รีเซต
ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23 : 'แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด' กับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23 : 'แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด' กับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23 : 'แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด' กับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
EkkEReport
30 กรกฎาคม 2565 ( 00:00 )
3.9K
1

ทรูไอดีพรีวิว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2022/23 ทีมฟุตบอล ศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022/23

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทสรุปผลงานซีซั่นก่อน

ฤดูกาล 2021/22 ที่ผ่านมา อาจจะถือได้ว่าเป็นซีซั่นที่ "น่าผิดหวัง" หรือ "ล้มเหลว" ที่สุดของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคพรีเมียร์ลีกเลยก็ว่าได้ หลังจากที่พวกเขาทำผลงานได้ย่ำแย่สุดๆ จนเก็บแต้มได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกที่ 58 แต้ม เท่านั้น พร้อมจบในอันดับที่ 6 ของตาราง เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งนับเป็นอันดับต่ำที่สุดเป็นลำดับที่ 2 รองจากซีซั่น 2013/14 ในยุคของ เดวิด มอยส์ ที่จบในอันดับ 7 ด้วยการมี 64 แต้ม

จากผลงานการคว้า 2 รองแชมป์ ได้แก่ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในฤดูกาล 2020/21 บวกกับการเสริมทัพที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ที่แฟนๆ ต่างเฝ้ารอคอยกันมาเป็นปี, ราฟาแอล วาราน ปราการหลังดีกรีแชมป์โลก โดยเฉพาะดีลที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังโลก อย่างการกระชากตัวตำนานซูเปอร์สตาร์ของทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้กลับมาวาดลวดลายในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ซีซั่นนี้น่าจะเป็นปีที่แฟนๆ ปีศาจแดง ต่างคาดหวังที่จะกลับมามีลุ้นทวงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีก ที่พวกเขาต่างเฝ้ารอกันแบบเต็มตัวเสียที แต่ทว่า สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ออกมา มันกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง

ทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ภายใต้การนำทัพของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกสตาร์ทซีซั่นได้อย่างร้อนแรงและน่าประทับใจสุดๆ ด้วยการเปิดบ้านไล่ถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปแบบขาดลอย 5-0 ในนัดเปิดฤดูกาล ก่อนที่จะทำผลงานชนะ 4 เสมอ 1 จาก 5 นัดแรก มี 13 แต้ม เท่ากับจ่าฝูงในเวลานั้นอย่าง เชลซี และ ลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาอันสวยหรูและแสนจะหอมหวานของเหล่าบรรดา เร้ด อาร์มี่ ก็จนสิ้นลงอย่างรวดเร็ว และกลับตาลปัตรกลายเป็นความหายนะอันขมขื่น จนเกินที่ใครจะคาดคิด เมื่อ 7 นัดต่อมา กุนซือเจ้าของฉายา "เพชฌฆาตหน้าทารก" พาทีมชนะ 1 เสมอ 1 และแพ้ไปถึง 5 นัด โดยเฉพาะศึกแดงเดือด ที่กลายเป็นฝันร้ายของเด็กผี จากการโดน ลิเวอร์พูล คู่อริหมายเลขหนึ่ง บุกมาถล่มจนเละคาบ้านไปแบบไร้ทางสู้ถึง 5-0

จนในที่สุด ฟางเส้นสุดท้ายของ แมนยู กับ โซลชา ก็ขาดสะบั้นลงทันที หลังพวกเขาบุกไปพ่าย วัตฟอร์ด แบบสุดช็อกถึง 1-4 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2021 ทำให้สโมสรต้องตัดสินใจประกาศแยกทางกับ เฮดโค้ชชาวนอร์เวย์ ไปแบบไร้ทางเลือก แล้วแต่งตั้งให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ขึ้นมารับหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพ ก่อนที่ คาร์ริค จะพาทีมบุกเจ๊า เชลซี 1-1 และเปิดบ้านเฉือนชนะ อาร์เซน่อล 3-2 จากนั้น ปีศาจแดง จึงได้ทำการดึงตัว ราล์ฟ รังนิค เข้ามารับบทเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวไปจนจบฤดูกาล

