Converse Jack Purcell : รองเท้าแชมป์โลกแบดมินตัน สู่สตรีทไอเท็มอมตะตลอดกาล

เมนสแตนด์
เมนสแตนด์
21 สิงหาคม 2563 ( 10:00 )
32

ในปัจจุบันถ้าต้องการหารองเท้าผ้าใบดี ๆ สักคู่ที่คุณภาพดี ดีไซน์คลาสสิค สามารถจับมามิกซ์แอนด์แมชต์ได้กับแฟชั่นหลากหลายสไตล์ และที่สำคัญคือราคาไม่แพง ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้ แบรนด์อย่าง Converse มักจะปรากฏขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรก ๆ เสมอ


 

และเมื่อพูดถึง Converse รองเท้า 2 รุ่นที่อมตะที่สุดตลอดกาลยังไงก็หนีไม่พ้น Chuck Taylor และ Jack Purcell โดยเจ้ารุ่นหลังนี่แหละคือพระเอกที่เราหยิบยกเรื่องราวของมันมาเล่าในบทความนี้ โดยจะย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นเมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว 

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า Converse Jack Purcell ที่ถือเป็นรองเท้าสตรีทไอเท็มที่คลาสสิคเหนือกาลเวลามาจนถึงปัจจุบันนั้น แท้จริงแล้วมีจุดเริ่มต้นมาจากกีฬาอย่างแบดมินตัน

เรื่องราวของ Converse Jack Purcell เป็นอย่างไร และจากรองเท้ากีฬาทำไมถึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแฟชั่นไปได้ ติดตามได้ที่ Main Stand

 

Jack Purcell คือใคร ?

การที่จะย้อนกลับไปถึงจุดกำเนิดของรองเท้า Converse Jack Purcell แน่นอนว่าคงต้องเริ่มจากคำว่า Jack Purcell ซึ่งเป็นชื่อรุ่นนั่นแหละ ว่าจริง ๆ แล้วชื่อนี้มีที่มาจากไหน หมายถึงอะไร หรือเป็นชื่อของใครกันแน่ 

คำตอบคือ Jack Purcell เป็นชื่อของคน ๆ หนึ่ง ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1903-1991 ... ว่าแต่เขาคือใคร แล้วมีบทบาทสำคัญยังไง ชื่อของเขาถึงได้กลายเป็นชื่อของหนึ่งในรุ่นรองเท้าที่คลาสสิคตลอดกันได้กันนะ ?


Photo : www.heritagetrust.on.ca

Jack Purcell มีชื่อเต็มๆ ว่า "จอห์น เอ็ดเวิร์ด เพอร์เซลล์" เกิดในปี 1903 ณ เมืองออนตาริโอ ประเทศแคนาดา และเนื่องจากเป็นช่วงก่อนจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยซ้ำ ผ่านกาลเวลามาเกือบ 120 ปีแล้ว ทำให้ข้อมูลในวัยเด็กของ แจ็ค นั้นปรากฏอยู่ตามแหล่งข้อมูลต่าง ๆ น้อยมาก แต่ข้อมูลเดียวที่ทุกแหล่งเห็นพ้องตรงกันคือ แจ็ค เป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านกีฬามาตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเฉพาะกอล์ฟและแบดมินตัน

สุดท้าย แจ็ค ก็ตัดสินใจแน่วแน่กับเส้นทางการเป็นนักแบดมินตัน โดยเริ่มเอาจริงเอาจังกับมันนับตั้งแต่ปี 1924 เป็นต้นมา และในเวลาอันสั้นเขาก็พุ่งขึ้นมากลายเป็นหนึ่งในนักแบดมินตันที่เก่งกาจที่สุดในประเทศแห่งใบเมเปิ้ล 

แจ็ค คว้าแชมป์รายการ Ontario Championships ได้ 4 สมัยซ้อนในช่วงปี 1927-1931 นอกจากนั้นยังสามารถคว้าแชมป์รายการระดับประเทศอย่าง Canadian National Badminton ในปี 1930-1931 ได้อีกด้วย 

