ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 20/21 : "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" กับปีที่ต้องมองไกลกว่าท็อปโฟร์

EkkEReport
EkkEReport
9 กันยายน 2563 ( 22:00 )
1.1K
4

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 20/21 :

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 20/21

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทสรุปผลงานซีซั่นก่อน

ฤดูกาลที่ผ่านมา คงจะเป็นปีที่ "เด็กผี" ทุกหมู่เหล่า ได้สัมผัสกับความรู้สึกมากมาย หลากหลายอารมณ์ ทั้ง ดีใจ..จนกระโดดตัวลอย ผิดหวัง..จนอยากเก็บตัวอยู่เงียบๆ คนเดียว หรือแม้แต่อาการหัวเสีย หัวร้อน หงุดหงิด(โค้ช).. จนอยากจะตะโกน(ด่า)ออกไป เพื่อระบายความในใจให้ทั้งโลกได้รับรู้ ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนเป็นสิ่งที่แฟนบอลแมนยู น่าจะผ่านมาเหมือนๆ กัน ในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก สุขแบบสุดๆ หรือ เศร้าแบบหนักๆ สมหวังและผิดหวัง ผสมปนเปคละเคล้ากันไป เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับการเล่น "รถไฟเหาะ" ในสวนสนุกเลย

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว รถไฟเหาะ ขบวนที่มีชื่อว่า "ปีศาจแดง" ภายใต้การบังคับบัญชาของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็สามารถแซงทางโค้ง เข้าป้ายได้สูงถึง อันดับที่ 3 แบบเหนือความคาดหมาย ซึ่งที่มันเหลือเชื่อนั้น ไม่ใช่เพราะทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ดีพอจะจบในตำแหน่งนี้ได้ แต่เพราะฟอร์มการเล่นแบบ "สามวันดี สี่วันไข้" เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ในช่วงต้นถึงกลางซีซั่น ซึ่งทำให้พวกเขานั้น เคยหลุดวงโคจรจากหัวตารางออกไปไกลสุดกู่ ทว่าสุดท้ายแล้ว กลับสามารถวกกลับมาแซงคู่แข่ง จบถึงอันดับนี้ได้ต่างหาก ที่เป็นเหตุให้มันกลายเป็นผลงานที่น่ามหัศจรรย์

เพราะถ้าหากลองบอก สาวกอสูรแดง ตอนก่อนเริ่มซีซั่น ว่า ทีมรักของพวกเขาจะจบในอันดับที่ 3 ของตาราง หลายๆ คนก็คงจะมีความรู้สึกในระดับ ก็ดี, เฉยๆ หรือบางคนอาจจะรู้สึกว่า มันไม่น่าพึงพอใจเลยด้วยซ้ำ แต่หากลองไปพูดสิ่งเดียวกันนี้ในช่วงกลางฤดูกาลแล้วล่ะก็ เชื่อเลยว่า พวกเขาคงจะรู้สึกพึงพอใจกับอันดับนี้แบบสุดๆ และสามารถเรียกได้ว่า เป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะคว้าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จแล้ว ยูไนเต็ด ยังขึ้นไปอยู่เหนือ ทั้ง เชลซี และ เลสเตอร์ ทั้งที่ตกเป็นฝ่ายไล่ตามหลังมาเกือบทั้งฤดูกาลอีกด้วย

ยอดทีมแห่ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ประเดิมซีซั่น 2019/20 ด้วยผลงานสุดสวยหรู หลังเปิดบ้านไล่ถล่ม สิงห์บลูส์ ไปถึง 4-0 จนแฟนๆ ต่างเก็บไปฝันหวานกันแล้วว่า "ปีนี้เรามาแน่!" , "นี่มันฟอร์มแชมป์ชัดๆ" และอื่นๆ อีกมากมาย แต่แล้ว โซลชา ก็ใจดี ไม่ปล่อยให้แฟนบอลต้องฝันนาน เมื่อเขาจัดการปลุกทุกคนให้กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ด้วยผลงานสุดกระท่อนกระแท่น จนเคยหล่นไปถึง อันดับ 14 ของตาราง พร้อมปัญหาต่างๆ ที่เริ่มรุมเร้า ทั้ง นักเตะตัวหลักที่พากันบาดเจ็บ และรูปแบบการเล่น ที่ดูไม่มีความแน่นอนเอาเสียเลย จนอนาคตของ ผีแดง ในเวลานั้นมืดมนสุดๆ และไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นได้เลย