ผลงานการคุมทีมของ รังนิค ในช่วงแรก แม้ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมนัก แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เมื่อ 12 นัดแรกในลีก ชนะ 7 เสมอ 4 และพาทีมแพ้ไปเพียงแค่นัดเดียว แต่แล้ว สถานการณ์ก็ดูจะกลับมาซ้ำรอยอีกครั้งจนได้ เมื่อฟอร์มการเล่นของ ปีศาจแดง เริ่มดิ่งลงเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย จนสุดท้ายพวกเขาก็ต้องพลาดตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปตั้งแต่ก่อนจะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลด้วยซ้ำ

แล้วยิ่งพอหมดลุ้นตำแหน่งท็อปโฟร์ไปแล้ว นักเตะก็เริ่มออกอาการหมดใจ และลงเล่นแบบไร้ความมุ่งมั่นอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ 12 นัดหลังในลีก รังนิค ได้ฝากผลงานอันสุดเลวร้ายเอาไว้ ด้วยการคว้าชัยได้เพียงแค่ 3 นัด เสมอ 3 และแพ้ไปถึง 6 นัด ซึ่งรวมถึงการพาทีมพ่ายกับให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-4 และ ลิเวอร์พูล ไปอีก 0-4 ด้วย ก่อนที่สุดท้ายแล้ว ราล์ฟ รังนิค จะโบกมือลาทีมไปแบบงงๆ หลังจบซีซั่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยตกลงกันไว้ว่าจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้ทีมต่ออีก 2 ปี

และทั้งหมดนี้ ก็คือบทสรุปของซีซั่นที่แสนจะเจ็บปวด และไม่น่าจดจำ สำหรับแฟนบอลปีศาจแดง นั่นเอง

 

ขุมกำลังซีซั่นนี้

คงต้องบอกว่า ฤดูกาลนี้คือการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เพราะนอกจากพวกเขาจะได้กุนซือป้ายแดงอย่าง เอริค เทน ฮาก เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แล้ว ในด้านของขุมกำลังนักเตะ ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแข้งดังมากประสบการณ์หลายรายที่หมดสัญญา และได้โบกมืออำลาทีมกันไปเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็น ปอล ป็อกบา, เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, เนมานย่า มาติช, เอดินสัน คาวานี่ และ ลี แกรนท์ รวมทั้งยังได้ขาย อันเดรียส เปเรย์ร่า ออกจากทีมไปอีกคน

ส่วนทางด้านของการเสริมทัพ ในช่วงแรกของตลาดซื้อขาย แมนยู ก็ยังคงรักษาคอนเส็ปต์เดิม คือ กว่าจะได้แข้งใหม่มาแต่ละคน ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน จนเวลาล่วงเลยมาจนเข้าสู่เดือนกรกฎาคม ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตัว ไทเรลล์ มาลาเซีย แบ็กซ้ายจาก เฟเยนูร์ด มาเสริมทัพเป็นรายแรก ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร บวกแอดออน 2 ล้านยูโร ซึ่งดาวเตะรายนี้ ก็สามารถทำผลงานในช่วงปรีซีซั่นได้ไม่เลวเลย

จากนั้น ปีศาจแดง จึงสร้างเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้กับแฟนๆ ได้บ้าง ด้วยการปิดดีล คว้าแข้งใหม่ได้อีก 2 ราย ในช่วงเวลาไล่เรี่ยกัน นั่นคือ คริสเตียน อีริคเซ่น มิดฟิลด์ทีมชาติเดนมาร์ก ที่ย้ายมาร่วมทีมแบบฟรีเอเย่นต์ และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ แนวรับศิษย์เก่าของ เทน ฮาก จาก อาแจ็กซ์ ด้วยค่าตัวราว 57 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็น 2 ดีล ที่น่าจะทำให้เด็กผีได้ดีใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี แม้จะได้แข้งใหม่มาแล้ว 3 ราย แต่ แมนยู ยังคงเดินหน้าพร้อมคว้าแข้งใหม่มาเสริมทัพเพิ่มอีก โดยเฉพาะนักเตะที่เป็นเป้าหมายอันดับ 1 ในตลาดรอบนี้ อย่าง เฟรงกี้ เดอ ยอง ของ บาร์เซโลน่า ที่การเจรจายืดเยื้อมากว่า 2 เดือนเต็ม และยังไม่มีท่าทีว่าจะได้บทสรุปแต่อย่างใด ทำให้แฟนๆ คงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้ว กองกลางเลือดดัตช์รายนี้ จะยอมย้ายมาเล่นในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือไม่ ซึ่งหากสุดท้ายแล้ว พวกเขาได้ เดอ ยอง มาร่วมทัพ ก็คงต้องบอกว่า ขุมกำลังของปีศาจแดงจะน่ากลัว และแข็งแกร่งไม่แพ้ทีมใดเลย

