
5 สิ่งที่จะเปลี่ยนไป เมื่อผู้ชายดื่มมัทฉะต่อเนื่อง

ถ้าเบื่อกาแฟที่ดื่มแล้วใจสั่น แถมหมดฤทธิ์แล้วง่วง มัทฉะ อาจเป็นคำตอบใหม่ที่คุณไม่ควรมองข้าม มัทฉะไม่ได้มีดีแค่หน้าตาหรือความฮิปเวลานั่งจิบในคาเฟ่ แต่มันเต็มไปด้วยประโยชน์จากมัทฉะที่เห็นผลได้จริง โดยเฉพาะถ้าคุณดื่มมัทฉะเป็นประจำ ลองมาดูกันว่าอะไรจะเปลี่ยนไปบ้าง เมื่อคุณเติมมัทฉะเข้าไปในชีวิตประจำวัน
มัทฉะคืออะไร ต่างจากชาเขียวทั่วไปอย่างไร
มัทฉะไม่ใช่แค่ชาเขียวธรรมดา แต่มันคือพลังจากใบชาบดละเอียดที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาหลายร้อยปี ซึ่งให้ทั้งกลิ่น รสชาติ และสารอาหารเข้มข้นกว่าชาเขียวธรรมดา และยังแตกต่างในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น
1. กระบวนการปลูกและเก็บเกี่ยวต่างกัน
มัทฉะมาจากต้นชาเดียวกับชาเขียวทั่วไป (Camellia sinensis) แต่ก่อนเก็บเกี่ยว 3–4 สัปดาห์ ชาจะถูกคลุมบังแดดไว้ ทำให้ต้นชาสะสมคลอโรฟิลล์มากขึ้น ใบจึงมีสีเขียวเข้มและมี L-theanine สูงกว่า
2. รูปแบบการบริโภคต่างกัน
- ชาเขียวทั่วไป: ใช้ใบชาแห้งแช่น้ำร้อน แล้วทิ้งกากใบ
- มัทฉะ: ดื่มทั้งใบในรูปของผงละลายน้ำ ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้รับสารอาหารมากกว่า เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ คาเฟอีน และ L-theanine
3. รสชาติและสัมผัสต่างกัน
มัทฉะมีรสเข้ม ขมนิด ๆ ฝาดเล็กน้อย และมีรสอูมามิกลมกล่อมในตัว ส่วนชาเขียวทั่วไปมักจะเบากว่า ใสกว่า ดื่มง่ายกว่า แต่สารอาหารอาจไม่แน่นเท่า
4. สีและเนื้อสัมผัสต่างกันชัดเจน
มัทฉะมีสีเขียวเข้ม เนื้อละเอียดเหมือนแป้ง เมื่อชงแล้วจะมีเนื้อสัมผัสข้นกว่าเล็กน้อย ต่างจากชาเขียวทั่วไปที่เป็นน้ำใส ๆ
5. คุณค่าทางโภชนาการมากกว่า
เพราะดื่มทั้งใบชา มัทฉะจึงให้สารต้านอนุมูลอิสระ EGCG สูงกว่า L-theanine มากกว่า และยังมีไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุในใบชาที่ไม่ได้โดนทิ้งไป
5 สิ่งที่จะเปลี่ยนไป เมื่อผู้ชายดื่มมัทฉะต่อเนื่อง
1. สมาธินิ่งขึ้น ไม่เหวี่ยงง่าย
ผู้ชายยุคนี้ต้องแบกสารพัดความเครียด งาน ปัญหา ครอบครัว การจราจร ล้วนดึงสมาธิไปหมด มัทฉะมีสารสำคัญชื่อว่า L-theanine ซึ่งช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด แต่ไม่ทำให้คุณง่วงเหมือนยานอนหลับ ที่น่าสนใจคือ L-theanine จะทำงานร่วมกับคาเฟอีนในมัทฉะ ส่งผลให้คุณโฟกัสดีขึ้น คิดงานลื่นขึ้น และใจเย็นกว่าเดิม ถ้าคุณเป็นคนที่มักหงุดหงิดง่าย ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วเดิม มาเป็นมัทฉะสักแก้วในตอนเช้า อาจช่วยให้คุณรับมือกับเช้าวันจันทร์ได้ดีกว่าเดิม
