ไขข้อข้องใจ : ทำไมชุดฟุตบอลทีมชาติอิตาลีจึงเป็นสีฟ้า ทั้ง ๆ ที่ไม่มีในสีธงชาติ ? | Main Stand

ไขข้อข้องใจ : ทำไมชุดฟุตบอลทีมชาติอิตาลีจึงเป็นสีฟ้า ทั้ง ๆ ที่ไม่มีในสีธงชาติ ? | Main Stand
เมนสแตนด์
6 ธ.ค. 63
464

เมื่อพูดถึงฟุตบอลทีมชาติอิตาลี นอกเหนือจากความเก่งกาจที่การันตีด้วยแชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัย, สไตล์การเล่นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมที่มีเกมรับที่ดีที่สุดในโลก, ตำนานนักเตะมากมายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง และสามารถพูดคำว่า "คลาสสิค" ได้อย่างเต็มปากแล้ว อีกหนึ่งภาพจำที่ปรากฏขึ้นมาคือชุดแข่งสีฟ้าเข้ม (Azure) ของพวกเขา (แม้โดยทั่วไปคนไทยจะมองว่าเสื้อทีมชาติอิตาลีเป็นสีน้ำเงิน แต่ในบทความนี้เราจะขอใช้คำว่าสีฟ้า ตามความหมายของโทนสีที่แท้จริงของเสื้อทีมชาติอิตาลี)


 

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฟุตบอลทีมชาติอิตาลีใช้ชุดแข่งสีฟ้ากวาดความสำเร็จมาแล้วมากมาย จนทำให้หลายคนอาจลืมนึกไปว่า ธงชาติประเทศอิตาลีไม่มีสีฟ้าปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย

อะไรคือเหตุผลของการใช้สีฟ้าเป็นสีหลักในชุดนักฟุตบอล รวมถึงนักกีฬาอีกหลายประเภทของประเทศอิตาลี ร่วมไขข้อข้องใจนี้ได้ที่ Main Stand

 

ไตรรงค์แห่งอิตาลี

อย่างที่ทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีว่า ธงชาติอิตาลีนั้นไม่มีสีฟ้าปรากฏอยู่แม้แต่น้อย แต่เป็นธงแถบสามสีแนวตั้งที่ประกอบด้วยสีแดง, ขาว, และเขียว หรือที่เรียกโดยรวมในภาษาอิตาลีว่า Il Tricolore (ไตรรงค์)

มีทฤษฎีมากมายที่เกิดขึ้นเพื่ออธิบายความเป็นมาของธงชาติอิตาลี ทว่าทฤษฎีเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ถูกปัดตกไปเนื่องจากเป็นเพียงการสันนิษฐานขึ้นมาลอย ๆ ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใด ๆ มาอ้างอิง 

หนึ่งในทฤษฎียอดนิยม คือการกล่าวอ้างว่าธงชาติไตรตรงค์อิตาลีถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ในยุคกลาง หรือยุคนโปเลียน เช่นการบอกว่ามีการอ้างถึงธงสามสีในงานวรรณกรรม The Purgatory of Dante Alighieri ของ ดันเต อาลีกีเอรี ทว่าหลักฐานก็ไม่มีน้ำหนักมากพอ และมีการโต้แย้งว่าสิ่งที่ ดันเต หมายถึง ไม่ใช่ความเป็นปึกแผ่นของชนชาติอิตาลี แต่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมทางเทววิทยาเสียมากกว่า

อีกหนึ่งทฤษฎีดังที่โดนปัดตกไป คือการกล่าวอ้างว่าธงไตรรงค์อิตาลีปรากฎครั้งแรกในขบวนกองทัพอาณาจักร Tuscan Guelphs ในสมรภูมิสงครามที่เมืองเลคนาโน แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ในประเด็นนี้เช่นกัน

และถ้าว่ากันตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ได้เลยว่า ธงชาติอิตาลีมีความเกี่ยวข้องกับยุคกลาง โดยครั้งแรกซึ่งปรากฏหลักฐานการมีอยู่ของธงไตรรงค์ที่ทุกคนคุ้นเคย ก็ห่างจากยุคกลางหลายศตวรรษเสียด้วยซ้ำ เพราะมันคือวันที่ 21 สิงหาคม ปี 1789 ณ เมืองเจนัว