 

คีย์แมนที่น่าจับตามอง

ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายในดีลของ เฟรงกี้ เดอ ยอง บอร์ดบริหารของ ยูไนเต็ด ก็ยังมีเรื่องให้ปวดหัวและหนักใจไม่แพ้กัน นั่นคือ ประเด็นอนาคตของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งกลายเป็นปัญหา ที่ในเวลานี้ยังคงมองไม่เห็นทางออกเช่นกัน เนื่องจากคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การอยู่ต่อหรือจากไปของ ซูเปอร์สตาร์หมายเลข 7 ผู้นี้ ย่อมจะสร้างผลกระทบไม่น้อยให้กับทีมของ เทน ฮาก อย่างแน่นอน

โดยหากว่าสุดท้ายแล้ว โรนัลโด้ เปลี่ยนใจ อยู่กับทีมต่อไป เชื่อว่าเขาก็จะยังคงเป็นอาวุธสำคัญของทีมอยู่ แม้ว่า ดาวเตะวัย 37 ปี อาจจะไม่ได้ผูกขาดตำแหน่งตัวจริงทุกเกม เหมือนที่ผ่านๆ มาอีกต่อไปแล้ว เนื่องด้วยอายุที่มากขึ้น รวมทั้งยังมี อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่กลับมาโชว์พร้อมได้ดี ซึ่งพร้อมจะแย่งชิงตำแหน่งศูนย์หน้าด้วยเช่นกัน

แต่หากว่า CR7 ได้เดินออกจากโรงละครแห่งความฝันไปอีกครั้ง "โอกาส" ที่มาพร้อมกับ "ภาระอันหนักอึ้ง" ก็จะไปตกอยู่กับ มาร์กซิยาล ในเวลาเดียวกันแบบเต็มๆ ซึ่งก็ไม่แน่ว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง ปีศาจแดง จะสามารถหาหัวหอกคนใหม่เข้ามาเสริมทัพได้ทันเวลาในตลาดรอบนี้หรือไม่

อย่างไรก็ดี ถ้าจะต้องเลือกคีย์แมนที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ ก็น่าจะยังคงหนีไม่พ้นจอมทัพของทีมอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่เป็นคนที่มีอิมแพ็ค ต่อรูปเกมของ แมนยู มาโดยตลอด โดยวันไหนที่เขาสามารถโชว์ฟอร์มได้ดี ผลงานของทีมก็มักจะดีตามไปด้วย แต่หากเกมไหนที่เขาเล่นไม่ออก ฟอร์มของทีมก็มักจะดร็อปตามไปด้วยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งฤดูกาลที่แล้ว คงต้องยอมรับว่า ฟอร์มโดยรวมของ บรูโน่ ตกลงไปจากมาตรฐานที่เคยสร้างไว้ก่อนหน้านี้พอสมควร จึงเป็นที่น่าสนใจว่า ในซีซั่นนี้ เพลย์เมคเกอร์ชาวโปรตุกีส จะสามารถงัดฟอร์มที่ดีที่สุดของเขา กลับมาช่วยทีมได้หรือไม่ เพราะหากทำไม่ได้ ตำแหน่งหัวใจของทีม ก็อาจจะถูกแข้งใหม่อย่าง คริสเตียน อีริคเซ่น แย่งชิงไปก็เป็นได้

 

บทวิเคราะห์และทำนายอันดับ

หากมองย้อนกลับไป ก่อนที่ฤดูกาล 2021/22 จะเริ่มต้นขึ้น หากใครบอกว่า เป้าหมายของ แมนยู นั้น จะต้องมองให้ไกลกว่าตำแหน่งท็อปโฟร์ หรือมีโอกาสที่จะลุ้นเบียดแย่งแชมป์เลยด้วยซ้ำ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะมันก็เป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ไม่น้อย แต่เมื่อผ่านมา 1 ปี หากใครที่ยังยืนยันคำเดิม ก็คงจะกลายเป็นคนที่ถูกมองว่า "หวังสูงเกินความเป็นจริง" ไปเสียแล้ว เพราะผลงานในปีที่ผ่านมา มันทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาได้ขยับออกห่างจากความสำเร็จไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จนมาอยู่ในสถานะที่ต้องกลับมาเริ่มต้นสร้างทีมกันใหม่อีกครั้ง