2. พลังงานคงที่ ไม่ดิ่งระหว่างวัน
กาแฟให้พลังงานพุ่งไว แต่ก็ดิ่งไวเช่นกัน ใครเคยง่วงแบบหมดแรงตอนบ่าย ๆ คงเข้าใจดี คาเฟอีนในมัทฉะปล่อยออกอย่างช้า ๆ ทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวแบบ “เนิบแต่มั่นคง” ไม่กระตุก ไม่พุ่งแรงเกินไป และไม่ทำให้ใจสั่น เหมาะมากกับคนที่ต้องใช้สมองตลอดวัน หรือทำงานที่ต้องโฟกัสยาว ๆ เพราะมัทฉะช่วยให้พลังงานเสถียรแบบไม่มีจังหวะร่วงกลางวันให้รำคาญใจ
3. ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น
มัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ EGCG (Epigallocatechin Gallate) ที่มีผลต่อการเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมัน ช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานได้ดีขึ้น เหมาะกับสายฟิตหุ่น หรือคนที่เริ่มลดน้ำหนักแต่ยังติดน้ำหวาน ถ้าคุณกำลังคุมอาหารอยู่ ลองเปลี่ยนเครื่องดื่มหลังอาหารมาเป็นมัทฉะเย็นแบบไม่เติมน้ำตาล หรือมัทฉะลาเต้ใส่นมพืช ก็ช่วยให้การควบคุมน้ำหนักมีแรงเสริมเพิ่มขึ้นอีกนิด โดยไม่ต้องฝืนมาก
4. ผิวหน้าดูใสขึ้นแบบไม่ต้องลงสกินแคร์เยอะ
ผู้ชายบางคนไม่อินกับสกินแคร์ แต่ก็ไม่อยากดูโทรม มัทฉะช่วยตรงนี้ได้ เพราะมีสารต้านการอักเสบสูง ช่วยลดการเกิดสิว ผิวหมองคล้ำ หรือรอยแดงจากการใช้ชีวิตลุย ๆ การดื่มมัทฉะต่อเนื่องเหมือนการบำรุงจากข้างใน ค่อย ๆ เปลี่ยนผิวคุณให้สดใสขึ้น ดูสะอาดขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งรองพื้นหรือครีมแพง ๆ แค่หามัทฉะดี ๆ ติดบ้านไว้ก็พอ
5. อารมณ์ดีขึ้น มีสมดุลในแต่ละวัน
L-theanine ในมัทฉะไม่ใช่แค่ช่วยสมาธิ แต่มันยังส่งผลต่อระดับ เซโรโทนิน และ โดพามีน ในสมอง ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความสุข และความพึงพอใจ เมื่อดื่มมัทฉะเป็นประจำหลายคนพบว่าอารมณ์นิ่งขึ้น ไม่เหวี่ยงง่าย ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่หดหู่แบบที่เป็นช่วงบ่าย ๆ หรือหลังทำงานหนัก ๆ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวมากขึ้น
จะเห็นได้ว่ามัทฉะไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นทางเลือกสุขภาพที่เหมาะกับผู้ชายยุคใหม่ที่อยากบาลานซ์ชีวิต ไม่ว่าจะทำงานหนัก นอนน้อย หรือเริ่มหันมาดูแลตัวเอง ลองเริ่มต้นจากแก้วมัทฉะในแต่ละวัน อาจเปลี่ยนสมดุลชีวิตคุณได้มากกว่าที่คิดก็เป็นได้
บทความที่เกี่ยวข้อง