดจดหยดย้อยคะแนนเต็ม 100 ก็ต้องให้ 1,000 กันไปเลย


4. ใบแดง เจอร์ราร์ด (38 วินาที)

  • ลิเวอร์พูล 1-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (22 มี.ค. 2015)

ฆวน มาต้า ยิงให้ "ปีศาจแดง" บุกมาขึ้นนำก่อน 1-0 ในครึ่งแรก ทำให้กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ อยู่เฉยไม่ได้ และจำเป็นต้องส่ง สตีเวน เจอร์ราร์ด ห้องเครื่องคนสำคัญลงมาช่วยทีมตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง หวังนำทัพหงส์แดงพลิกสถานการณ์กลับมาให้ได้

แต่อนิจจา หลังจากผู้ตัดสิน มาร์ติน แอตกินสัน เป่านกหวีดเริ่มเกมครึ่งหลังไปได้เพียง 38 วินาที "กัปตันเจิด ณ แอนฟิลด์" ก็ต้องเดินคอตกออกจากสนาม หลังจากเจ้าตัวโดนใบแดงจากการไปย่ำใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า

สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาคว้าชัย 2-1 และเป็นเกมแดงเดือด แมตช์สุดท้ายของ เจอร์ราร์ด ในยูนิฟอร์มของลิเวอร์พูล อย่างชอกช้ำ ก่อนที่เจ้าตัวจะอำลาถิ่นแอนฟิลด์ หลังจบซีซั่นดังกล่าว

 

5. แดงเดือด ช่องว่าง 30 คะแนน

  • ลิเวอร์พูล 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (19 มกราคม 2020)

นี่คือแดงเดือด เมื่อฤดูกาล 2019/20 ซึ่งเป็นซีซั่นมหากาพย์ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่สวมวิญญาณ "ฆาตกรต่อเนื่อง" ไล่ขยี้ทุกทีมที่ขวางหน้า รวมถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นเหยื่อของพวกเขาด้วยเช่นกัน

ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกโขกของ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ ในนาทีที่ 14 ก่อนที่จะมาได้ประตูตอกฝาโลงในช่วงทดเจ็บจากฝีท้าของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ช่วยให้ทีมหงส์แดง คว้าชัย 2-0 พร้อมกับเสียงเฮของเดอะค็อปที่เฮสนั่นจนแอนฟิลด์แทบแตก

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ครองจ่าฝูงโดยมีแต้มทิ้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่รั้งอันดับ 5 ห่างไกลถึง 30 คะแนน และในที่สุดทีม "หงส์แดง" ก็ได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกในบั้นปลาย ยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดที่เฝ้ารอมานานถึง 30 ปีได้สำเร็จ!

ย้ำอีกครั้ง ศึกแดงเดือด "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล คืนวันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม เวลา 02.00 น. ยิงสดให้ชมฟรีทางช่อง ID Station (894) บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2022/23 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่ - ซิมทรูชมทีมโปรดฟรี!

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! หรือ กด *301*32# โทรออก

หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด *301*36# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้