คงต้องยอมรับว่า ปัญหาในฤดูกาลก่อนของทีมดังแห่ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด นั้น มีอยู่มากมาย จนคงไม่สามารถจะแก้ไขให้หมดไปได้ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงฤดูกาลเดียว ซึ่งเป็นที่มาของการที่ต้องกำหนดเป้าหมายให้เหมาะสมกับความเป็นจริง จากความเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองว่ากำลังอยู่ในจุดใด ทำให้เชื่อว่า ปีศาจแดง คงจะต้องกลับมามองไปที่การจบในอันดับท็อปโฟร์ เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้อีกครั้ง หลังจากการพลาดตั๋วในปีนี้ ได้สร้างความเสียหายให้พวกเขาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเรื่องของรายได้ ภาพลักษณ์ รวมทั้งการดึงดูดนักเตะใหม่เข้ามาสู่ทีม ซึ่งมันจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลในการสร้างทีมในปีต่อๆ ไป

โดยในปีนี้สิ่งที่ เอริค เทน ฮาก จะต้องทำให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก นั่นคือ การสร้างขวัญกำลังใจ ทำให้นักเตะกลับมามุ่งมั่น และมั่นใจในการลงสนามอีกครั้ง เพราะมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบแทคติก รูปแบบวิธีการเล่น สภาพความฟิตของนักเตะ หรือความเข้าขารู้ใจกัน มันคงจะต้องค่อยๆ ใช้เวลาพัฒนา และน่าจะดีขึ้นได้ตามลำดับ

ทั้งนี้ จากสิ่งที่ได้เห็นในช่วง 1 เดือนแรก คงต้องบอกว่า แมนยู ในยุคของ เทน ฮาก นั้น ดูดีมีอนาคตขึ้นอย่างชัดเจน ราวกับว่าพวกเขาเริ่มเดินมาถูกทางแล้ว ทั้งเรื่องของระเบียบวินัย ความเข้มงวดและจริงจังในการฝึกซ้อม สภาพจิตใจของนักเตะ รวมทั้งผลงานที่ออกมาในสนาม ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนว่า กำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว จนทำให้ใครๆ หลายคนคงจะตื่นเต้น และแอบคิดฝันกันไปไกลอีกครั้ง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด เพราะทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะหวัง เพื่อจะได้ตามลุ้นตามเชียร์ทีมรักกันได้อย่างสนุกสนาน แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อว่า คงมีเด็กผีอีกไม่น้อย ที่น่าจะยังไม่อยากตั้งความหวังเอาไว้สูง เพราะยังกลัวที่จะต้องรู้สึกผิดหวังและเจ็บช้ำ เหมือนกับที่เคยเผชิญมาครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

อย่างไรก็ดี หากวิเคราะห์และมองกันโดยเนื้อผ้า คงต้องบอกว่า สภาพทีมโดยรวมของ ปีศาจแดง ที่เพิ่งเริ่มนับหนึ่งใหม่ คงยังไม่พร้อมที่จะเป็นทีมลุ้นแชมป์ในปีนี้ เพราะแม้กระทั่งการแย่งชิงท็อปโฟร์ ก็ยังไม่ใช่งานง่ายเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่า เป้าหมายแรกที่สำคัญที่สุดของ แมนยู ก่อนจะมองไปถึงเรื่องของอันดับในตาราง คือการมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ การมีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน รวมทั้งความใจสู้ของนักเตะ เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คงเป็นเรื่องที่แฟนผีส่วนใหญ่คาดหวัง และอยากจะเห็นจากกุนซือคนใหม่มากที่สุด เพราะไม่ว่าสุดท้ายแล้ว ยูไนเต็ด จะจบฤดูกาลในอันดับใด หาก เทน ฮาก พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ เขาก็ยังคงเหมาะสมและคู่ควรที่จะได้รับ "เวลา" และ "โอกาส" ในการยกระดับทีมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น แฟนปีศาจแดง ก็คงจะต้องวนเวียนกลับมาตามหา "คนที่ใช่" สำหรับพวกเขาอีกครั้ง

อันดับที่คาด : อันดับที่ 5

 

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23

 

"เอกกี้รีพอร์ต"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

ดูสด ดูฟรี ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ... พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม
ต้อง App TrueID เท่านั้น โหลดเลย!!

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! หรือ กด *301*32# โทรออก

หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด *301*36# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้