เมื่อประเทศแคนาดาดูจะเล็กไปเสียแล้วสำหรับ แจ็ค หลังจากได้แชมป์ในปี 1931 เขาจึงตัดสินใจเดินทางข้ามฟากโลกมายังประเทศอังกฤษ เข้าร่วมการแข่งขัน All-England Championships ทัวร์นาเมนต์แข่งขันแบดมินตันที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เพื่อประลองกับคู่ต่อสู้ที่ฝีมือแข็งแกร่งขึ้น และสำหรับยอดฝีมือจากแดนไกลปืนเที่ยงอย่างเขาก็ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับการเข้าร่วมรายการใหญ่แบบนี้เป็นครั้งแรก โดย แจ็ค นั้นไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ความฝันในการคว้าแชมป์ของเขาก็ต้องหยุดลงที่ตรงนั้น

แจ็ค เดินทางกลับประเทศแคนาดาด้วยความผิดหวัง แต่ในทางกันกลับกันความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้เขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก

 

แชมป์โลกและการกำเนิดรองเท้าในตำนาน

เมื่อเดินทางถึงบ้านเกิด แจ็ค ก็มุ่งมั่นฝึกฝนพัฒนาฝีมือของตัวเองจนเก่งกาจขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดในปี 1933 เขาก็ได้รับการประกาศให้เป็นนักแบดมินตันแชมป์โลก จากการที่เขาสามารถเอาชนะนักแบดมินตันชั้นนำจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้มากมาย เช่นอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, และ แคนาดา (ในยุคสมัยนั้นยังไม่มีรายการแข่งขันชิงแชมป์โลก แชมป์โลกจะมาจากผลงานโดยรวมของผู้เล่นแต่ละคน โดยการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลกถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1977)


Photo : www.oipolloi.com

นอกจากนั้นหลายสื่อยังรายงานตรงกันว่า นับตั้งแต่ปี 1933 จนกระทั่งถึงปี 1945 ที่ แจ็ค อำลาวงการไป เขาก็ไม่พ่ายแพ้ให้กับใครอีกเลยในการแข่งขัน อย่างไรก็ตามข้อมูลในส่วนนี้ไม่มีการเก็บสถิติบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ฟังหูไว้หูไว้น่าจะดีกว่า

ในช่วงที่เส้นทางอาชีพนักแบดมินตันของ แจ็ค ก้าวมาถึงจุดสูงสุด ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่รองเท้า Jack Purcell ได้ถือกำเนิดขึ้น

ในปี 1935 แจ็ค ได้รับการติดต่อจาก PF Flyers บริษัทรองเท้าในเครือ BF Goodrich บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกให้มาร่วมกันออกแบบรองเท้าสำหรับใส่เล่นแบดมินตัน ในฐานะที่ แจ็ค ถือเป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการนักตบลูกขนไก่ เขาน่าจะทราบดีถึงสิ่งที่รองเท้าแบดมินตันควรมีเพื่อกลบจุดอ่อน ชูจุดเด่นของเหล่าผู้เล่น ประสบการณ์ของเขาน่าจะมีส่วนช่วยในการออกแบบได้ไม่มากก็น้อย

ในปีเดียวกันนั้นเอง รองเท้า Jack Purcell ก็เสร็จสมบูรณ์ และมีการวางจำหน่ายให้ผู้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยจุดเด่นของมันคือพื้นรองเท้าที่แบนราบ สามารถเกาะติดพื้นคอร์ทได้อย่างดีเยี่ยมด้วยแผ่นยางไม่มีร่องสีฟ้าน้ำเงิน 

ด้วยประสิทธิภาพในการยึดเกาะพื้นที่เหนือกว่ารองเท้าแบรนด์อื่น ๆ ในช่วงยุคสมัยนั้น ทำให้นอกจากกีฬาแบดมินตันแล้ว Jack Purcell ยังนิยมนำมาสวมใส่ในการเล่นเทนนิสบนคอร์ทดินและคอร์ทหญ้าอีกด้วย

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Jack Purcell คือลวดลายสีน้ำเงินรูปยิ้มตรงหัวรองเท้าด้านหน้า หรือที่เรียกกันว่า "Toe Smile" ที่ว่ากันว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงหนวดของ แจ็ค ผู้ให้กำเนิดนั่นเอง และนับตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้รองเท้า Jack Purcell จะมีการพัฒนาเปลี่ยนวัสดุ ปรับรูปทรง ให้เข้ากับยุคสมัย แต่รูปยิ้มนี้ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของรองเท้า Jack Purcell ไม่เปลี่ยนแปลง