จากจดหมายเหตุประเทศอิตาลีได้มีการระบุว่า มีผู้คนมากมายที่เข้าร่วมประท้วง ณ อาณาจักรเจนัว (ในขณะนั้นอิตาลียังมีการแบ่งเป็นแคว้นต่าง ๆ ไม่ได้รวมกันเป็นประเทศเหมือนในปัจจุบัน) ได้มีการทาสีแดง, ขาว, เขียว ไว้ที่เสื้อผ้าตัวเอง

ในปี 1794 มีการนำธง 3 สี มาโบกไสวขณะที่กำลังสู้รบขับไล่ผู้รุกรานจากต่างชาติ ณ อาณาจักรโบโลญญ่า ก่อนที่มันจะปรากฏไปทั่วอาณาจักรต่าง ๆ ในเวลาใกล้เคียงกันเช่น อาณาจักรซิสปาดาเน, อาณาจักรทรานส์ปาดาเน, อาณาจักรเวเนเชียน เป็นต้น 

ด้วยเหตุนี้จะเห็นได้ว่า แถบ 3 สีนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการรวมอาณาจักรต่าง ๆ เข้ามาเป็นประเทศชาติ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่มันจะถูกนำมาใช้เป็นสีของธงชาติอิตาลีด้วยเช่นกัน 

อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนอาจจะสงสัยคือ ... แล้วทำไมต้องเป็นสี แดง, ขาว, เขียว ?

คำตอบของคำถามข้อนี้ ยากกว่าเรื่องการหาที่มาการปรากฏขึ้นครั้งแรกของธงไตรรงค์เสียอีก เนื่องจากมีทฤษฎีมากมายที่สามารถใช้อธิบายได้ แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ 100% ว่าทฤษฎีที่ถูกต้องคือทฤษฎีไหนกันแน่ 

หนึ่งในทฤษฎีสำคัญที่ได้รับการกล่าวอ้างมากที่สุด คือได้รับแรงบันดาลใจมาจากธงของประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่งผ่านพ้นการปฏิวัติฝรั่งเศสมาไม่นานนัก แต่ได้เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีเขียว ตามแนวคิดของสมาคมเพื่อนรัฐธรรมนูญชาโคแบง ที่ให้สีเขียวเป็นสีแห่งตัวแทนของธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เสรีภาพมากที่สุด 

อีกสมมติฐานที่พยายามอธิบายความหมายของสีประจำชาติอิตาลีทั้งสามสี โดยอ้างอิงกับองค์ความรู้เชิงภูมิศาสตร์ เช่น สีเขียว เชื่อมโยงกับสีของทุ่งหญ้ารอบ ๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สีขาว กับหิมะแห่งเทือกเขาแอลป์ และ สีแดง หมายถึงสีเลือดของผู้กล้าที่ต้องสละชีวิตในการรวมชาติ

ในแง่มุมของศาสนาก็มีทฤษฎีด้วยเช่นกัน เนื่องจากอิตาลีคือหนึ่งในศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมาโดยตลอด นักประวัติศาสตร์จำนวนไม่น้อยจึงปักใจเชื่อว่าที่มาของสีทั้ง 3 น่าจะเกี่ยวข้องกับศาสนา 

อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากไม่มีหลักฐานชัดเจนในการระบุว่าทฤษฎีไหนถูกต้อง ถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าที่มาของสีทั้ง 3 บนธงชาติอิตาลีมีที่มาจากอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ คือดูเหมือนว่าเรื่องราวความเป็นมาของธงชาติไตรรงค์ จะไม่เกี่ยวข้องกับสีฟ้าน้ำเงินบนชุดนักฟุตบอลอิตาลีเลยแม้แต่น้อย

แล้วสีฟ้าน้ำเงินที่ทุกคนเห็นจนชินตามันมีที่มาจากไหนกันแน่ ?

 

พลพรรคอัซซูรี่

จากหนังสือ Tutti i Colori del Calcio (ทุกสีของฟุตบอล) โดยผู้เขียน เซอร์จิโอ ซัลวี และ อเลสซานโดร ซาโวเรลี่ ระบุไว้ว่า 

"แม้ฟุตบอลทีมชาติส่วนใหญ่จะสวมใส่เสื้อผ้าตามสีที่ปรากฏในธงชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายประเทศที่สีบนเสื้อผ้าไม่ยึดโยงกับธงชาติ เช่นสีขาว บนชุดนักฟุตบอลเยอรมันก็มาจากสีของอาณาจักรปรัสเซีย"

"อิตาลีก็เช่นเดียวกัน สีฟ้าน้ำเงินที่ทุกคนรู้จักกันดีมีที่มาจากสีประจำราชวงศ์ซาวอย (Savoy) ราชวงศ์สำคัญที่มีบทบาทอย่างมากในการรวมประเทศอิตาลีให้เป็นหนึ่ง"