แต่แล้ว แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ก็ปรากฏขึ้น เมื่อชายที่มีชื่อว่า บรูโน่ แฟร์นานเดส ก้าวเท้าเข้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2020 ตั้งแต่วันนั้นก็เหมือนกับว่าชะตาของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ทุกอย่างในทีม เริ่มดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ทั้งฟอร์มการเล่นในสนาม สปิริตในทีมก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นำมาซึ่งผลงานอันสุดยอดอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าเป็นคนละทีมกับก่อนหน้านั้น จนกล่าวได้ว่า แข้งชาวโปรตุกีสผู้นี้ เป็นผู้ชุบชีวิตปีศาจแดงอย่างแท้จริง

จนสุดท้าย ยูไนเต็ด ก็สามารถแย่งตั๋วฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปได้สำเร็จจริงๆ เมื่อพวกเขาบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในนัดปิดฤดูกาล แม้ว่าแฟนบอลจะต้องลุ้นกันแบบใจหายใจคว่ำ จนเกือบจะถึงเสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ส่งผลให้สุดท้ายแล้ว พวกเขาจบซีซั่นด้วยผลงาน ชนะ 18 เสมอ 12 แพ้ 8 มี 66 แต้ม เท่ากับ เชลซี ในอันดับ 4 แต่ แมนยู มีประตูได้เสียดีกว่าถึง 15 ลูกด้วยกัน นอกจากนั้น ปีศาจแดง ยังมีสถิติที่น่าเหลือเชื่อ เมื่อพวกเขากลายเป็นทีมที่แพ้น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก รองจาก ลิเวอร์พูล ที่แพ้ไป 3 นัด อีกด้วย

ทั้งนี้ นอกจากการจบเป็นอันดับ 3 ในลีกแล้ว ในศึกฟุตบอลถ้วยทั้ง 3 รายการ ได้แก่ คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก พวกเขาก็สามารถทะลุไปได้ไกลถึง รอบรองชนะเลิศ ทั้งหมด แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อต้องอกหักกระเด็นตกรอบตัดเชือกไป และไม่มีถ้วยรางวัลติดมือในซีซั่นนี้ แต่ก็ยังนับว่าเป็นผลงานที่ไม่ได้เลวร้าย อีกทั้งน่าจะเป็นการช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับทั้ง โซลชา และ นักเตะ ได้ไม่มากก็น้อยด้วย

ทำให้เมื่อประเมินผลงานในซีซั่นแรกของ โซลชา ที่ได้คุมทีมเต็มฤดูกาลแล้ว ก็คงต้องบอกว่า เขา สอบผ่าน แบบฉิวเฉียด เนื่องจากถ้าหากว่า เขาเกิดพลาดคว้าโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกในเกมนัดสุดท้ายขึ้นมา นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ ก็คงจะต้องรับเกรด F ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

 

ขุมกำลังซีซั่นนี้

ขึ้นชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว จะเดินเข้าตลาดนักเตะ เพื่อหาแข้งใหม่มาเสริมทัพแต่ละคน ก็ยังคงเป็นเรื่องยากเสมอ และแทบจะไม่มีโอกาสได้นักเตะดีๆ ราคาเป็นมิตร เหมือนกับทีมอื่นเขาบ้าง ก็ไม่รู้ว่า เป็นเพราะทีมที่ดีลด้วยนั้น โก่งราคานักเตะมากเกินจริง หรือ เป็นเพราะทีมเจรจาของยูไนเต็ดกันแน่ ที่ทำให้แต่ละดีลเป็นเรื่องที่ยากเสียเกิน