แน่นอนว่ารองเท้า Jack Purcell ของ PF Flyers นั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และมีการผลิตออกมาวางจำหน่ายติดต่อกันเรื่อยมาเกือบ 4 ทศวรรษ จนกระทั่งในปี 1970 ทางบริษัท BF Goodrich ต้องการถอนตัวเองออกจากอุตสาหกรรมรองเท้า จึงได้ขายบริษัทลูกอย่าง PF Flyers ให้กับ Converse ซึ่งในช่วงเวลานั้นก็ถือเป็นมหาอำนาจเรื่องรองเท้าอยู่แล้วจากการขายรองเท้ารุ่น Chuck Taylor

Converse ซื้อบริษัท PF Flyers ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายด้วยปัญหาทางกฎหมายที่ยุ่งยาก พวกเขาจึงตัดสินใจขายมันต่ออีกทอดให้กับบริษัทอื่น โดยเลือกเก็บไว้เพียงเครื่องหมายการค้าของรองเท้ารุ่น Jack Purcell ไว้เท่านั้น 


Photo : suelasdegoma.fm

การตัดสินใจครั้งดังกล่าวของ Converse ถือว่าถูกต้องอย่างมาก เพราะนับจากนั้นเป็นต้นมา Converse Jack Purcell ถือเป็นหนึ่งในรุ่นรองเท้าที่ขายดีที่สุดของ Converse พวกเขารู้ดีว่าลูกค้าต้องการอะไร จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรมาก เน้นคงความคลาสสิคดั้งเดิมตามที่ แจ็ค เป็นผู้ออกแบบ

จอห์น เอ็ดเวิร์ด เพอร์เซลล์ ผู้ให้กำเนิดรองเท้าในตำนานรุ่นนี้เสียชีวิตลงในปี 1991 แต่ความยิ่งใหญ่ของเขาในฐานะนักกีฬา ทำให้ชื่อของเขาได้รับการจารึกลงใน Canadian Olympic Hall of Fame ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกด้วยซ้ำ รวมถึง Canada's Sports Hall of Fame ด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ประวัติศาสตร์ก็ไม่มีทางลืมเลือนยอดนักแบดมินตันชาวแคนาดาผู้นี้แน่นอน

เช่นเดียวกับรองเท้า Converse Jack Purcell ที่ยังคงความยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน แม้บทบาทของมันจะเปลี่ยนแปลงจากรองเท้ากีฬา กลายมาเป็นรองเท้าแฟชั่นเต็มรูปแบบแล้วก็ตาม

 

จากคอร์ทแบดมินตันสู่โลกแฟชั่น

ภาพลักษณ์ของรองเท้า Jack Purcell เปลี่ยนจากรองเท้ากีฬามาเป็นรองเท้าแฟชั่นตอนไหน?

คำตอบที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นในปี 1955 เมื่อ เจมส์ ดีน หนึ่งในนักแสดงที่ได้รับการยกย่องว่าทรงอิทธิพลและมีเสน่ห์ที่สุดตลอดกาล เป็นแฟชั่นไอคอนคนสำคัญที่ยังคงได้รับการกล่าวถึงโดยตลอดในปัจจุบัน (แม้ว่าเขาจะลาโลกนี้ไปแล้วกว่า 65 ปี) เลือกที่จะหยิบรองเท้า Jack Purcell สีขาวมาใส่ โดยภาพที่ทุกคนน่าจะคุ้นตาที่สุดคือภาพของ เจมส์ ในเสื้อสเวตเตอร์สีดำ กางเกงยีน สวมรองเท้า Jack Purcell นั่งพาดขากับเก้าอี้


