รีเซต
เช็กด่วน! อาการตับล้า สัญญาณไฟเหลืองของร่างกายที่ผู้ชายมักมองข้าม

เช็กด่วน! อาการตับล้า สัญญาณไฟเหลืองของร่างกายที่ผู้ชายมักมองข้าม

เช็กด่วน! อาการตับล้า สัญญาณไฟเหลืองของร่างกายที่ผู้ชายมักมองข้าม
WeenayA
2 กุมภาพันธ์ 2569 ( 07:00 )
9

     คุณผู้ชายที่มีปัญหาเหนื่อยเรื้อรัง พุงป่อง สมองเบลอ ระวังอาการตับล้า สัญญาณเตือนก่อนลุกลามเป็น ไขมันพอกตับ และตับแข็ง หากคุณสงสัยว่าตับคุณล้าไหมมาเจาะลึกอาการและสาเหตุที่ตับล้า พร้อมวิธีฟื้นฟูสุขภาพตับให้กลับมาฟิต ลดความเสี่ยงโรคร้ายก่อนสายเกินแก้กัน

 

เช็กด่วน! อาการตับล้า สัญญาณไฟเหลือง
ของร่างกายที่ผู้ชายมักมองข้าม

 

เช็กสัญญาณ "ตับล้า" อาการอันตรายที่ผู้ชายไม่ควรละเลย

     "ตับล้า" อาจไม่ใช่ชื่อโรคในทางการแพทย์โดยตรง แต่เป็นภาวะที่ตับทำงานหนักเกินขีดจำกัดจนส่งผลให้ระบบภายใน "รวน" ทั้งระบบ เพราะตับคือโรงงานกำจัดสารพิษและแหล่งพลังงานหลัก เมื่อโรงงานเริ่มเดินเครื่องไม่ไหว ร่างกายของคุณก็จะส่งสัญญาณประท้วงออกมา

6 สัญญาณเตือน "ตับกำลังวิกฤต" ในผู้ชาย

     ในผู้ชาย ตับมีหน้าที่สำคัญในการสมดุลฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน อาการตับล้าจึงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงความเครียดจากการทำงาน หรืออาการ "วัยทอง"

  1. อ่อนเพลียเรื้อรัง : เหนื่อยล้าลึกถึงระดับเซลล์ เหมือนชาร์จแบตไม่เข้า แม้จะนอนเต็มอิ่ม 8-10 ชั่วโมง ก็ยังรู้สึกอยากฟุบหลับตลอดเวลา
  2. สมองตื้อ : คิดงานไม่ออก สมาธิสั้นลง หลงลืมง่าย ซึ่งเกิดจากการสะสมของสารพิษในกระแสเลือดที่ส่งผลต่อระบบประสาท
  3. ระบบย่อยพัง : ท้องอืดง่าย มีลมในท้องเยอะ โดยเฉพาะหลังกินของมัน จะรู้สึกพะอืดพะอม เพราะตับผลิตน้ำดีมาย่อยไขมันไม่ทัน
  4. ฮอร์โมนเพศแปรปรวน: เมื่อตับขจัดเอสโตรเจนส่วนเกินไม่ได้ ผู้ชายอาจมีภาวะเต้านมโต ความต้องการทางเพศลดลง หรือกล้ามเนื้อฝ่อลงผิดปกติ
  5. สัญญาณเตือนทางผิวหนัง: ตาเริ่มขุ่นหรือออกสีเหลือง (ดีซ่าน) คันตามตัวโดยไม่มีผื่น หรือมีจุดแดงเล็กๆ กระจายตามหน้าอกและหลัง 
  6. แน่นตึงชายโครง: รู้สึกอึดอัดหรือปวดหน่วงบริเวณชายโครงขวา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของตับที่

ศัตรูตัวร้ายที่คอยกัดกินตับ

  • แอลกอฮอล์: ไม่ต้องถึงขั้นเมาค้าง แค่การดื่มสะสมวันละนิดก็ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังได้
  • น้ำตาลฟรุกโตส (HFCS): น้ำหวาน ชานม และน้ำอัดลม คือศัตรูเบอร์หนึ่ง น้ำตาลชนิดนี้จะตรงเข้าสู่ตับและเปลี่ยนเป็นไขมันพอกตับโดยตรง
  • พฤติกรรมเนือยนิ่ง: การนั่งทำงานนานๆ โดยไม่ขยับตัว ทำให้ระบบเผาผลาญไขมันในตับทำงานได้แย่ลง
  • ยาและสารเคมีสะสม: การทานยาแก้ปวด (พาราเซตามอล) เกินขนาด หรือการได้รับสารเคมีจากอาหารแปรรูปและมลภาวะต่อเนื่อง

 

4 วิธีรีชาร์จ ตับให้กลับมาฟิตใหม่

ตับเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ที่ซ่อมแซมตัวเองได้ หากเราหยุดทำร้ายและเริ่มดูแลอย่างถูกวิธี

  • เลี่ยงน้ำตาลแฝง และแป้งขัดขาว: ลดภาระไม่ให้ตับต้องเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน
  • เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ: ทานผักตระกูลกะหล่ำ บรอกโคลี หรือดื่มกาแฟดำ (ไม่ใส่น้ำตาล) ซึ่งมีผลวิจัยว่าช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งตับและพังผืดในตับได้
  • เน้นไฟเบอร์ละลายน้ำ: เช่นธัญพืชไม่ขัดสีและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพื่อช่วยดักจับน้ำดีส่วนเกินและสารพิษในลำไส้
  • Intermittent Fasting (IF): การเว้นช่วงทานอาหารช่วยให้ตับมีเวลาดึงไขมันที่พอกอยู่ออกมาใช้เป็นพลังงาน

เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์
     หากคุณพบว่า ปัสสาวะมีสีเข้มเหมือนสีน้ำชา อุจจาระสีซีดผิดปกติ หรือมีอาการบวมที่ข้อเท้าและท้อง อย่ามองหาแค่ สมุนไพรล้างพิษ แต่ควรเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อเช็กค่าเอนไซม์ตับ และการอัลตราซาวด์เพื่อประเมินสถานะตับที่แท้จริง

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
สัมผัสโลกไร้ขีดจำกัดกับทรูไอดี