แน่นอนว่า เป้าหมายอันดับ 1 ในการเสริมทัพของ ปีศาจแดง ในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ ยังคงเป็น นักเตะที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยังไม่ปิดฤดูกาล ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก เจดอน ซานโช่ ปีกขวาชาวอังกฤษ ของ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ทว่าจนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววว่า ดีลนี้ใกล้จะเสร็จสิ้นแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าตอนนี้ จะเลยกำหนดเส้นตายที่ ดอร์ทมุนด์ เคยขีดเอาไว้แล้วด้วย ทว่า หลายสื่อก็ยังระบุว่า ยูไนเต็ด ยังคงเดินหน้าในดีลในอยู่ และยังคงมีความเชื่อว่า จะกระชากดาวเตะรายนี้มาร่วมทีมได้ ซึ่งนับจากตอนนี้ ก็ยังพอมีเวลาเหลืออยู่พอสมควร ก่อนที่ตลาดซื้อขาย จะปิดตัวลงในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ทำให้แฟนบอลคงต้องรอติดตามกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วจะมี "บิ๊กดีล" เกิดขึ้นหรือไม่

อย่างไรก็ดี แม้เป้าหมายเบอร์ 1 ยังไม่มา แต่ ณ ขณะนี้ แมนยู ก็คว้าแข้งรายใหม่มาเสริมทัพได้แล้ว 1 ราย นั่นคือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ชาวฮอลแลนด์ ที่ดึงตัวจาก อาแจ็กซ์ ด้วยค่าตัวราว 40 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผงกองกลางของยูไนเต็ด พร้อมทั้งช่วยแบ่งเบาภาระของ บรูโน่ แฟร์นานเดส รวมถึง ปอล ป็อกบา ด้วย

นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังตกเป็นข่าวว่า กำลังเดินหน้าเจรจาคว้าตัว เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายของ เรอัล มาดริด แต่ยังคงติดปัญหาเรื่องของรายละเอียดในสัญญา เนื่องจาก ราชันชุดขาว ต้องการจะใส่เงื่อนไขในการซื้อตัวนักเตะกลับลงไปด้วย ทำให้ดีลนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการเจราจาต่อรองกันอยู่

อย่างไรก็ตาม นอกจากดีลที่กล่าวถึงไปแล้วนั้น ยูไนเต็ด ก็ยังคงมองหา เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ อีกราย เพื่อที่จะมายืนคุมเกมรับ ร่วมกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดยเล็งไปที่ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ แนวรับของ แอร์เบ ไลป์ซิก แต่ก็ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับ การยื่นข้อเสนอแต่อย่างใด ทำให้แฟนบอลต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้ว ทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ จะได้แข้งคนใดไปเสริมทัพเพิ่มอีกบ้าง

 

คีย์แมนที่น่าจับตามอง

หากจะพูดถึงนักเตะที่เรียกได้ว่า เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีมอย่างแท้จริงเมื่อซีซั่นก่อน คงจะหนีไม่พ้น บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่เข้ามายกระดับการเล่น พร้อมสร้างอิมแพ็คให้กับทีมอย่างชัดเจน

บรูโน่ ลงประเดิมสนามให้ ยูไนเต็ด เป็นนัดแรก เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2020 ในเกมที่เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 ซึ่งเป็นนัดที่ 25 ของซีซั่น และนับจากนัดนั้น เขาก็ลงเล่นในเกมลีกครบทั้ง 14 นัด จนจบซีซั่น โดยยิงไป 8 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ พร้อมมีส่วนสำคัญที่ทำให้ ปีศาจแดง ยังไม่แพ้ใครในลีกอีกเลยนับจากนั้น โดยแบ่งเป็นชัยชนะ 9 นัด และเสมอ 5 นัด จากผลงานอันยอดเยี่ยมของเขา ส่งผลให้เวลานี้ แฟนแมนยูส่วนใหญ่ ก็คงจะตั้งความหวังกับเขาเป็นอย่างมาก สำหรับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้

อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่า บรูโน่ เป็นนักฟุตบอลคนหนึ่ง ไม่ใช่หุ่นยนต์ และเขาสามารถมีวันที่เล่นได้ดี มีวันที่เล่นไม่ออก มีวันที่เหนื่อยล้า หรือมีวันที่จะบาดเจ็บได้ เหมือนกับนักเตะทุกคน ซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ว่า ในช่วงท้ายของซีซั่นก่อน ที่มีโปรแกรมลงเตะแบบถี่ยิบ บรูโน่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีมนั้น ถูกส่งลงเล่นครบทุกนัด ทำให้สภาพร่างกายของเขานั้น อ่อนล้าเป็นอย่างมากจนเห็นได้ชัด ซึ่งมันส่งผลกับฟอร์มการเล่นของเขา และกระทบต่อผลงานของทีมอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย เกมไหนที่เขาเล่นไม่ออก เกมรุกของปีศาจแดง ก็แทบจะหมดความอันตรายไปด้วยเช่นกัน

นี่จึงถือเป็นสัญญาณเตือน ที่เริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่สามารถจะฝากความหวังไว้กับเขาแค่เพียงคนเดียว และไม่อาจจะใช้งานเขาได้ครบทุกนัดอย่างแน่นอน ซึ่งเชื่อแน่ว่า กุนซือชาวนอร์เวย์ ย่อมรู้และเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงเป็นเหตุให้ทีมต้องทำการคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เข้ามาเสริม เพื่อใช้เป็นตัวสับเปลี่ยนหมุนเวียนกับ บรูโน่ ลงสนาม รวมถึงยังสามารถลงไปช่วย บรูโน่ สร้างสรรค์เกมในสนามอีกแรงได้ด้วย

และนี่จึงเป็นเหตุให้นักเตะระดับคีย์แมนอีกคน ที่น่าจับตามองที่สุดในซีซั่นหน้า นอกเหนือจาก บรูโน่ แฟร์นานเดส ก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค นี่เอง เพราะหาก ฟาน เดอ เบ็ค ทำผลงานได้เป็นอย่างดีแล้ว บรูโน่ ก็คงจะมีงานที่เบาลง และได้พักมากขึ้นบ้าง รวมถึงจะทำให้มีการแข่งขันกันของนักเตะในทีม เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริง ซึ่งผลดีก็จะตกอยู่กับทีมแบบเต็มๆ

ทำให้เชื่อว่า ดาวเตะชาวฮอลแลนด์ น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ใน แดนกลางของยูไนเต็ด ซึ่งหากเขาปรับตัวเข้ากับทีม และพรีเมียร์ลีกได้เร็ว ก็จะทำให้ แมนยู มีแผงมิดฟิลด์ที่ครบเครื่อง และหลากหลาย ไม่แพ้ทีมใดเช่นกัน

 

บทวิเคราะห์และทำนายอันดับ

สืบเนื่องจากหัวข้อที่ได้เกริ่นเอาไว้ว่า ในซีซั่นนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องมีเป้าหมายที่สูงกว่าการติด 1 ใน 4 หรือ แค่การคว้าโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้เท่านั้น ซึ่งนั่นแปลว่า ปีศาจแดง ควรมองไปถึงการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยหรือไม่ คำตอบนั้นก็คือ "ควรจะใช่" และเชื่อว่าพวกเขาก็สามารถคาดหวังได้แบบไม่ต้องอายใครเลย

การที่บอกว่า ถึงเวลาแล้วที่ แมนยู ควรมองไปถึงตำแหน่งแชมป์นั้น ไม่ได้เกิดมาจากการคิดใหญ่ใฝ่สูง แบบไม่เจียมเนื้อเจียมตัว หรือให้หลงตัวเอง เชื่อมั่นว่าตนเองดีพอจะเป็นแชมป์แล้วแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ต้องการจะสื่อนั่นคือ ยูไนเต็ด ควรจะมองให้ไกลเข้าไว้ ไกลเท่าสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ทีมมีความมุ่งมั่น และทะเยอทะยาน จะไปให้ไกลกว่าจุดที่กำลังยืนอยู่นี้