นี่คือความจริงอันถูกต้องและมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยัน โดยจุดเริ่มต้นทั้งหมดต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี 1366 เมื่อ Amadeus VI เคานต์แห่งซาวอยกำลังจะออกเดินทางเพื่อทำสงครามครูเสด มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือจักรพรรดิไบเซนไทน์ของ John V Palaiologos 

Amadeus VI ตัดสินใจที่จะใช้ธงสีน้ำเงินประดับทั่วกองเรือของตน ก่อนที่ในสงครามครั้งนั้นพวกเขาจะได้รับชัยชนะ ธงสีน้ำเงินจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งราชวงศ์ซาวอยนับตั้งแต่นั้นมา 

ผ่านไปเกือบ 500 ปี ในปี 1816 ราชวงศ์ซาวอยได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการรวมประเทศอิตาลีให้เป็นหนึ่งเดียว ดังนั้นสีน้ำเงินจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสีประจำชาติอิตาลี ถึงแม้ว่าจะไม่มีปรากฏอยู่บนธงชาติก็ตาม

โทนสีน้ำเงินที่ปรากฏอยู่บนธงของราชวงศ์ซาวอย มีชื่อเรียกในภาษาอิตาลีว่า "Azzuro" (อ่านว่า อัซซูโร่ = ซึ่งมีความหมายว่า Light Blue หรือสีฟ้า)  และแน่นอนว่ามันคือที่มาของฉายาของฟุตบอลทีมชาติอิตาลี ที่ทุกคนเรียกกันอย่างติดปากว่า "พลพรรคอัซซูรี่" 

ทีมฟุตบอลทีมชาติอิตาลีเริ่มมีการใช้ชุดแข่งสีน้ำเงินเป็นครั้งแรกในปี 1910 พร้อม ๆ กับทีมรักบี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ราชวงศ์ซาวอย ในเกมกระชับมิตรที่เจอกับทีมชาติฮังการี ก่อนที่ในภายหลัง ทีมฮอกกี้น้ำแข็ง, ทีมบาสเกตบอล, ทีมวอลเลย์บอล จะเปลี่ยนมาใช้สีนี้เช่นกัน

ถึงแม้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทีมฟุตบอลอิตาลีจะเปลี่ยนมาใช้ชุดแข่งสีดำตามคำสั่งของ เบนิโต มุสโสลินี ผู้นำเผด็จการฟาสซิสต์ที่เข้าปกครองประเทศ แต่หลังจากที่สงครามผ่านพ้นไป ชุดแข่งสีน้ำเงินก็ได้กลับมาอีกครั้ง และยังคงดำรงอยู่ถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าประเทศอิตาลีจะไม่มีระบบกษัตริย์แล้วก็ตาม

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะประเทศใด สีของชุดกีฬาก็ไม่จำเป็นต้องยึดโยงอยู่กับสีของธงชาติเสมอไป ตราบใดที่สีที่เลือกมาใช้มีความหมายมากพอสำหรับคนทั้งชาติ ก็ย่อมได้รับการยอมรับ และในที่สุดก็จะกลายเป็นภาพจำแก่ผู้คนทั่วโลก เฉกเช่นเดียวกับสีฟ้าน้ำเงินแห่งพลพรรคอัซซูรี่

 

แหล่งอ้างอิง:

https://www.theguardian.com/theguardian/2012/nov/21/why-italian-teams-wear-blue
https://en.wikipedia.org/wiki/National_colours_of_Italy
https://www.lbc.co.uk/radio/special-shows/the-mystery-hour/why-does-italy-play-in-blue/
https://www.thoughtco.com/azzurro-2011518

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> จานฟรังโก้ โซล่า : ชายชาวอิตาลี ที่ทำให้โลกรู้ว่าคนตัวเล็กเล่นพรีเมียร์ลีกได้

>> สูง ใหญ่ แข็งแกร่ง : ถ้าจับร่างกายแบบนักบาสเกตบอล NBA มาเล่นฟุตบอล พวกเขาจะเก่งไหม ? | Main Stand

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

เก็งไม่มีพลาด! ฟันธงคู่ไหนเด็ด! เจาะลึกก่อนเกมพรีเมียร์ลีก สมัครทาง SMS พิมพ์ R1 ส่งมาที่ 4238066 หรือคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้

ยอดนิยมในตอนนี้