Photo : the6by6.com

แฟชั่นของ เจมส์ เซ็ตนี้ได้รับการกล่าวขานอย่างกว้างขวางในยุคสมัยนั้น เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ชาย โดยเฉพาะดาราที่มีชื่อเสียงแทบจะไม่มีใครใส่รองเท้าผ้าใบในเวลาปกติเลย ภาพลักษณ์ของรองเท้าผ้าใบคือการใส่เพื่อเล่นกีฬาเท่านั้น ส่วนใหญ่แทบทั้งหมดจะใส่รองเท้าหนังขัดเงา ดังนั้นนี่จึงเป็นการทำลายขนบครั้งสำคัญ และทำให้ผู้คนตระหนักว่ารองเท้าผ้าใบก็สามารถนำมาใส่คู่กับเสื้อผ้าในวันสบาย ๆ ได้เช่นกัน แถมยังออกมาดูดีอีกด้วย ... สมกับเป็นเจ้าชายจอมขบถแห่งยุคสมัยอย่างแท้จริง (ภาพลักษณ์ของ เจมส์ ดีน นั้นดูเป็นคนหัวรั้น ไม่ชอบทำตามกรอบสังคมมาตลอด โดยเฉพาะหลังจากที่เขาประสบความสำเร็จกับภาพยนตร์เรื่อง Rebel Without a Cause)

เจมส์ ดีน ไม่ต่างอะไรจาก เอลวิส เพรสลี่ย์ หรือ The Beatles เขามีอิทธิพลอย่างมาก โดยเฉพาะในโลกแฟชั่น ทำให้หลังจากนั้นผู้คนต่างก็หารองเท้า Purcell มาใส่ตามกันอย่างบ้าคลั่ง 

ตอกย้ำด้วย สตีฟ แมคควีน อีกหนึ่งดาราที่ทรงอิทธิพลไม่แพ้กันก็หยิบ Jack Purcell มาใส่คู่กับชุดลำลองเช่นกัน หรือแม้กระทั่งในยุค 90s อีกหนึ่งคนที่ทำให้ Jack Purcell ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในฐานะรองเท้าสตรีทแวร์แฟชั่นคือ "เคิร์ท โคเบน" (Kurt Cobain) ฟรอนต์แมนแห่งวงดนตรีกรันจ์โลกไม่ลืม Nirvana 

ด้วยเหตุนี้เองจากรองเท้ากีฬา Converse Jack Purcell จึงได้ผันตัวกลายมาเป็นรองเท้าสตรีทแฟชั่นเต็มตัว และยังคงได้รับความนิยมผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน โดยมีรายงานว่าแต่ละปียอดขายของรองเท้ารุ่นนี้มีมากกว่า 200 ล้านคู่ มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของแบรนด์ Converse เป็นรอง Chuck Taylor เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น

โดยในปัจจุบันในประเทศไทยมีรองเท้า Converse Jack Purcell วางจำหน่ายทั้งหมด 6 โฉม 6 สี ดังนี้

-Converse Jack Purcell White ราคาคู่ละ 2,600 บาท

-Converse Jack Purcell Black ราคาคู่ละ 2,600 บาท

-Converse Jack Purcell Twill Ox Yellow ราคาคู่ละ 2,600 บาท

-Converse Jack Purcell Twill Ox Dark Grey ราคาคู่ละ 2,600 บาท

-Converse Jack Purcell Leather Ox Black ราคาคู่ละ 3,300 บาท

-Converse Jack Purcell Leather Ox White ราคาคู่ละ 3,300 บาท

โดยทุกโฉมสามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.lazada.co.th/shop/converse-thailand-official-store

 

แหล่งอ้างอิง:

https://en.wikipedia.org/wiki/Jack_Purcell
https://www.activerideshop.com/blogs/news/who-the-hell-is-jack-purcell
https://solecollector.com/news/2015/08/converse-chuck-taylor-sales
https://www.metro-society.com/th/style/james-dean-icon
https://www.mendetails.com/style/jack-purcell-history/
https://sneakernews.com/tag/converse-jack-purcell/

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ลูกฟุตบอล Nike Flight กระสุนลูกใหม่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก 2020-2021

>> ZX 8000 Superstar การผสมผสานของสองโมเดลในตำนานจาก อาดิดาส ออริจินอลส์

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station

– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่

– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

Tag

#Converse
#Jack Purcell
#รองเท้า
#แบดมินตัน

บทความที่เกี่ยวข้อง