เพราะหากเป้าหมายอยู่สูงมากเท่าใดก็ยิ่งดี แม้จะไปไม่ถึง แต่มันก็จะยังคงพาเราไปอยู่ในจุดที่สูงอยู่ดี ดังคำกล่าวที่ว่า "จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะแม้จะไปไม่ถึงดวงจันทร์ แต่ก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว" และเชื่อว่า การลุ้นแชมป์ มันก็ไม่ได้เป็นเป้าหมายที่เกินตัว แมนยู แต่อย่างใด ในเมื่อซีซั่นที่แล้ว พวกเขาจบในอันดับที่ 3 และเป็นรองเพียงแค่ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้น แม้ว่าจะมีแต้มห่างจาก ทีมแชมป์ ถึง 33 แต้มก็ตาม

ฤดูกาลนี้ จึงควรจะเป็นปีที่ ยูไนเต็ด ต้องรักษาตำแหน่งอันดับ 3 ที่เคยอยู่ให้ได้ก่อนเป็นอย่างน้อย จากนั้นจึงจะต้องพยายามลดช่องว่างจาก 2 ทีมที่เบียดแย่งแชมป์กัน ลงมาให้ได้ แต่ยังไม่ต้องกดดันตัวเอง ว่าจะต้องเป็นแชมป์แบบทันทีเลย เพราะด้วยศักยภาพ ความพร้อม และความลงตัวของทีม ก็ต้องยอมรับว่า ยูไนเต็ด ยังคงเป็นรอง ทั้ง หงส์แดง และ เรือใบสีฟ้า ซึ่งอาจจะรวมถึง เชลซี ที่เสริมทัพอย่างสุดโหดด้วย ส่วนสุดท้ายแล้ว พวกเขาจะได้ลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวจนถึงท้ายซีซั่นจริงๆ หรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ต้องคอยดูกันไปเรื่อยๆ เพราะคงไม่มีใครที่จะบอกได้ แต่เชื่อว่า หากพวกเขายังคงเล่นฟุตบอลในรูปแบบของตัวเองได้ เหมือนในช่วงท้ายซีซั่นก่อนแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เพราะถึงวันนั้นมันก็คงมีแต่คำว่า "กำไร" แล้วล่ะ

อันดับที่คาด : อันดับที่ 3

 

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 20/21

ลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

• แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด .. กับปีที่ต้องมองไกลกว่าท็อปโฟร์

เชลซี .. กับการนำ สิงห์บลูส์ ตัวนี้กลับมาผงาด

เลสเตอร์ ซิตี้ .. กับการทวงคืนอันดับ 4 ที่พลาดไป

• สเปอร์ส .. กับการปีนกลับขึ้นสู่บิ๊ก 4 อีกครั้ง

• วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส .. กับความหวังในการไปยุโรป

• อาร์เซน่อล .. กับภารกิจทวงความยิ่งใหญ่

• เอฟเวอร์ตัน .. กับฤดูกาลพิสูจน์ฝีมือ คาร์โล อันเชลอตติ

• ลีดส์ ยูไนเต็ด .. กับการคัมแบ็กสู่พรีเมียร์ลีกในรอบ 16 ปี

 

"เอกกี้รีพอร์ต"

เอกกี้รีพอร์ต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 20/21 : "อาร์เซน่อล" กับภารกิจทวงความยิ่งใหญ่

>> ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 20/21 : "เชลซี" กับการนำ สิงห์บลูส์ ตัวนี้กลับมาผงาด

Tag

#ทรูไอดีพรีวิว
#ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 20/21
#ปีศาจแดง
#ผีแดง
#พรีวิวพรีเมียร์ลีก
#พรีวิวฟุตบอล
#พรีเมียร์ลีก
#ยูไนเต็ด
#แมนยู
#แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความที่เกี่ยวข้อง